แนวทางตั้ง 'พล.ร.7-พล.ม.3'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2554 00:00:06 น.

หมายเหตุ : แนวทางการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) ตามที่สภากลาโหมได้เห็นชอบจัดตั้งไปในการประชุมเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2554 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เพิ่งเห็นชอบในการจัดตั้งกองพลทหารม้าที่ 3  (พล.ม.3) ในช่วงปีใหม่ โดยทั้ง 2 กองพลจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบพร้อมกัน แนวทางการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 (ฝั่งตะวันตกและเหนือ)

ปรับปรุงโครงสร้างการจัดหน่วยเป็นกองพลรบเบา

จากการประเมินภัยคุกคามทางด้านทิศตะวันตก ตามเอกสารทบทวนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2553  ซึ่งได้พิจารณาว่า การเมืองในประเทศฝั่งดังกล่าวยังคงมีความเข้มแข็ง และมีเสถียรภาพอย่างมาก  การพัฒนากองทัพมุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถการรักษาความมั่นคงภายใน และการปกป้องทรัพยากรชายฝั่ง โดยให้ความสำคัญกับระบบป้องกันภัยทางอากาศสำหรับเมืองหลวงใหม่ ส่วนการจัดหายุทโธปกรณ์เชิงรุกที่สำคัญยังค่อนข้างชะลอตัว โดยนำรายได้จากการขายทรัพยากรธรรมชาติพัฒนากองทัพในระดับหนึ่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศโดยร่วมมือกับต่างประเทศ ปัจจุบันมีข่าวสารการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ โดยได้รับเทคโนโลยีจากรัสเซีย และเกาหลีเหนือ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการพัฒนาเพื่อสันติ แต่หากในอนาคตมีการพัฒนาไปในแนวทางกับเกาหลีเหนือ จะส่งผลกระทบด้านความมั่นคงต่อประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ประเทศดังกล่าวมีการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารกับเกาหลีเหนืออย่างไม่เปิดเผยมาตั้งแต่ปี 2542 โดยเกาหลีเหนือได้ขายยุทโธปกรณ์จำนวนหนึ่งพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ และได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาติดตั้งอาวุธประจำเรือตรวจการณ์ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือการก่อสร้างฐานทัพใต้ดิน ที่มีการสร้างอุโมงค์ลับใต้ดินหลายแห่ง โดยอาจมีการสร้างบริเวณชายแดนตะวันตก ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งศูนย์บัญชาการทางทหารสำรอง หรือที่เก็บอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยานสำหรับป้องกันเมืองหลวงใหม่ โดยมีการพัฒนาศักยภาพกองทัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งกำลังทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ซึ่งห้วงที่ผ่านมามีค่าใช้จ่ายทางทหารเฉลี่ยร้อยละ 3.5 ของจีดีพี และเชื่อว่าในห้วง 4 ปีหลัง ได้ใช้งบประมาณทางด้านการทหารร้อยละ 20 ของจีดีพี

จากข้อมูลดังกล่าว อาจเกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทั้งปัญหาเส้นเขตแดน การปราบปรามชนกลุ่มน้อย การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาทิ การค้ายาเสพติด แรงงานต่างด้าว และผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่การใช้กำลังทหารเข้าแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งการพัฒนากองทัพของเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้อำนาจกำลังรบเปรียบเทียบของกองทัพบกสองประเทศ ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) ตามโครงสร้างปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กำลังรบ ทภ.3 ไม่สอดคล้องกับภัยคุกคามในปัจจุบัน พื้นที่รับผิดชอบโดยกองพลทหารม้าที่ 1 (พล.ม. 1) มีการจัดหน่วยกำลังรบ 2 กรมทหารม้า และเป็นหน่วยที่รับผิดชอบพื้นที่ซึ่งมีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศฝั่งขวาและซ้ายบางส่วน สำหรับกองพลทหารราบที่ 4 (พล.ร.4) เป็นหน่วยรับผิดชอบพื้นที่ที่เหลือด้านทิศตะวันตกลงมาถึงรอยต่อกับพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดของภูมิประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า-ภูเขา และมีพื้นที่รับผิดชอบเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นอุปสรรคในการควบคุมอำนวยการยุทธ์ และการใช้หน่วยระดับกองพลตามหลักนิยม อันจะทำให้ขีดความสามารถของ ทภ.3 โดยรวมลดลงด้วย

ภายหลังสิ้นสุดสงครามเย็น ซึ่งเป็นการเผชิญหน้าของประเทศในภูมิภาคตามลัทธิอุดมการณ์ในการปกครองประเทศ ทำให้ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของไทยในห้วงดังกล่าว ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศลดระดับลง กองทัพบกจึงได้ดำเนินการเสริมสร้างความพร้อมรบให้กับหน่วยกำลังรบของกองทัพบก โดยให้พิจารณายุบรวมหน่วยที่ไม่สมบูรณ์เข้าด้วยกัน และต่อมา กองทัพบกได้ดำเนินการตามแผนปรับปรุงกำลังกองทัพบก ปี 2535-2539 โดยปรับโครงสร้างกองพลทหารราบและกองพลทหารม้าให้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน กล่าวคือ ให้แต่ละกรมทหารราบ/ทหารม้ามี 3 กองพัน สำหรับในส่วนของ ทภ.3 ให้ปิดการบรรจุกำลัง พล ร.4 พัน 5 เมื่อ มี.ค.2534, ปิดการบรรจุกำลังพล ร.4 พัน 1, ร.7 พัน 3 และ ร.17พัน. 1 เมื่อ มี.ค.2536 และปิดบรรจุ ร.7 พัน.4 เมื่อ ก.พ.2538 ทั้งนี้ ปัจจุบันสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ ทภ.3 และอำนาจกำลังรบเปรียบเทียบได้เปลี่ยนแปลงไปตามที่ได้กล่าวแล้ว ดังนั้น จึงสมควรจัดตั้งหน่วยระดับกองพัน ซึ่งเป็นหน่วยดำเนินกลยุทธ์หลักให้กับ ทภ.3 เพื่อให้มีกำลังที่เพียงพอต่อการรองรับภารกิจที่ได้รับมอบ โดยการจัดตั้งหน่วยควบคุมบังคับบัญชาทั้งในระดับกองพลและระดับกรม เพื่อให้หน่วยกำลังรบของ ทภ.3 มีขีดความสามารถและปฏิบัติการได้ตามหลักนิยมที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ เมื่อ 22 มี.ค.2553 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้กระทรวงกลาโหม (กห.) จัดบรรยายสรุปเรื่องการพัฒนากองทัพประเทศเพื่อนบ้าน และความจำเป็นในการพัฒนากองทัพไทยให้นายกรัฐมนตรีและคณะได้รับทราบ โดยนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแผนการจัดตั้ง พล.ร. ในพื้นที่ ทภ.3  (พล.ร.7) เพื่อปฏิบัติภารกิจเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และให้ กห. เสนอโครงการและความต้องการงบประมาณให้สำนักงบประมาณพิจารณาต่อไป ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีนโยบายในการจัดตั้ง พล.ร.7 ให้กับ ทภ.3 เพิ่มเติม ในขั้นต้นให้มีที่ตั้ง บก.และร้อย บก.พล.ร.7 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยให้กองทัพบกปรับโอนการบังคับบัญชากรมทหารราบของ พล.ร.4 มาเป็นฐานในการจัดตั้งหน่วยก่อน เพื่อให้มีความเป็นไปได้ทางด้านงบประมาณ จากนั้นจึงพิจารณาจัดตั้งหน่วยเพิ่มเติมตามความจำเป็นด้านยุทธการ และสถานภาพด้านงบประมาณต่อไป

แนวทางการดำเนินการระยะที่ 1 (ปี 2554-2556) จัดตั้ง บก.ร้อย บก.พล.ร.7 บรรจุกำลังพล 393 อัตรา ณ พื้นที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้พื้นที่เดิมของ พล.รพศ.2 (ปิดการบรรจุ) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ พล.รพศ.5, จัดตั้ง บก.และร้อย บก.ร.15 จำนวน 169 อัตรา ณ พื้นที่ อ.เมืองฯ จ.ตาก, จัดตั้ง ร้อย ค.หนัก ร.14 ร้อย ค.หนักกรม ร.บรรจุกำลังพล 135 อัตรา ณ พื้นที่ อ.เมืองฯ จ.ตาก, จัดตั้ง 3 พัน ร., พัน ร.เบา บรรจุกำลังพล 1,851 อัตรา ให้เป็นหน่วยในอัตรา ร.4 และ ร.14 ได้แก่จัดตั้ง ร.4 พัน 1 ณ.พื้นที่ อ.เมืองฯ จ.น่าน ให้เป็นหน่วยในอัตราของ ร.4, จัดตั้ง ร.14 พัน.2, และ ร.14 พัน 3 ณ พื้นที่ อ.เมืองฯ จ.ตาก พร้อมทั้งเปลี่ยนนามหน่วย ร.4 พัน.4 (อ.เมืองฯ จ.ตาก) เป็น ร.14 พัน.1 ให้เป็นหน่วยในอัตรา ร.14 ปรับโอนการบังคับบัญชา ร.7 และ ร.17เป็น นขต.พล.ร.7 โดยยังไม่เปลี่ยนแปลงนามหน่วย และสายการบังคับบัญชาหน่วยระดับกองพัน (ร.7 ประกอบด้วย ร.7 พัน 1, ร.7 พัน 2 และ ร.7 พัน 5 และ ร.17 ประกอบด้วย ร.17 พัน.2, ร.17 พัน3, ร.17พัน.4)

ระยะที่ 2 (ปี 2557-2559) จัดตั้ง ร.7 กรม ร.เบา บรรจุกำลังพลจำนวน 2,155 อัตรา (ประกอบด้วย บก. และร้อย บก. ร้อย ค.หนัก และ 2 พัน ร. ณ พื้นที่ อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย และ พัน ร. ณ พื้นที่ อ.คลองสาน จ.กำแพงเพชร) รวมทั้งปรับการบังคับบัญชา และเปลี่ยนนามหน่วยระดับกองพันในอัตรา ร.4, ร.14, ร.24 ให้สอดคล้องกับพื้นที่รับผิดชอบ จัดตั้ง บก. และร้อยบก.ป.7 บก. และร้อย บก.กรม.ป. บรรจุกำลังพลอัตรา 159 อัตรา ณ พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยใช้พื้นที่ดั้งเดิมของ รพศ.2 (ปิดการบรรจุ) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ รพศ.5 รวมทั้งปรับการบังคับบัญชา ป.พัน 7 เป็นหน่วยในอัตราของ ป.7, จัดตั้ง พัน สห. 7 พัน ส.พล.บรรจุกำลังพลอัตราลดระดับ 395 อัตรา ณ พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่, จัดตั้ง ร้อย สห.พล.ร.7 ร้อย สห.พล. บรรจุกำลังพลอัตราลดระดับ 1 จำนวน 108 อัตรา ณ พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ระยะที่ 3 (ปี 2560-2562) จัดตั้ง ร.27 กรม ร.เบา บรรจุกำลังพล 2,155  อัตรา (ประกอบด้วย บก. และร้อย บก., ร้อย ค.หนัก, ณ พื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่, 1 พัน ร. ณ พื้นที่ อ.เมืองฯ จ.พะเยา, 1 พัน ร. ณ พื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ 1 พัน ร. ณ พื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่) รวมทั้งการปรับการบังคับบัญชา และเปลี่ยนนามหน่วยระดับกองพัน ในอัตรา ร.7, ร.17 และ ร.27 ให้สอดคล้องกับพื้นที่รับผิดชอบ, จัดตั้ง ร้อย ลว.ไกล 7 บรรจุอัตรากำลัง 208 อัตรา ณ พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ระยะที่ 4 (ปี 2563-2565) จัดตั้ง ช.พัน 7, พัน ช.สนาม พล. บรรจุอัตรา 832 อัตรา ณ.พื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง, จัดตั้ง กรม สน.พล.ร.7 กรม สน.พล.ร.เบา (ประกอบด้วย บก., และร้อย บก., กรม สน. สง.ส่งกำลังพล, กรม.สน. พล.ร.เบา, พัน ซบร.กรม สน.พล.ร.เบา.พัน สร.กรม สน.พล.ร.เบา.ร้อย สบร.กรม สน.พล.ร.เบา และพัน ขส.กรม, สน.พล.ร.เบา) บรรจุกำลังพลจำนวน 1,813 อัตรา ณพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ระยะที่ 5 (ปี 2566-2568) จัดตั้งพัน ป. ขนาด 105 มม. พัน.ป.เบา ลจ. กรม ป.พล.ร. บรรจุกำลังพล 1,521 อัตรา ได้แก่

ป.พัน.14 ณ พื้นที่ อ.เมืองฯ จว.ตาก จัดตั้ง ป.พัน 24  ณ พื้นที่ อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ให้กับ ป.4 และ ป.พัน 27 ณ พื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ให้กับ ป.7   และจัดตั้ง 1 พัน ป. ขนาด 155 มม. พัน ป.กลาง ลจ. กรม ป.พล.ร. บรรจุกำลังพล 490 อัตรา ได้แก่ ป.พัน.107 ณ พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้กับ ป.7, จัดตั้ง พัน.ม. (ลว.) พล.ร.7 พัน.ม. (ลว.) บรรจุอัตรากำลังพล 148 อัตรา ณ.พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ความต้องการงบประมาณ ...เมื่อพิจารณาแสวงประโยชน์จากการใช้อาคาร สิ่งปลูกสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งการปรับการแจกจ่ายยุทโธปกรณ์คงคลังที่ ทบ.มีอยู่ และการจัดหายุทโธปกรณ์เท่าที่จำเป็นแล้ว มีความต้องการงบประมาณต่ำสุด ตามแนวทางการจัดตั้ง พล.ร.7 ตามโครงสร้างการจัด พล.ร.เบา ซึ่งกำหนดดำเนินการ 5 ระยะ 15 ปี  รวมทั้งสิ้น 47,563,663,120 บาท

การจัดตั้ง พล.ม.3
(ฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ)
การจัดตั้งกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) เพื่อให้กองทัพ

ภาคที่ 2 (ทภ.2) มีหน่วยดำเนินกลยุทธ์ในระดับกองพลที่มีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ มีเกราะป้องกัน และอำนาจการยิง กำลังชน สำหรับปฏิบัติภารกิจการป้องกันประเทศ ได้อย่างสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วย และภัยคุกคามในระยะยาว รวมทั้งการปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ในมิติของความมั่นคงในปัจจุบัน  หรือการรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และเพื่อการป้องปรามในระดับยุทธศาสตร์

โดยได้กำหนดให้มีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และพัฒนาในหน่วยทหารม้าที่มีอยู่ตามโครงสร้างการจัดหน่วยในปัจจุบันของกองทัพบกเป็นฐานในการจัดตั้งหน่วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ และให้จัดตั้งหน่วยได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งได้มีการปรับปรุงแนวทางในการดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคง และนโยบายของผู้บังคับบัญชามาโดยลำดับ

แนวทางที่เสนอกระทรวงกลาโหมให้พิจารณานำเข้าขออนุมัติในที่ประชุม ครม.ต่อไปนั้น ได้กำหนดให้ พล.ม.3 มีโครงสร้างการจัดหน่วยเป็นกองพลทหารม้ามาตรฐาน ในขั้นต้นจัดตั้งหน่วยกำลังรบหลักจำนวน 2 กรมทหารม้า พร้อมทั้งหน่วยในส่วนฐานกองพลเท่าที่จำเป็น โดยดำเนินการเป็น 4 ระยะ เวลาดำเนินการ 10 ปี  (ปี 2554-2563) และจัดตั้งอีก 1 กรมทหารม้า พร้อมทั้งหน่วยยิงสนับสนุน หน่วยสนับสนุนการช่วยรบ และกรมทหารปืนใหญ่ที่เหลือ ในระยะต่อไปตามขีดความสามารถทางด้านงบประมาณ และความจำเป็นเร่งด่วนทางด้านยุทธการ โดยดำเนินการเป็น 2 ระยะ ในห้วงปี 2564-2568 สรุปการดำเนินการในภาพรวม จำนวน 6 ระยะ เวลาดำเนินการ 15 ปี ( 2554-2568) สรุปการดำเนินการในภาพรวม 6 ระยะ มีความต้องการอัตรากำลังพลรวม 11,804 อัตรา

ในระยะที่ 1 (ปี 2554-2555) ความต้องการงบประมาณรวม  2,285,841,682 บาท จัดตั้ง บก. และร้อย พล.ม.3 บรรจุอัตราลดระดับจำนวน 393 อัตรา ปรับโอนการบังคับบัญชาการ กรมทหารม้าที่ 6 (ม.6 ) หน่วยที่มีอยู่เดิม หน่วยในอัตราประกอบด้วย ม.พัน 6 (รถถัง) และ ม.พัน.14 (ยานเกราะ) เป็น นขต.พล.ม.3

ระยะที่ 2 (ปี 2556-2557) จัดตั้ง บก.และ ร้อย บก.ม.7 บรรจุกำลังพลอัตราลดระดับ 1 จำนวน 250 อัตรา จัดตั้ง 2 พัน ม. (ยานเกราะ) ให้กับ ม.7

ระยะที่ 3  จัดตั้ง พัน.ม. (ลาดตระเวน (มว.)) พล.ม.3 ให้เป็นหน่วยในส่วนฐานกองพลของ พล.ม.3 จัดตั้ง ร้อย ค.หนัก ม.7 จัดตั้ง พัน.ม. (ก.) จัดตั้ง พัน ส.พล.ม.3 เป็นหน่วยในส่วนฐานกองพลของ พล.ม.3 จัดตั้ง ร้อย สห. พล.ม.3

ระยะที่ 4  จัดตั้ง พัน ถ.ให้กับ ม.7 จัดตั้งกรมสนับสนุน (สน.) พล.ม.3  เป็นหน่วยในส่วนฐานกองพล ของ พล.ม.3 (ประกอบด้วย บก. และร้อย บ.ก.กรม สน.พล.ม.3, พัน ชรบ.กรม สน.พล.ม.3, พัน สบร. กรม สน. พล.ม.3, พัน ส.ร.10 กรม สน.พล.ม.3)

ระยะที่ 5  จัดตั้ง บก.และร้อย บก. ม.8 จัดตั้ง ร้อย ค.หนัก ม.8 จัดตั้ง 2 พัน ม. (ก.) ให้กับ ม.8, ระยะที่ 6 จัดตั้ง พัน ถ.ให้กับ ม.8 จัดตั้ง พัน ช.พล.ม.3 เป็นหน่วยส่วนฐานกองพลของ พล.ม.3 จัดตั้ง บ.พล.ม.3 เป็นหน่วยส่วนฐานกองพลของ พล.ม.3 จัดตั้งกรม ป.ให้กับ พล.ม.3 (ประกอบด้วย บก. ร้อย บก.กรม ป., 3 พัน ป.ขนาด 155 มม. และ 1 พัน. ป. ขนาด 155 มม.

ADVERTISEMENT