แล้ง-ร้อนทะลุ40 26เม.ย.จุดเดือด คาดอุณหภูมิเม.ย.ถึง42องศา

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 7 มีนาคม 2555 00:00:27 น.

กรมอุตุฯ เผยปีนี้อากาศร้อนจัดอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปีที่แล้ว คาดทะลุ 40 องศา เกือบทั่วประเทศ โดยวันที่ 26 เม.ย.ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับโลก นักวิชาการชี้อากาศทั่วโลกแปรปรวนแบบสุดขั้ว

ไทยโพสต์ * กรมอุตุฯ เผยปีนี้อากาศร้อนจัด อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปี 54 คาดทะลุเกิน 40 องศาเกือบทั่วประเทศ ระบุ 26 เม.ย.นี้ พระอาทิตย์ตั้งฉาก แต่อาจไม่ใช่วันร้อนที่สุด ด้านนักวิชาการชี้สภาพภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวนแบบสุดขั้ว หนาว-ร้อนจัด ระบุอุณหภูมิน้ำทะเลร้อนทำให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ล่าสุดพบตายไปแล้วกว่า 50%

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นายประวิทย์ แจ่มปัญญา ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศส่วนกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ฤดูร้อนในปีนี้คาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าปี 2554 สำหรับเดือนที่ร้อนมากที่สุด โดยปกติจะสลับกันระหว่างเดือนมีนาคมกับเมษายน ปีนี้คาดการณ์ว่าเดือนมีนาคมร้อนที่สุด แต่เนื่องจากมีปัจจัยเมฆฝนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้อุณหภูมิลดลง ความร้อนไม่สะสมตัว โดยในช่วงกลางเดือนมีนาคมจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าเดือนเมษายนมีอุณหภูมิสูงสุดในปีนี้ คาดว่ามีโอกาสร้อนจัดถึง 40-42 องศา บริเวณภาคเหนือ อีสานและภาคกลาง ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ อากาศร้อน มีอุณหภูมิระหว่าง 37-39 องศา

นายประวิทย์กล่าวว่า เมื่อปี 2554 มีเพียง 2 วันที่มีอุณหภูมิสูง 40 องศา คือ วันที่ 7 มีนาคม 2554 อุณหภูมิ 40.4 องศา ที่จังหวัดตาก และวันที่ 18 เมษายน 2554 อุณหภูมิ 40.7 องศา ที่จังหวัดบุรีรัมย์ สำหรับปี 2555 จะมีจำนวนวันที่ร้อนเกิน 40 องศามากกว่าปีที่แล้ว ส่วนสถิติร้อนที่สุดในรอบ 10 ปียังคงเป็นปี 2553 ที่ร้อนมากและร้อนยาวนาน สำหรับวันที่พระอาทิตย์ตั้งฉากตรงศีรษะในพื้นที่กรุงเทพฯ คือ วันที่ 26 เมษายน 2555 ในทางทฤษฎีแล้วเป็นวันที่ร้อนมากที่สุด แต่ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงการพยากรณ์อากาศได้ว่าเป็นวันที่ร้อนที่สุด เพราะอาจจะมีฝนตกทำให้ความร้อนลดลง สถิติหลายปีที่ผ่านมา วันที่พระอาทิตย์ตั้งฉากศีรษะก็ยังร้อนน้อยกว่าวันอื่นๆ

ดร.สุชนา ชวนิชย์ นักวิจัยหญิงไทยหนึ่งเดียวที่สำรวจขั้วโลกใต้เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้ภูมิอากาศทั่วโลกอยู่ในสภาวะรุนแรงและมีการเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้ว คือ ฤดูร้อนก็ร้อนจัด ฤดูหนาวก็หนาวจัด จนทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก ในปีนี้ทวีปยุโรปเจอฤดูหนาวหนักกว่าหลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจคิดว่าสภาวะโลกร้อนส่งผลให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความจริงแล้วส่งผลทำให้ภูมิอากาศในแต่ละฤดูกาลมีความแปรปรวน คาดการณ์หรือพยากรณ์ได้ยากขึ้น

อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย กล่าวว่า ผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัดเจนคือ ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในทะเลอันดามันและอ่าวไทย เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น 1 องศา จนทำให้มีปะการังฟอกขาวถึง 90% ของพื้นที่ทะเลไทย จากการตรวจสอบปะการังล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่ามีปะการังฟอกขาวได้ตายไปแล้วถึง 50% ซึ่งเป็นกรณีที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และห่วงโซ่อาหารปลาและสัตว์น้ำต่างๆ ในที่สุดก็จะส่งผลลบต่อมนุษย์ด้วย

"ส่วนที่ขั้วโลกใต้หรือทวีปแอนตาร์กติก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนพายุหิมะเกิดขึ้นมากกว่าปกติ และยังเพิ่มความรุนแรงอีกด้วย ถือเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ได้ว่าเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่แปรปรวน ส่วนผลกระทบกับขั้วโลกใต้คือ ขนาดน้ำแข็งมีความหนามากขึ้น ทำให้นกเพนกวินต้อง เดินทางไกลและใช้เวลานานกว่าเดิมเพื่อหาอาหารให้ลูกกิน ลูกนกเพนกวินจึงขาดอาหารและมีอัตราการตายสูงขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณกุ้งในทะเลมีจำนวนลดลง ทำให้วาฬและสัตว์ขั้วโลกใต้มีอาหารกินน้อยลง" ดร.สุชนากล่าวสรุป.

บรรยายใต้ภาพ
ดร.สุชนา ชวนิชย์
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง