กฎหมายวาไรตี้'ข้อหาช่วยเหลือผู้กระทำผิด'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2554 00:00:31 น.
โดย ช.ช้างหัวหน้า

คราวที่แล้วกล่าวถึงข้อหาทำลายพยานหลักฐานเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้ไม่ต้องรับโทษหรือได้รับโทษน้อยลง แต่คราวนี้จะกล่าวถึงการช่วยเหลือต่อตัวผู้กระทำผิดโดยตรง เช่น ช่วยพาผู้กระทำผิดหลบหนี ช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องถูกจับกุม ซึ่งเป็นข้อหาความผิดฐานช่วยเหลือผู้กระทำผิด มีรายละเอียดดังนี้

ความผิดฐานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 189 ว่า "ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พำนักแก่ผู้นั้นโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" หมายความว่า เป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำผิดโดยตรง ไม่ว่าจะโดยให้ที่พำนัก หรือช่วยด้วยประการใดไม่ให้ผู้นั้นต้องถูกจับกุม ถือเป็นความผิดต้องรับโทษตามบทบัญญัติมาตรานี้

ตัวอย่างลักษณะการกระทำความผิดตามมาตรานี้ เช่น

- จำเลยได้ช่วยเหลือ ช่วยซ่อนเร้นนายพินิจ ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย  อันมิใช่ความผิดลหุโทษ โดยรับขึ้นรถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับจากที่เกิดเหตุไปส่งยังที่อื่น ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้นายพินิจถูกจับกุมหรือต้องรับโทษ การกระทำของจำเลยมีความผิดตามมาตรา 189

- นายดำขับรถยนต์บรรทุกไม้แปรรูปแล้วถูกตำรวจยึดรถยนต์บรรทุกไม้แปรรูปไม่ยอมให้ขับออกไป จำเลยได้มาพูดกับตำรวจเป็นทำนองให้ปล่อยรถยนต์บรรทุกไม้แปรรูปและนายดำ แต่ตำรวจไม่ยอม ต่อมาจำเลยก็พานายดำขึ้นรถยนต์ขับหนีไป แสดงว่าจำเลยรู้แล้วว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และมีนายดำเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ จำเลยจึงมีความผิดฐานช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด  เพื่อไม่ให้ต้องโทษหรือไม่ให้ถูกจับกุมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189

- มีคนร้ายใช้ปืนยิงนายสมศักดิ์ถึงตาย เจ้าพนักงานตำรวจสืบทราบว่านายยอดเป็นคนร้ายรายนี้ จึงไปจับกุมที่บ้านน้ำวิ่ง ทราบจากชาวบ้านว่ามาที่บ้านจำเลย จึงติดตามสอบถามจำเลยถึงนายยอด ขั้นแรกจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้มาบ้านจำเลย ครั้นเจ้าพนักงานตำรวจบอกว่ากำลังติดตามจับ ทราบว่ามากู้เงินจำเลย จำเลยจึงรับว่านายยอดมาจริง แต่กลับไปแล้ว ครั้นค้นบ้านจึงพบนายยอดซ่อนอยู่ชั้นบนบ้านจำเลย ดังนี้ พฤติการณ์ของจำเลยแสดงว่าจำเลยรู้อยู่แล้ว หรือควรจะรู้ว่านายยอดเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เพราะเจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งให้จำเลยทราบว่ากำลังติดตามจับนายยอดอยู่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 189

- เจ้าพนักงานตำรวจได้เข้าทำการจับกุมพวกลักลอบเล่นการพนันไฮโล  จำเลยร้องบอกพวกที่เล่นการพนันดังกล่าวว่า "ตำรวจมา ตำรวจมา" พวกที่เล่นการพนันบางคนหลบหนีการจับกุมของเจ้าพนักงานไปได้ พฤติการณ์ของจำเลยที่ร้องบอกพวกที่เล่นการพนันดังกล่าวก็ด้วยมีเจตนาที่จะให้ผู้เล่นการพนันรู้ตัวเพื่อจะหลบหนีไป การกระทำของจำเลยจึงเข้าลักษณะของการช่วยด้วยประการใดๆ แก่ผู้กระทำความผิดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ดังบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189

- ผู้เสียหายแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนระบุว่านายดำเป็นผู้ทำร้ายตน  อันมิใช่ความผิดลหุโทษ ฐานะของนายดำขณะนั้นจึงเป็นผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิดแล้ว ต่อมาก่อนนายดำถูกจับกุม จำเลยได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าตนเป็นผู้ทำร้ายผู้เสียหาย เพื่อแสดงว่านายดำไม่ใช่เป็นผู้ทำร้าย ดังนี้ การกระทำของจำเลยมีเจตนาช่วยนายดำไม่ให้ถูกจับกุม จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189

ตัวอย่างที่กล่าวมาเป็นคดีที่เกิดขึ้นและมีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐาน จึงเป็นข้อเตือนใจว่าก่อนที่จะช่วยเหลือผู้ใด ก็ต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อนว่าเป็นการช่วยเหลือผู้กระทำผิด อันเป็นการปล่อยคนผิดลอยนวล ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม และทำลายกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ หากรู้แล้วยังกระทำก็ต้องรับโทษตามกฎหมายบ้านเมืองนั่นเอง.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง