แม้ขณะนี้ยังไม่มีความขัดแย้งในการแก้ไขรัฐธรรม นูญอย่างที่หลายคนกังวล เพราะอาจยังอยู่ในช่วงฟักตัว และประเด็นการแก้ไขยังสะเปะสะปะไม่ชัดเจน จนกว่าจะเกิด ส.ส.ร.ขึ้นมานั่นแหละ
ขณะฝ่ายที่คัดค้าน อย่างพรรคประชาธิปัตย์, กลุ่มสยามสามัคคี รวมทั้งเครือข่ายพันธมิตรฯ และกลุ่มอำนาจเก่าที่ได้ประโยชน์จาก รธน. 50 ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ และยังออกมาเคลื่อนไหวสร้างความรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขาไม่ไว้วางใจในระบอบทักษิณ ที่อาจจะมายุ่งกับหมวดสถาบัน, ศาล, องค์กรอิสระ และกองทัพ
ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่พวกเขาจะเชื่อตามเสรีภาพ และที่ผ่านมาหลังเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองในช่วงกลางปี 53 ยังไม่มีการเคลื่อนไหวกระทบกระทั่งเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มคู่ขัดแย้งแต่อย่างใด
จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ชายฝาแฝดเข้าไปชกหน้า อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อ.คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของ อ.วรเจตน์ในการแก้ไข รธน. 50 และการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
โชคยังดี แม้จะมีหลายคนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของแกนนำนิติราษฎร์ แต่ก็ไม่ได้ออกมาซ้ำเติม พร้อมทั้งแสดงความเห็นใจ และที่สำคัญยังมีการออกมาประณามการกระทำของฝาแฝดคู่นี้ หลายคนเห็นเช่นนี้จึงเชื่อว่าเรื่องจะจบลง และไม่บานปลายออกไปเพราะสังคมได้พิพากษาไปแล้ว
แต่ที่ไหนได้ ภายในงานเสวนา "ประชาชนคัดค้านการล้มล้างรัฐธรรมนูญ 50 ยึดอำนาจเพื่อทักษิณ" ที่กลุ่มสยามสามัคคีจัดที่สวนลุมพินี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับเอาเรื่องของ อ.วรเจตน์ มาซ้ำเติม โดยมีผู้ร่วมงานคนหนึ่งขึ้นไปบนเวทีก่อนงานสัมมนาจะเริ่ม โดยระบุว่า
"ขอบคุณฝาแฝดที่ชกหน้านายวรเจตน์ เพราะได้สร้างความสะใจแก่พวกเรา แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง แต่บางทีก็เหลืออดกันบ้าง" ท่ามกลางเสียงเฮและสะใจของผู้ร่วมงาน