แบบงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน (ฉบับที่ 2)

ข่าวราชการ ประกาศ ก.ล.ต. -- อังคารที่ 12 กันยายน 2543 10:12:17 น.
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ที่ สธ.  44/2543
เรื่อง   แบบงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน
(ฉบับที่ 2)

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกข้อกำหนดไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1   ให้ยกเลิกหน้า 2 ของหมายเหตุประกอบงบการเงินที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 6/2543  เรื่อง  แบบงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน  ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543  และให้ใช้หน้า 2 และ 2/1 ของหมายเหตุประกอบงบการเงินที่แนบท้ายประกาศนี้แทน

ข้อ 2   ให้ยกเลิกหน้า 1 ของคำอธิบายความหมายของรายการงบดุลที่แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 6/2543  เรื่อง  แบบงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน  ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543  และให้ใช้หน้า 1 และ 1/1 ของคำอธิบายที่แนบท้ายประกาศนี้แทน

ข้อ 3   ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่งวดการบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2543
(นายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล)
เลขาธิการ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
หมายเหตุประกอบงบการเงิน
หมายเหตุประกอบงบการเงิน มี 2 ส่วน ได้แก่
1.  หลักเกณฑ์และสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ
2.  ข้อมูลเพิ่มเติม

ให้บริษัทหลักทรัพย์เปิดเผยรายละเอียดในหมายเหตุประกอบงบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสถาบันวิชาชีพที่สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยกำหนด  และข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่นายทะเบียนหรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด  และอย่างน้อยจะต้องมีรายการดังข้างล่างนี้   หากบริษัทหลักทรัพย์ไม่มีรายการดังกล่าวหรือรายการดังกล่าวไม่มีสาระสำคัญ  บริษัทหลักทรัพย์อาจไม่แสดงรายการนั้นได้

1.  หลักเกณฑ์และสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ      ให้เปิดเผยนโยบายการบัญชีที่สำคัญอย่างน้อยในเรื่องต่อไปนี้

1.1  เกณฑ์การเสนองบการเงิน
1.2  สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ

(1)  วิธีการรับรู้รายได้ให้เปิดเผยเกณฑ์การรับรู้รายได้ประเภทที่สำคัญ  เช่น  ค่านายหน้า  ค่าธรรมเนียมและบริการ  รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืม  กำไรขาดทุนจากการซื้อขายหลักทรัพย์  และดอกเบี้ยและเงินปันผลจากเงินลงทุน  เป็นต้น

(2)  วิธีการรับรู้ค่าใช้จ่ายให้เปิดเผยเกณฑ์การรับรู้ค่าใช้จ่ายธุรกิจหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายดำเนินงานประเภทที่สำคัญ  เช่น  ค่าใช้จ่ายในการกู้ยืม  กำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน  ขาดทุนจากการจำหน่ายและการตีราคาทรัพย์สิน  เป็นต้น

(3)  วิธีการบันทึกการรับรู้และตัดบัญชีสินทรัพย์ของลูกค้าให้เปิดเผยโดยสรุปถึงเกณฑ์การบันทึกการรับรู้และตัดบัญชีสินทรัพย์ของลูกค้าของบริษัท โดยสินทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกค้าที่ฝากไว้กับบริษัทมิได้ถูกบันทึกรับรู้ไว้ในงบการเงินของบริษัท

(4)  เงินลงทุน ให้เปิดเผยเกณฑ์ที่ใช้ในการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนแต่ละประเภท  เช่น  ใช้ราคาเสนอซื้อปัจจุบัน  หรือราคาจากการวิเคราะห์กระแสเงินสดคิดลด  เป็นต้น  รวมถึงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการคิดต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในการกำหนดต้นทุนหลักทรัพย์ที่จำหน่าย  และการบันทึกบัญชีการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนชั่วคราว

(5)  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้เปิดเผยเกณฑ์การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ  เช่น  โดยการประเมินฐานะลูกหนี้แต่ละรายหรือใช้ประสบการณ์ในการเก็บหนี้  และเกณฑ์การตัดหนี้สูญ  เป็นต้น

(6)  การแปลงค่าเงินตราต่างประเทศ ให้เปิดเผยเกณฑ์การแปลงค่าเงินตราต่างประเทศและการทำสัญญาประกันความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน (ถ้ามี)

(7)  นโยบายเกี่ยวกับเงินเลี้ยงชีพและเกษียณอายุ ให้เปิดเผยถึงวิธีการจัดการกองทุนและเกณฑ์การจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน

(8)  ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ให้เปิดเผยโดยสรุปถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดรายการภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี  เวลาที่ต้องตัดบัญชี  และเกณฑ์ที่ใช้ในการคำนวณ

(9)  กำไรต่อหุ้นให้เปิดเผยโดยสรุปถึงเกณฑ์การคำนวณกำไรหรือขาดทุนต่อหุ้นในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง ๆ

2.  ข้อมูลเพิ่มเติม
2.1  เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน
ให้เปิดเผยรายละเอียดดังนี้
25..      25..

เงินสด                                   xxx       xxx

เงินฝากธนาคาร                            xxx       xxx

บัตรเงินฝาก                               xxx       xxx

เงินฝากของบริษัทในบัญชีเพื่อลูกค้า               xxx       xxx

รวมเงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน            xxx       xxx

กรณีบัตรเงินฝาก  ให้แสดงด้วยราคาที่ตราไว้สุทธิจากการปรับปรุงจำนวนผลต่างรอการตัดบัญชีและแสดงยอดคงเหลือของรายการรอการตัดบัญชีดังกล่าว  พร้อมทั้งจำนวนที่ตัดบัญชีระหว่างงวด

ทั้งนี้  ให้บริษัทเปิดเผยรายละเอียดของจำนวนเงินสดและเงินฝากส่วนที่เป็นของบริษัท และส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของลูกค้าที่บริษัทต้องส่งคืนเมื่อลูกค้าทวงถามให้ชัดเจน

2.2  เงินให้กู้ยืมแก่สถาบันการเงิน ให้เปิดเผยรายละเอียดดังนี้
25..      25..

เงินให้กู้ยืมเมื่อทวงถาม                                 xxx       xxx

เงินให้กู้ยืมเมื่อสิ้นระยะเวลา                             xxx       xxx

รวมเงินให้กู้ยืม                                       xxx       xxx

บวก  ดอกเบี้ยค้างรับ                                  xxx       xxx

หัก  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ                               xxx       xxx

เงินให้กู้ยืมแก่สถาบันการเงินสุทธิ                          xxx       xxx

นอกจากนี้  ให้เปิดเผยจำนวนเงินให้กู้ยืมที่บริษัทให้กู้กับสถาบันการเงินที่มีปัญหาเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน  และจำนวนเงินให้กู้ยืมที่บริษัทระงับการรับรู้รายได้

คำอธิบายความหมายของรายการ
งบดุล
สินทรัพย์

1.  เงินสดและเงินฝากสถาบันการเงิน (Cash and deposits at financial institutions) หมายถึง

1.1       ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่บริษัทมีอยู่ รวมทั้งเงินสดย่อย

1.2       เงินฝากธนาคารทุกประเภทและเงินฝากสถาบันการเงินอื่น  รวมทั้งบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารและสถาบันการเงิน

ทั้งนี้  ให้แสดงจำนวนเงินสดและเงินฝากสถาบันการเงินเฉพาะส่วนที่เป็นของบริษัท  หรือส่วนที่อยู่ในการควบคุมของบริษัทเท่านั้น

2.  เงินให้กู้ยืมแก่สถาบันการเงิน (Loans to financial institutions) หมายถึง  เงินให้กู้ยืมแก่ธนาคาร  บริษัทเงินทุน  บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์  บริษัทหลักทรัพย์  บริษัทเครดิตฟองซิเอร์  บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  บริษัทประกันชีวิต  และสถาบันการเงินอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น  รวมทั้งดอกเบี้ยค้างรับจากเงินให้กู้ยืมดังกล่าว หักด้วยค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

3.  สัญญาขายคืน (Resale agreements)       หมายถึง  ข้อตกลงที่จะรับโอนสินทรัพย์ทางการเงินจากอีกฝ่ายหนึ่งโดยการแลกเปลี่ยนกับเงินสดหรือสิ่งตอบแทนอื่นของกิจการ  ในขณะเดียวกับที่ก่อให้เกิดภาระผูกพันที่จะขายสินทรัพย์ทางการเงินนั้นคืนในอนาคตด้วยจำนวนที่เท่ากับเงินสดหรือสิ่งตอบแทนอื่นที่ได้มอบให้ไว้บวกดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอื่นที่คล้ายคลึงกัน

4.  เงินลงทุน (Investments)     หมายถึง  เงินลงทุนตามมาตรฐานการบัญชี  ให้แสดงเงินลงทุนดังกล่าวเป็นมูลค่าสุทธิหลังจากบวกหรือหักด้วยบัญชีค่าเผื่อการปรับมูลค่าและค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุน  โดยแยกตามประเภท ดังนี้

4.1  หลักทรัพย์เพื่อค้า (Trading securities)
4.2  หลักทรัพย์เผื่อขาย (Available-for-sale securities)
4.3  เงินลงทุนทั่วไป (Non marketable securities)
4.4  ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด (Held-to-maturity securities)

ทั้งนี้  ให้รวมถึงหลักทรัพย์ที่มีไว้เพื่อประกอบกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ หลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการยืมหรือให้ยืม  และหลักทรัพย์ที่นำไปวางเป็นหลักประกันหรือรับมาเป็นหลักประกัน (เฉพาะที่มาตรฐานการบัญชีกำหนดให้รับรู้เป็นทรัพย์สินของบริษัท)

5.  เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม (Investments in subsidiary and associated companies)       หมายถึง  เงินลงทุนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมที่บริษัทถือไว้และเข้าข่ายตามมาตรฐานการบัญชีที่ต้องบันทึกบัญชีเงินลงทุนเหล่านี้ตามวิธีส่วนได้เสีย  ในกรณีที่การถือเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมรายใดไม่เข้าข่ายตามมาตรฐานการบัญชีที่ต้องบันทึกบัญชีตามวิธีส่วนได้เสีย  ให้บันทึกบัญชีภายใต้เงินลงทุนตามรายการที่ 4

สารบัญการแก้ไขรายการแนบท้ายประกาศ  เรื่อง  แบบงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน
หัวเรื่อง    หน้าที่แก้ไข  หน้าที่ใช้แทนหมายเหตุประกอบงบการเงิน
หน้า 1, 2  หน้า 1, 2  และหน้า 2/1คำอธิบายความหมายของรายการ
หน้า 1, 2  หน้า 1, 2

หมายเหตุ  :  ข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมจากของเดิมได้ขีดเส้นใต้เอาไว้

-ยก-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง