ศอ.รส.เตือน'ปปช.-ศาลรธน.'ตัดสิน'ปู'พ้นสภาพ อ้างสุมไฟใส่เสื้อแดง

17 เม.ย. เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ บช.ปส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ในฐานะกรรมการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ว่า ตลอดเวลา 30 วันที่ได้มีการจัดตั้ง ศอ.รส. ให้ทำหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการทั้งปวงให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ตลอดมาในระดับหนึ่งนั้น...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

สช.ระดมสมอง! จัดเสวนา วัยโจ๋..ท้องไม่พร้อม ยกชุมชนตัวอย่าง จ.ลพบุรี มุ่งแก้ปัญหาสังคม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 2 พฤศจิกายน 2553 00:00:47 น.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำคณะทำงานเครือข่ายสมัชชาสุขภาพและสื่อมวลชน ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา พร้อมทั้งเยี่ยมชุมขนตัวอย่างในการแก้ไขปัญหา "ท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น" ณ สถาบัน นารายณ เพื่อการพัฒนาจังหวัด ลพบุรี วัดศรีรัตนาราม ต.ชอนสมบูรณ์ อ.หนองม่วง โดยมีกลุ่มผู้ประสานงานคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพ จ.ลพบุรี พร้อมด้วยพระครูใบฎีกาทรงพล ชยนนฺโท เจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม, นายวิสุทธิ บุญญะโสภิต ผู้อำนวยการสำนักสมัชชาสุขภาพ ตัวแทนภาคประชาสังคมร่วมเป็นวิทยากร

สช.ระดมคลังสมอง เปิดเวทีเสวนา "ท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น" ในจังหวัดลพบุรี มุ่งสางปัญหาสังคมคุณแม่ในวัยเรียนอายุแค่ 14 ถูกบังคับให้กินยาขับลูกเผยเด็กสาวนิยมกินยาน้ำสตรีทำแท้งเอง ด้าน ผอ.สำนักสมัชชาสุขภาพ เน้นย้ำกระบวนการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาท้องไม่พร้อม ผสานเครือข่ายสมัชชา-ประชาคมท้องถิ่นร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ระบุพร้อมนำข้อสรุปในเวทีระดับจังหวัดเสนอที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติปลายปีนี้ หวังแก้ปัญหาทารกไทยไม่มีคุณภาพ-ทำแท้งเถื่อนวันละ 1,000 คนทั่วประเทศซึ่ง นางสาว โบว์ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เปิดเผยว่า ตนเองตั้งครรภ์ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.3 เทอมสุดท้าย ตอนนั้นอายุเพียง 14 ปี ส่วนแฟนอายุ 19 ปี เมื่อแม่รู้แม่ก็อยากให้เอาเด็กออก โดยการให้กินเหล้าดองยา เพราะเชื่อว่าจะทำให้เด็กหลุดออกมา แต่ตอนนั้นอายุครรภ์มากกว่า 2 เดือนแล้วจึงไม่เป็นผลและทั้งตนเองกับแฟนก็ไม่อยากเอาเด็กออก ประกอบกับเป็นช่วงใกล้จะเปิดเทอมตนจึงต้องอุ้มท้องไปโรงเรียนแต่ก็ไม่มีใครรู้เพราะเป็นท้องแรก ท้องจึงไม่ใหญ่จนผิดสังเกต จนเมื่อเรียนจบชั้น ม.3 แล้ว ประมาณเดือนพฤษภาคมจึงคลอดลูกออกมา โดย นางสาวโบว์กล่าว เตือนเพื่อนๆ วัยรุ่นว่า ถ้ายังไม่พร้อม หรือยังเรียนหนังสืออยู่ก็อย่างเพิ่งมีเพศสัมพันธ์ หรือถ้าจะมีก็ต้องหาทางป้องกัน เช่น ให้แฟนใช้ถุงยางอนามัยเพราะถ้าท้องขึ้นมาก็ต้องออกจากโรงเรียน ทำให้เสียอนาคต จะไปทำงานก็ไม่มีใครรับ เพราะไม่มีวุฒิการศึกษ เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงินเลี้ยงลูก ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวขึ้นมาอีก

ทางด้าน พระครูใบฎีกาทรงพล ขนนนฺโทเจ้าอาวาสวัดศรีรัตนาราม เปิดเผยว่า ทางวัดได้นำ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียนมาจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันปัญหา เพราะถือว่าเป็นปัญหาของสังคมและเป็นปัญหาของชุมชน เพราะหากเด็กเกิดมาไม่มีความพร้อมหรือเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ไม่มีคุณภาพก็จะกลายเป็นปัญหาของสังคมขึ้นมาอีก ซึ่งทุกภาคส่วนในท้องถิ่นต้องร่วมมือกันไม่ใช่ถือว่าตัวเองไม่เกี่ยว ทั้งที่โรงเรียนอบต.และวัดก็ต้องร่วมกัน ที่ผ่านมาได้มีการจัดค่ายครอบครัวคุณธรรมปลูกฝังเรื่องจริยธรรมและความดีงามแก่เยาวชน ไม่ล่วงละเมิดทางเพศไม่ชิงสุกก่อนห่าม ตลอดจนการ "บวชเณรภาคฤดูร้อน" นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมศิลปะ กิจกรรมเดินป่า ร่วมปลูกต้นไม้ การรีไซเคิล ขยะ การแข่งขันกีฬา ฯลฯ เพื่อดึงเยาวชนออกจากสื่อยั่วยุทางเพศ

นายวิสุทธ บุญญะโสภิต ผู้อำนวยการสำนักสมัชชาสุขภาพ กล่าวว่า การแก้ปัญหา "วัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พร้อม" ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เริ่มตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน ตลอดจนประชาสังคมท้องถิ่น เพื่อนำมากำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา ซึ่งจะต้องพิจารณาในภาพรวมทั้งระบบโดยเฉพาะด้านการป้องกัน  การเฝ้าระวัง การดูแลแก้ไขปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ และทารกเกิดก่อนกำหนด ดังนั้นจึงมีการบรรจุเป็น 1 ใน 9 นโยบายสาธารณะที่จะนำเข้าสู่วาระการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2553 เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายสมัชชาทั่วประเทศ นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน การจัดกระบวนการสมัชชาสุขภาพจากการสนับสนุนโดนสำนักงานคณะกรรมกมรสุขภาพแห่งชาติ (สข.) ที่ผ่านมาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาอย่างได้ผลและมีการตอบรับที่ดีจากประชาสังคมในพื้นที่ซึ่งพร้อมจะแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนเช่นตัวอย่างที่ตำบลชอนสมบูรณ์ที่ทุกฝ่ายในชุมชนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา ขณะที่การผลักดันให้มีนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์ระดับชาติ (พ.ศ.2553-2557) จะเป็นการทำงานร่วมกับภาคีและเครือข่ายทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ซึ่งมี 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา เรื่องการคุมกำเนิด ฯลฯ ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือ การตั้งครรภ์จะต้องเกิดจากความพร้อมและความตั้งใจของพ่อแม่ เพื่อให้ได้ทารกที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังของชาติต่อไป โดยจะนำข้อสรุปที่ได้จากเวทีสมัชชาและประชาคมท้องถิ่นมาปรับให้สอดคล้องและจะนำเข้าสู่วาระการพิจารณาในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับปัญหา "วัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อม" ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และกำลังกลายเป็นวาระแห่งชาติ สืบเนื่องจากแต่ละปีจะมีเด็กทารกประมาณ 1 แสนคน ที่เกิดจากแม่อายุต่ำกว่า 20 ปี ทำให้มีปัญหาสังคมตามมา เช่น เด็กที่เกิดจากแม่อายุน้อยเมื่อคลอดออกมาจะไม่แข็งแรงบางรายอาจพิการ ปัญญญาอ่อน เมื่อไม่มีความพร้อมที่จะเลี้ยงดูก็อาจจะนำเด็กไปทิ้ง หรือไปทำแท้งจนเกิดอันตรายตามที่เป็นข่าว ซึ่งปัจจุบันมีวัยรุ่นที่ไปทำแท้งเถื่อนแล้วถูกส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลภาครัฐมีถึงร้อยละ 28.5 โดยมีการทำแท้งเถื่อนทั่วประเทศประมาณวันละ 1,000 ราย ที่สำคัญมากกว่าร้อยละ 25 ของเด็กกลุ่มนี้จะกลับมาตั้งครรภ์ซ้ำภายในเวลา 2 ปี นอกจากนี้ยังทำให้พ่อแม่วัยรุ่นขาดโอกาสในการเรียนต่อ บางรายครอบครัวอาจแตกแยกเพราะพ่อแม่วัยรุ่นยังไม่มีความพร้อมทั้งในเรื่องการหาเลี้ยงชีพไม่มีความพร้อมในการดูแลลูก เมื่อโมโหหรือเครียดก็จะไปทำร้ายเด็ก หรือทุบตีจนถึงแก่ความตายดังที่เคยเป็นข่าว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง