คอลัมน์: ถูกทุกข้อ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 7 กันยายน 2554 00:00:51 น.
ในพระปรมาภิไธย
เรียน  คุณสามวา สองศอก

ผมได้อ่านข้อความในอินเทอร์เน็ตหลายเว็บไซต์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในคดีคุณหญิงพจมานฉ้อโกงภาษีรัฐ โดยมีการตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ และประณามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์อย่างรุนแรงเป็นจำนวนมากมาย

ในฐานะที่ผมเคยรับราชการเป็นผู้พิพากษา ตำแหน่งสุดท้ายหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เมื่อเกษียณมาแล้วก็มาเป็นผู้พิพากษาอาวุโสอยู่หลายปี รู้สึกเศร้าและสะเทือนใจ เมื่อได้อ่านข้อความในเว็บไซต์ดังกล่าวรู้สึกขมขื่น อับอาย ในฐานะที่เคยอยู่ในองค์กรศาลยุติธรรมมาก่อน

โดยส่วนตัวผมขอไม่วิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ เพราะผมเชื่อว่าประชาชนทั่วไปที่สนใจคดีนี้ คงจะได้อ่านคำวินิจฉัยคดีนี้ของศาลชั้นต้น (คือศาลอาญา) และของศาลอุทธรณ์ ตามที่หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับได้นำมาลงตีพิมพ์ไปแล้ว บางฉบับถึงขนาดนำคำวินิจฉัยแต่ละตอนของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์มาเปรียบเทียบกัน

ประชาชนที่อ่านก็คงพอเข้าใจได้แล้วว่า คำพิพากษาของศาลใดมีเหตุผลทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่มีเหตุผลน่าเชื่อถือกว่ากัน บางเว็บไซต์ผู้โพสต์ข้อความมีความสามารถถึงขนาดระบุชื่อผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เป็นเจ้าของสำนวน คือท่านโสรัฐ เพียรอนุกูลบุตร ในด้านเสียหายนานาประการ

ผมเองจะไม่ขอร่วมติติงวิพากษ์วิจารณ์ท่านโสรัฐ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกล้าพูดและกล้ายืนยันได้เต็มปากว่า ท่านผู้พิพากษาศาลอาญาซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนคดี และเป็นผู้ตัดสินคดีนี้ คือท่านปราโมทย์ พิพัฒน์ปราโมทย์ เป็นตุลาการที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับในแวดวงตุลาการ ท่านปราโมทย์ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกาก่อนที่จะเกษียณอายุ เมื่อท่านเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านก็มาเป็นผู้พิพากษาอาวุโสประจำศาลอาญา และก็เป็นผู้พิพากษาผู้รับผิดชอบในคดีนี้

ในฐานะที่ผมเคยรับราชการเป็นตุลาการระดับสูง เมื่อเห็นมีผู้คนวิจารณ์ ติติง ประณามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ผมรับไม่ได้จริงๆ พวกกระผมเคยได้รับการอบรมสั่งสอนจากบรรพตุลา การมา เมื่อผมเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาเมื่อ 40 ปีก่อนว่า "ถ้าจะตรวจสอบคุณภาพของผู้พิพากษาตุลาการ ต้องดูที่คุณภาพของคำวินิจฉัย ถ้าผู้พิพากษาคนใดมีเป้าหมายไว้แล้ว มาหาเหตุผลภายหลัง เท่ากับผู้พิพากษาผู้นั้นบกพร่องเรื่องคุณภาพ"

ท่านศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ บรรพตุลาการผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ท่านเป็นที่ยอมรับทั้งในด้านความรู้ความสามารถ และทรงคุณธรรมในแวดวงตุลาการ ได้เคยกล่าวให้โอวาทพวกกระผมไว้ว่า "การประศาสน์ความเป็นธรรมนั้น ไม่เพียงแต่ต้องทำให้เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องทำให้เห็นชัดแจ้งโดยปราศจากข้อสงสัยว่าได้เกิดขึ้นด้วย ดังนั้นผู้พิพากษาที่ดีจะต้องเขียนคำวินิจฉัยอย่างมีเหตุผล โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น"

ท่านศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ บรรพตุลาการ ผู้ซึ่งถือได้ว่าเป็นปูชนียบุคคลในแวดวงตุลาการ ได้เคยกล่าวให้โอวาทแก่พวกกระผมไว้ว่า "นักกฎหมายที่ดีต้องซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายและนิติประเพณี มีมโนสำนึก มีจริยธรรม มีหิริ โอตตัปปะ และมีความกล้าหาญทางจริยธรรม

ไม่หาช่องทางของกฎหมาย ไปบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพื่อสนองตัณหาและความต้องการของผู้มีอำนาจ จนทำลายหลักการและวิชาชีพของตัวเอง ต้องแน่วแน่และซื่อตรงต่อนิติวิธี ไม่ใช้นิติวิธีไปในทางฉ้อฉล บิดเบือน วิชาชีพกฎหมายไม่ได้สอนมาเช่นนี้ ครูอาจารย์ทางด้านนิติศาสตร์ไม่เคยสอนมาเช่นนี้ นักกฎหมายคนใดมีพฤติการณ์เช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นสันดานส่วนตัวของคนคนนั้น"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยมีพระราชดำรัสให้โอวาท แก่บรรดาตุลาการที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ (หากผมจำไม่ผิด) เมื่อประมาณปี 2550 มีความตอนหนึ่งว่า "เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้พิพากษาทำหน้าที่ในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ หากท่านวินิจฉัยพิพากษาอรรถคดีไม่ถูกต้อง หรือคำพิพากษามีข้อกังขาน่าสงสัย คนทั่วไปเขาก็จะวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติเตียน ซึ่งก็มีผลกระทบต่อข้าพเจ้า ทั้งนี้เพราะท่านปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธย จึงขอให้ท่านได้ระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่"

ผมจึงกราบขอวิงวอนให้บรรดาผู้พิพากษาตุลาการทั้งปวง จงนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใส่เกล้าฯ แล้วนำไปปฏิบัติโดยเคร่งครัดด้วยเถิด หากท่านไม่ใส่ใจปฏิบัติตาม ท่านควรจะต้องถูกประณามว่า เป็นผู้ทรยศต่อพระปรมาภิไธยขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ขอให้ท่านเคร่งครัดในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะสังคมไทยยุคปัจจุบันมันน่ากลัวมาก มันล่อแหลมต่อการสิ้นชาติเหลือเกิน สถาบันตุลาการเท่านั้นที่จะต้องเป็นที่พึ่งสุดท้ายของสุจริตชนทั้งปวง และเพื่อความอยู่รอดของแผ่นดินไทย

อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
ตอบ อดีตผู้พิพากษาฯ

ขอบคุณที่ยังเป็นที่พึ่งสุดท้าย ให้คนที่ไม่รู้จะไปหาทางออกอย่างไร เพราะกรรมเป็นเครื่องแสดงเจตนา


ยุทธการตีเมืองขึ้น
เรียน  คุณสามวา สองศอก

ชูวิทย์ น้องใหม่สภาโจ๊ก รับออเดอร์จากตำรวจระดับรอง ผบ.มาเขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร. ซึ่งก็เข้าตีนของรองนายกฯ เฉ-ลิม

รองนายกฯ คนนี้ คนทั้งประเทศรู้กิตติศัพท์พัวพันอบายมุขมาตลอด (แต่ที่ถนัดที่สุดคือแบล็กเมล์) พอชูวิทย์เตะหมูเข้าปากหมา ยุทธการตีเมืองขึ้นก็ถูกกำหนดอย่างเร่งรีบ

1.ผู้ส่งออเดอร์ก็ได้ตำแหน่งไป2.ผู้รับออเดอร์มาปฏิบัติก็ได้เมืองขึ้นไป วิน-วินทั้งคู่สันดานไม่เคยเปลี่ยน คุณสามวา สองศอก เห็นด้วยมั้ย!!!!

คนไทย หัวใจไทย
ตอบ คุณคนไทย หัวใจไทย
ถูกทุกข้อก็แล้วกัน

ตักน้ำใส่กะโหลก
เรียน  คุณสามวาฯ ที่เคารพนับถือ

ตั้งแต่บัดนี้ถ้าผมเขียนวิจารณ์รัฐบาลแดง และคณะพรรคแดงทั้งหลายที่นั่งสลอนอยู่ในสภาในรัฐบาล คุณไม่ต้องกลัวพวกมันจะฟ้อง นสพ. เพราะผมเขียนมาวิจารณ์ในฐานะประชาชนผู้เลือกท่านเหล่านั้นเข้าไป เพราะพวกมัน (ต้องเรียกมันเพราะเหมาะสมกับสถานภาพของพวกมัน) นักการเมืองจะอยู่จังหวัดไหน ก็คือคนของประชาชน ต้องดูแลเอาใจใส่ประชาชน รับฟังคำติติงคนทั้งประเทศ ไม่ใช่จังหวัดไหนเลือกแดงจะต้องเอาใจ เมื่อเข้าไปแล้วต้องเป็นคนของทั้งประเทศ

คุณเฉลิม อยู่ฯ ผมจะติชมในฐานะผู้แทน ไม่ใช่ฐานะ นร.นายสิบรุ่นน้องแล้ว คุณเฉลิมคุณกำลังทำกรรมให้กับวงศ์สกุลของคุณ ซึ่งในสายตาประชาชนทั้งประเทศคุณกับลูกๆ ของคุณเป็นพวกที่ ดีน้อยแทนที่มีโอกาสจะต้องกระทำความดี เพื่อลบล้างสิ่งไม่ดีที่ผ่านๆ มา

นี่กลับเหิมเกริมเดินกร่าง (ขอให้คุณเปิดรีวิวพฤติกรรมของคุณทางโทรทัศน์แล้วคุณจะอายตัวเอง)  นึกว่าแน่ ประชาชนที่เลือกคุณรวมทั้งผม (ขอโทษ) อยากอ้วก ทำดีสิจะได้ตายดีเหลิมเอ๋ย (จากประชาชนของคุณ)

พวกพลพรรคแดงทั้งหลายท่านจะทำอะไรไม่ว่า ขอให้ก่อนทำคิดสักนิดว่าประชาชนทั้งประเทศมี 65 ล้านคน และคิดสักนิดว่าอีกไม่นานเวรก็จะตามทันอีก ไม่นานพวกท่านก็จะตายจากโลกไปแล้ว ช่วยทำกรรมดีบ้างจะได้ตายดี

แฟนไทยโพสต์
ตอบ คุณแฟนไทยโพสต์

เรื่องฟ้องร้องหนังสือพิมพ์หรือนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม คุณเฉลิมไม่เคยจริงจังกับเรื่องนี้ แค่คุยกันรู้เรื่องก็ยอมถอนฟ้องแล้ว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง