คอลัมน์: อนุมัติ2พันล้าน'ช่วยแดง'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 7 มีนาคม 2555 00:00:28 น.

ทำเนียบฯ * ครม.รับลูก "ปคอป." อนุมัติ 2 พันล้านเยียวยาเหยื่อสลายม็อบการเมือง 1,900 คนตั้งแต่ปี 2548-2553 อ้างเลขาฯ กฤษฎีกาบอกทำได้ตามแนวทาง ครม.ในอดีต พลิ้วเล่นคำเลี่ยงกฎหมายเรียก "เงินช่วยเหลือ" แทน "เงินชดเชย" ลิ่วล้อแนะ "ปู" เยือนญี่ปุ่นแจ้งจ่ายเงินเยียวยาช่างภาพรอยเตอร์เอาใจ "เต้น" ซัด ปชป.ฟ้องศาล ปค.ถ่วงปรองดอง "สาธิต" ลั่น 8 มี.ค.ลุยร้องระงับแน่

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 มี.ค. นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเยียวยาทางแพ่งและฟื้นฟูด้วยวิธีการอื่น แถลงผล ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็น ชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผล กระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปลายปี 2548-พ.ค.2553 วงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้กับผู้เสียหายกลุ่มที่ 1

นายธงทองกล่าวว่า ผู้เสียหายกลุ่มที่ 1 ขณะนี้หมายถึงประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือสื่อมวลชนที่เสียชีวิต ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะสำคัญ สูญเสียอวัยวะไม่สำคัญ และบาดเจ็บ ซึ่งจากการคำนวณเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ได้รับการเยียวยาประมาณ 1,900 คน เป็นผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คน นอกนั้นเป็นผู้บาดเจ็บ ทุพพลภาพวงเงิน 24,828.82 ล้านบาท จากที่เสนอมาทั้งสิ้น 249 โครงการ วงเงิน 41,328.82 ล้านบาท โดยจะใช้งบประมาณภายใต้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ วงเงิน 350,000 ล้านบาท ซึ่งต้องเสนอให้คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัย (กนอช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 12 มี.ค.ก่อนกู้เงินต่อไป

สำหรับ 246 โครงการที่เห็นชอบ แบ่งเป็น พื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา วงเงิน 15,592.82 ล้านบาท คือ 1.แนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออก 8 โครงการ วงเงิน 559.5 ล้านบาท 2.แนวคันกั้นน้ำฝั่งตะวันตก คลองระพีพัฒน์ 41 โครงการ วงเงิน 9,081.20 ล้านบาท 3.ย้ายแนวคันพระราช ดำริไปที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ฝั่งใต้และคลองเจ็ด 15 โครงการ วงเงิน  1,964.55 ล้านบาท 4.ซ่อมแซมประตูระบายน้ำ 50 โครงการ วงเงิน 355.30  ล้านบาท 5.ปรับ ปรุงคลองระบายน้ำใต้คันปิดล้อมพื้นที่ฝั่งตะวันออก 38  โครงการ วงเงิน 136.27 ล้านบาท และ 6.โครงการขุดลอกแม่น้ำและคลองขนาดใหญ่ 9 โครงการ วงเงิน 3,496 ล้านบาท

ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตก วงเงิน 9,235.99 ล้านบาท คือ 1.แนวคันกั้นน้ำริม9,235.99 ล้านบาท คือ 1.แนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตั้งแต่คลองพระยาบรรลือ-ปากแม่น้ำเจ้าพระยา 33 โครงการ วงเงิน 2,263.51 ล้านบาท 2.แนวคันกั้นน้ำด้านใต้ตามคลองพระยา บรรลือ 8 โครงการ วงเงิน 1,792.90 ล้านบาท 3.แนวคันกั้นน้ำด้านใต้ตามคลอง พระพิมล 8 โครงการ วงเงิน 626.10 ล้านบาท 4.แนวคันกั้นน้ำด้านใต้ตามคลอง มหาสวัสดิ์ 3 โครงการ 1,858.25 ล้านบาท 5.แนวคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออกจาก คลองพระยาบรรลือ ด้านแม่น้ำท่าจีนปากแม่น้ำท่าจีน 12 โครงการ  2,542.8 ล้านบาท 6.เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองทวีวัฒนา 1 โครงการ  วงเงิน 48.14 ล้านบาท 7.ปรับปรุงคลองระบายน้ำภายในคันปิดล้อมพื้นที่ฝั่งตะวันตก 3 โครงการ วงเงิน 10.6 ล้านบาท และ 8. ซ่อมประตูน้ำและติดตั้งสถานีสูบน้ำเพิ่มเติม 17 โครงการ วงเงิน 93.69 ล้านบาท

นายปลอดประสพกล่าวอีกว่า ยังคงมีโครงการระยะยาวที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี อีก 3 โครงการ วงเงิน 16,500 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.จัดทำคลองเรียบถนน (คาแนลสตรีท) ถนนพุทธมณฑล สาย 4 วงเงิน 1,500 ล้านบาท 2.จัดทำคลองเรียบถนนพุทธมณฑล สาย 5 วงเงิน 2,500 ล้านบาท และ 3.ขยายทางยกระดับถนนบรมราชชนนี - จังหวัดนครปฐม ระยะ 21  กิโลเมตร 12,500 ล้านบาท

"โครงการใหม่นี้เมื่อสำเร็จแล้วกรุงเทพฯ ทางเหนือจะได้รับการป้องกันตลอด ทำให้คนกรุงเทพฯ นอนตาหลับ และคนที่อยู่ในเขตดอนเมืองจะปลอดภัยตลอด ทำให้คนกรุงเทพฯ นอนตาหลับ และคนที่อยู่ในเขตดอนเมืองจะปลอดภัยแน่นอน" นายปลอดประสพกล่าว และว่า จะไม่มีการเอาพื้นที่ปริมณฑลมาเป็นพื้นที่รับน้ำแน่นอน เพราะไม่มีทางที่จะเอาศัตรูมาไว้ใกล้ประตูเมือง ซึ่งพื้นที่รับน้ำตามหลักการแล้วต้องอยู่เหนือ จ.พระนครศรีอยุธยาขึ้นไป

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้ช่วยกันรีบส่งข้อมูลข่าวสารที่มีเพิ่มเติมเข้าเว็บไซต์  WWW.PMOCFLOOD.COM โดยเร็ว และในอนาคตจะมีซอฟต์แวร์ผ่านไอแพด ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำได้ทั้งหมด รวมทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างด้วย

ขณะเดียวกันได้มีการจัดเสวนา เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม เรื่อง "ชีวิตแรงงานหญิง หลังเผชิญวิกฤติมหาอุทกภัย" ซึ่งพบว่าอุทกภัยในปลายปี 2554 ได้ซ้ำเติมแรงงานหญิงอย่างมาก ทั้งการถูกเลิกจ้าง ได้รับค่าแรงไม่เป็นธรรม และยังส่งผลกระทบต่อครอบครัว ทำให้ในวันที่ 8 มี.ค. จะมีการรณรงค์ไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้มีมาตรการและแนวทางในการช่วยเหลือแรงงานหญิงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย

วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน  ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบนิคมอุตสาห กรรม 39 ราย ได้ยื่นฟ้องการนิคมอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย กรมโรงงานอุต สาหกรรม รมว.อุตสาหกรรม รมว.คลัง คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้มีคำพิพากษาให้ทั้ง 7 หน่วยงานระงับและเพิกถอนการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน หรือพนังกั้นน้ำรอบ 11 นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา  ปทุมธานี กทม. และสมุทรปราการ รวมทั้งขอให้ 7 หน่วยงานร่วมกันจัดทำแผนการระบาย น้ำอย่างเป็นรูปธรรม และกำหนดหลัก เกณฑ์การชดเชยเยียวยา  ฟื้นฟูทรัพยากร ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ของประชาชนโดยรอบ  11 นิคมอุตสาห กรรมด้วย      ของประชาชนโดยรอบ  11 นิคมอุตสาห กรรมด้วย

"เรื่องนี้เป็นอำนาจการบริหารงานที่ต้องสร้างความสมดุลระหว่างความเดือดร้อนของประชาชนกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน ชาวบ้านจำเป็นต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเองในกรณีที่รัฐละเมิด ซึ่งการฟ้องคดีครั้งนี้ทางสมาคมยังได้ขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยสั่งให้ 7 หน่วยงานระงับการก่อสร้างเขื่อน หรือพนังกั้นน้ำ จนกว่าศาลมีคำพิพากษา" นายศรีสุวรรณตอบกรณีถ้าไม่สร้างพนังกั้นน้ำและเกิดน้ำท่วมคนตกงาน สมาคมจะรับผิดชอบอย่างไร

การฟ้องร้องของสมาคมดังกล่าวทำให้มีการติดป้ายผ้าต่อต้านการกระทำดังกล่าวบริเวณสะพานลอยคนเดินข้ามถนนสายเอเชีย ด้านหน้าศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค และสะพานลอยคนเดินข้ามถนนโรจนะ หน้าวัดคานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยแต่ละป้ายเขียนด้วยลายมือ อาทิ "ถ้าน้ำท่วม เดือดร้อน และตกงาน ใครรับผิดชอบ ท่าน  NGO ทั้งหลาย" "ยามน้ำท่วมหัวหายตายกันหมด ยามน้ำลดหัวที่หดกลับผยอง ถ้าน้ำท่วมอีกคงช้ำน้ำตานอง ขอพี่น้องคนอยุธยา ช่วยต่อต้าน  NGO" "ท่าน  NGO ที่คัดค้านการก่อสร้างแนวคันดินป้องกันน้ำท่วม ถามคนคานหามแล้วหรือยัง" "สวนอุตสาหกรรมโรจนะอยู่ไม่ได้  และชาวคานหามจะอยู่ได้อย่างไร"

และเมื่อสอบถามการติดป้ายดังกล่าวก็ไม่มีใครยืนยันว่าใครเป็นผู้นำมาติดตั้ง แต่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงทั้งกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ประกอบการหอพัก ร้านขายของชำ และกลุ่มพนักงาน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เห็นด้วยกับผู้ที่นำป้ายมาติดตั้ง เพราะการออกมาคัดค้านของกลุ่มเอ็นจีโอไม่สร้างสรรค์.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง