คอลัมน์: สภาประชาชน: ปลูกไม้พะยูงกันเถอะ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2554 00:00:58 น.
สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ

สมาชิก "อนันต์ คู่มณี" ประธานสถาบันมูลนิธิสุนทรภู่ ยก มือขออภิปรายเชิญชวนเพื่อนสมาชิกมาปลูกสวนเกษตรคนละ 2 ไร่

เรียน ท่านประธานสภาประชาชนที่เคารพ

เห็นลักลอบตัดไม้พะยุงกันสนั่นบ้านสนั่นเมือง ทำให้ผมเปรี้ยวสมองขึ้นมา ในฐานะคนทำสวนเกษตรขายเป็นอาชีพมาหลายสิบปี จึงคิดอยากจะจัดทำสวนเกษตร ปลูกสวนเกษตรไม้พยุง ในที่ดินแปลงละ 4 ไร่ ถึง 10 ไร่ ให้ประเทศไทยมีสวนเกษตรทองคำ จะได้รวยกันทั้งคนซื้อ-คนขาย กลายเป็นได้ซื้อขายที่ดินสวนป่าเศรษฐกิจสมความปรารถนา

ถ้าย้อนดูในอดีต ผมน่าจะเป็นคนแรกๆ ที่จัดที่ดินสวนเกษตร โครงการแรกจัดที่บางพลี แปลงละ 2 ไร่ ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ให้แปลงละ 32 ต้น ต่อมาอีก 4 ปี ผมและคณะกรรมการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรได้ร่วมทุนทำสวนเกษตรที่อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี โดยทำสวนลิ้นจี่แปลงละ 2 ไร่ ก็ขายหมดในเวลาอันรวดเร็ว

จากนั้นนักพัฒนาที่ดิน หรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็หันมาทำสวนเกษตรกันมากขึ้น เช่น สวนลำไยที่ลำพูนที่เชียงใหม่ สวนลิ้นจี่ที่เชียงราย บริษัทยักษ์ใหญ่เคยทำสวนเกษตรสักทอง ทั้งที่กาญจนบุรี และริมแม่น้ำป่าสัก เช่น บริษัท ศุภาลัย จำกัด มหาชน

ครั้งหนึ่งมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ชื่อ "พลิกแผ่นดินทอง ล้านนาไทย" ผมได้รับเชิญให้ไปพูด จึงเสนอการพลิกแผ่นดินทองเป็นสวนเกษตร หลังจากนั้นโครงการสวนลำไย สวนลิ้นจี่ ทั้งลำพูน-เชียงใหม่และเชียงราย ตื่นตัวกันคึกคักจัดมาเท่าใดก็ขายกันได้

นโยบายขายสวนเกษตรก็หวังให้นักลงทุนซื้อที่ดินสำเร็จรูปที่มีสาธารณูปโภค และมีสวนผลไม้ เพียงคนละ 2 ไร่ หรือ 4 ไร่ ผู้ซื้อชำระเงินดาวน์ 30% อีก 70% กู้ธนาคารแล้วผ่อนส่งเวลา 10 ปี ช่วงนั้นธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็ให้การสนับสนุนลูกค้ารายย่อยด้วย จึงซื้อง่ายขายคล่อง

เมืองเหนือแม้นิยมซื้อที่ดินสวนเกษตรกัน ต่อมาประมาณปี 2532 ผมเริ่มผุดโครงการสวนเกษตรมะขามหวานที่กาญจนบุรีขึ้นมาทีเดียว 2 โครงการ ก็ขายดิบขายดี จนมีนักจัดสรรทุนหนาหลายคนไปจัดสรรสวนเกษตรที่กาญจนบุรีและราชบุรีอย่างกว้าง ขวาง ถือว่าเป็นการพัฒนาที่ดินให้มีศักยภาพทางด้านสาธารณูปโภค ลดภาระของรัฐบาลได้ไม่น้อย

ผมล่องใต้ไปจัดสรรสวนมังคุด ราชินีผลไม้ที่จังหวัดสุราษฎร์ ธานีก็ไม่ผิดหวัง เพราะช่วงปี 2534-2535 การซื้อขายที่ดินคึกคัก ถ้าคนจัดสรรสวนเกษตรโดยปลูกสักทอง ก็ดูแลเบื้องต้นเพียง 3 ปี ต่อจากนั้นสักทองก็จะโตวันโตคืน  เจ้าของโครงการปล่อยมือได้ผู้ซื้อก็ปล่อยมือ รอตัดไม้สักทองขายอย่างเดียว

จังหวัดกาญจนบุรีดาษดื่นไปด้วยสวนเกษตรสักทอง ใครไปเที่ยวเมืองกาญจน์ก็จะเห็นต้นสักหรือป่าสัก ปลูกอยู่บนโฉนดที่เป็นหลักประกันไม่เสี่ยง  เมืองไทรโยคจึงดูคล้ายเมืองแพร่หรือลำปาง ทุกวันนี้มีคนลงทุนทำสวนเกษตรยางพารา โดยไม่สนใจจะขายน้ำยาง แค่ลงทุนทำและลงทุนซื้อกันไว้ ก็หวังว่าเมื่อครบ 10 ปี ต้นยางพาราสามารถตัดขาย ไม้ยางพาราราคาไม่แพ้สักทอง

ผมจึงอยู่ในระหว่างทำการศึกษา การทำสวนเกษตรไม่พะยุงดูสัก 300-400 ไร่ แบ่งแปลงละ 2-4 ไร่ ด้วยราคาไม้พะยุงที่แพงเหมือนทองคำ หากมีโครงการทำสวนเกษตรเป็นสวนป่าไม้พะยุง นักลงทุนรายย่อยอาจจะสนใจซื้อเก็บไว้ จะนานกี่ปีก็ไม่น่าคิดอะไร ถือว่าเป็นทรัพย์สินของครอบครัว คนหนุ่มโสดอย่างท่านประธานก็มีสิทธิ์ซื้อไว้เช่นเดียวกัน

เอาเป็นว่าถ้าผมจะจัดสวนเกษตรสวนไม้พะยุงก็จะส่งข่าวให้ทราบ ที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ นี่แหละ เพียงแต่ขอศึกษาราคาที่ดินลงทุน กับหลักวิชาในการปลูกไม้พะยุงให้แน่ใจเสียก่อนเท่านั้น

ขอจบด้วยบทร้อยกรองดังนี้ครับ

* ไม้พะยุงเป็นไม้เศรษฐกิจ/ใครปลูกไว้มีสิทธิ์เป็นเศรษฐี/ไม้พะยุงเป็นไม้ที่เนื้อสด/ปลูกให้ทั่วปฐพีแผ่นดินทอง

* ขอเชิญชวนนักพัฒนามาลงทุน/สร้างพระคุณหมุนเวียนเปลี่ยนเจ้าของ/แปลง 4 ไร่ 8 ไร่ เปิดให้จอง/ให้คนซื้อได้ครอบครองปองสัมพันธ์

* ซื้อที่ดินสวนพะยุงมุ่งกำไร/จะหมุนเวียนเปลี่ยนมือไปก็ได้ผล/ดินอุดมสมใจไม่กังวล/เชิญทุกคนปลูกพะยุงรุ่งเรืองเอย


ปีนี้เศรษฐกิจไม่ดีเพราะน้ำท่วม ประธานท้วมขอจองแค่ 100  ตารางวาจะได้ไหม?.
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง