ข่าวอินโฟเควสท์
23:04 ธนาคารกลางอังกฤษกำหนดอัตราส่วนการค้ำประกันที่ 4.05%   ธนาคารกลางอังกฤษได้กำหนดอัตราส่วนการค้ำประกันขั้นต่ำไว้ที่ระดับ 4.05% ซึ่งถือเป็นระดับที่…
22:36 ธนาคารกลางรัสเซียขี้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 9.5% สูงกว่าคาดการณ์   ธนาคารกลางรัสเซียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 9.5% จากระดับเดิมที่ 8% นับเป็นการป…
22:15 ตลาดหุ้นยุโรปดีดตัวขึ้นต่อ จากปัจจัยข้อมูลศก.สหรัฐ-บีโอเจ   ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้นต่อในการซื้อขายช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากได…
21:35 ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น ขานรับธ.กลางญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการกระตุ้นศก.   ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดตลาดวันนี้ในแดนบวก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียและตลาด…
21:27 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนต.ค.ขยับขึ้นแตะ 86.9   ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงท้ายเดือนต.ค.จากรอยเตอร์และมหาวิทยาลัยมิชิแกน ข…

'เงินทองของมีค่า' ตลท.ผนึก กทม.ปลูกฝังเยาวชน

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2555 00:00:35 น.

จากการเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนของโลกเศรษฐ กิจ และการเงิน ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในการดำเนินชีวิต การรู้จักการจัดการวางแผนชีวิต และเข้าใจกลไกเกี่ยวกับการเงิน และเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่เหมาะสม สามารถสร้างรากฐานทางการเงินที่มั่งคงและนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไปได้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวจึงเดินหน้าโครงการ พัฒนาความรู้เยาวชนหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" แก่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า โครงการพัฒนาความรู้เยาวชนหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่าง ตลท. และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการออมและสร้างวินัยทางการเงินที่เป็นระบบให้แก่เยาวชน โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2545 เป็นต้นมา ทั้งในรูปแบบการจัดทำหนังสือคู่มือการเรียนการสอน การอบรมศึกษานิเทศก์และครูทั่วประเทศ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการออม รวมทั้งการแข่งขันตอบปัญหาทางการเงิน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสามารถให้ความรู้แก่นักเรียนทั่วประเทศแล้วกว่า 7.14 ล้านคน ครูและอาจารย์กว่า 35,000 คน และมีโรงเรียนจากทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการกว่า 23,000 โรงเรียน

อย่างไรก็ตาม ตลอดปี 2554 ตลท.ได้มอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (T SI) จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การอบรมผู้บริหารและครูตามหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" จำนวน 1,316 คน จาก 436 โรงเรียน และให้นำหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" ไปจัดการเรียนการสอนกับนักเรียนในระดับประถมศึกษาจำนวน 4 คาบ/ปี และระดับมัธยมศึกษาจำนวน 6 คาบ/ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 ครอบคลุมนักเรียนในสังกัด กทม. กว่า 340,000 คน รวมทั้ง พัฒนาสื่อการเรียนรู้และจัดกิจกรรมส่งเสริมการออม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอนาคต

"โครงการพัฒนาความรู้เยาวชนหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งสร้างโอกาสการเติบโตของเยาวชนด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และปลูกฝังความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคลซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการสร้างทักษะชีวิตให้กับเยาวชนให้สามารถวางแผนและตัดสินใจทางการเงินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเยาวชนถือเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาของประเทศ" นายจรัมพร กล่าว

นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการ กทม. เปิดเผยว่า กทม.ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนโครงการพัฒนาความรู้เยาวชนหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" ในโรงเรียนสังกัดกทม. กับตลท.อย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาได้ให้สำนักการศึกษา กทม. ดำเนินการในการนำเนื้อหาหลักสูตรไปบรรจุในการเรียนการสอน รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนได้นำหลักสูตรดังกล่าวไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการออมภายในโรงเรียน และนำมาประกวดภายใต้กิจกรรม "หนูจะออม เงินทอง ของมีค่า" ซึ่งมีโรงเรียนได้จัดส่งรายงานการจัดการเรียนการสอนมาประกวด และนักเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้ส่งผลงานวาดภาพระบายสี และเรียงความภายใต้แนวคิด "หนูจะออม เงินทอง ของมีค่า" กันอย่างล้นหลาม จำนวนมากถึง 2,732 ผลงาน ซึ่งหลังจากนี้ กทม. จะดำเนินการติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิดและดูแลให้มีการจัดการเรียนการสอน "เงินทอง ของมีค่า" อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการดำเนินโครงการพัฒนาความรู้เยาวชนหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" ภายใต้โครงการ "เงินทอง ของมีค่า" ในปี 2555 ตลท.ได้ต่อยอดโครงการโดยจัดทำ e-Tea ching Bo ok แผนการสอนสำเร็จรูปสำหรับครูผู้สอน และ e-T raining วิดีทัศน์แนะนำการสอนหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จพร้อมใช้ในเดือนพฤษภาคม 2555 รวมทั้งจะร่วมมือกับ กทม. ในการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันโครงการ "เศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ: เงินทอง ของมีค่า และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีประสบการณ์ในการพัฒนาวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ การบริหารการเงินส่วนบุคคล และสามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการวัดและประเมินผลความรู้อีกด้วย

ทั้งนี้ คู่มือสำหรับการจัดการเรียนการสอน การจัดการการเงินส่วนบุคคล Personal  Finance กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยความร่วมมือและประสานงาน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งหมด 4 เล่ม สำหรับการเรียนรู้ใน 4 ช่วงชั้น

* ช่วงชั้นที่ 1 ระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1-3)
* ช่วงชั้นที่ 2 ระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4-6)
* ช่วงชั้นที่ 3 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3)
* ช่วงชั้นที่ 4 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6)

สำหรับเนื้อหาหลักสูตร "เงินทอง ของมีค่า" ความรู้พื้นฐานด้านการเงินให้แก่เยาวชน โดยเป็นส่วนหนึ่งในสาระเศรษฐศาสตร์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 สาระความรู้พื้นฐานด้านการเงินดังกล่าว ประกอบด้วย ความเข้าใจด้านการเงิน (understanding) จะช่วยให้เยาวชนมีแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับเงิน ได้แก่ ธรรมชาติและหน้าที่ของเงิน แนวคิดในการหารายได้และการใช้จ่าย, ความสามารถทางการเงิน (compete nc y ) จะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในด้านการบริหารจัดการการเงินของตน ให้รู้จักใช้อย่างฉลาด และเลือกช่องทางการลงทุนที่เหมาะสม โดยเยาวชนควรมีทักษะที่จะสามารถบอกถึงปัญหาและการแก้ไขปัญหาทางการเงินในชีวิตประจำวันของตนได้ด้วยความมั่นใจ, ความรับผิดชอบทางการเงิน (responsibility) ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นและต่อเนื่องกันทั้งในเชิงบวกและเชิงลบด้านการเงินและสังคม อันจะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรของชาติ ด้วยสำนึกในความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ การเรียนรู้ดังกล่าว จะครอบคลุมเรื่องต่างๆคือ หลักการในการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคล ทั้งในเรื่องการบริโภคการออม และการลงทุน รู้จักและเข้าใจข้อดี ข้อเสีย และรู้จักเลือกใช้ และบริหารจัดการแหล่งเงินทุนประเภทต่างๆ อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม, มีทักษะและเข้าใจในความถนัด ความสามารถของตนเอง รวมถึงการแสวงหาโอกาสและใช้โอกาสอย่างเหมาะสมในงานอาชีพสาขาต่างๆ, รู้จักการทำมาค้าขายและดำเนินธุรกิจ เข้าใจระบบเศรษฐกิจและธุรกรรมระหว่างประเทศอย่างสังเขป มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมตามความเหมาะสม

การจัดการเรียนการสอนในเรื่องเศรษฐกิจและการเงินเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเข้าใจยากจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการสอนรูปแบบใหม่ เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดความสนใจอยากเรียนรู้ด้วยความสนุก อันจะนำไปสู่ความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริง.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง