คอลัมน์: คุณนางพยาบาลอินเทรนด์'นุ่งสั้น-คอเว้า-แต่งหน้า'ตามกระแสแต่ไม่ลืม(ทำ)ตามหน้าที่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 13 มิถุนายน 2555 00:00:11 น.

ในอดีตเรามักคุ้นตากันดีกับชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดและแสนที่จะเรียบร้อยของนางพยาบาล หรือพี่นางฟ้าใจดีของผู้ป่วยหลายๆ คน และชุดดังกล่าวนั้นไม่ว่าจะผ่านกี่ยุคกี่สมัย ก็ยังคงดูสวยงามด้วยคุณค่าที่มาจากตัวของมันเอง และไม่เฉพาะเพียงสีขาวสะอาดตา แต่หากมาจากจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเสียสละในการดูแลคนไข้อย่างเต็มความสามารถ จึงส่งผลให้ชุดดังกล่าวคงไว้ซึ่งมนต์ขลังอันน่าประทับใจสำหรับใครหลายๆ คน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป"แฟชั่น" ได้เข้ามามีอิทธิพลในการดำเนินชีวิตเกือบทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่ การใช้ชีวิต และการแต่งองค์ทรงเครื่องของคนยุคนี้ไม่ยกเว้นกระทั่ง "ชุดคุณพยาบาล"ในปัจจุบัน ชุดนางพยาบาลเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด มีทั้งการนุ่งกระโปรงสั้นเหนือเข่า การใส่ชุดพยาบาลเข้ารูปมากขึ้น หรือเปลี่ยนจากรองเท้าส้นเตี้ยใส่ถุงเท้าสีขาวสั้น เป็นส้นสูงใส่ถุงน่องทับ หรือการแต่งหน้าสีสันฉูดฉาดเพื่อสร้างความสวยงามให้กับผู้พบเห็นและส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะนโยบาย การส่งเสริมภาพลักษณ์ของนางพยาบาลให้ดูดี และสร้างความเป็นมืออาชีพในการดูแลผู้ป่วยของแต่ละสถานพยาบาล จึงทำให้บางครั้งเราอาจละเลยถึงจุดยืนที่แท้จริงของการทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยไป

เทรนด์แฟชั่นที่กลืนกินยูนิฟอร์มสีขาวนี้ นายบรรหาร ธิปัญญา เจ้าของร้าน "ดอกปีบ" ร้านจำหน่ายชุดพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วประเทศชื่อดังทางภาคเหนือของประเทศไทย เล่าว่า "จริงๆ แล้วชุดพยาบาลที่ถูกระเบียบนั้นยังคงได้รับความนิยมอยู่ โดยเฉพาะชุดพยาบาลในโรงพยาบาลภาครัฐ เนื่องจากรพ.เหล่านี้ยังคงไว้ซึ่งนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้ใส่ชุดเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของชุดพยาบาลทั้ง 3 รูปแบบ เช่น ชุดพยาบาลติดกัน ชุดคนละท่อน (ที่ประกอบไปด้วยเสื้อแขนสั้นปกปีกนก ปกฮาวายหรือปกเทเลอร์ ตัวเสื้อผ่าหน้าใส่คู่กับกระโปรงทรงสุภาพ ด้านหลังผ่าซ้อนทับกัน หรือกางเกงขายาวทรงสุภาพยาวคลุมข้อเท้า)หรือชุดพิธีการที่ต้องใส่เสื้อแขนยาวเป็นหลัก สำหรับรูปแบบของความเรียบร้อยที่เห็นได้อย่างชัดเจนของชุดพยาบาลภาครัฐนั้น คือการเลือกใส่เสื้อคอเทเลอร์แหลม หรือเทเลอร์มน กระโปรงทรงเอ หรือกระโปรงทรงตรงที่มีความยาวคลุมเข่าที่ไม่สั้นจนเกินไป"

ส่วนการแต่งกายของ รพ.เอกชน โดยเฉพาะใน กทม.นั้น เจ้าของร้านดอกปีบบอกว่า "ส่วนใหญ่แล้ว รพ.เอกชนนั้นอาจจะมีการดัดแปลงชุดบ้างเล็กๆ น้อยๆ เช่น มีลูกไม้ประดับตามคอเสื้อ หรือใส่กระดุมไข่มุกแทนกระดุมเหล็ก ส่วนความสั้นยาวของกระโปรงนั้นก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ได้รับ เช่น หากเป็นพยาบาลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับผู้ป่วย หรือเวชระเบียนนั้น ก็จะเลือกแต่งกายให้ดูดี ดังนั้นพยาบาลกลุ่มนี้อาจเลือกกระโปรงที่ดูเข้ารูปและสั้นเหนือเข่า เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน แต่หากเป็นพยาบาลที่อยู่ฝ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ก็จะแต่งตัวค่อนข้างทะมัดทะแมง และเลือกใส่ชุดพยาบาลท่อนล่างเป็นกางเกงเข้ารูปมากกว่ากระโปรง"

แม้ในปัจจุบันชุดพยาบาลนั้นยังคงเป็นชุดที่เรียบร้อยอยู่ แต่จะมีแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยระหว่าง รพ.ของภาครัฐและเอกชน ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน รวมถึงหน้าที่ที่รับผิดชอบเป็นหลัก แต่นโยบายของ รพ.เอกชนโดยเฉพาะการเน้นสร้างภาพลักษณ์ดูดีและความทะมัดทะแมง รวมทั้งความเป็นมืออาชีพ ก็นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้ชุดยูนิฟอร์มนางพยาบาลของภาคเอกชน

เปลี่ยนแปลงไป หรือแตกต่างจากชุดพยาบาลจากภาครัฐนั่นเอง

"โดยส่วนตัวมองว่านโยบายของผู้บริหารสถานพยาบาลเอกชน ส่วนหนึ่งต้องการให้ชุดยูนิฟอร์มนอกจากจะสวยงาม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ผู้พบเห็นแล้ว สถานพยาบาลเหล่านี้ยังต้องการให้พนักงานของตนดูมีความเป็นมืออาชีพ หรือปฏิบัติงานได้คล่องตัวมากขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าชุดยูนิฟอร์มนั้นช่วยทำให้มีรูปร่างที่สมส่วน และสร้างความน่าเชื่อถือได้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ รพ.เอกชนไม่ได้อยู่ภายใต้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขพูดง่ายๆ ว่าขอเพียงแค่เป็นชุดยูนิฟอร์มชุดสีขาวเท่านั้น" จากคำบอกเล่าของนายรัสนันต์ กาฬสินธุ์ ผู้จัดการร้าน "รังสิมา ยูนิฟอร์ม" ร้านจำหน่ายชุดพยาบาลย่านดอนเมือง ที่เปิดดำเนินธุรกิจมากว่า 15 ปี ได้เผยให้ทราบถึงข้อแตกต่างของการแต่งชุดพยาบาลระหว่าง รพ.รัฐบาลและ รพ.เอกชน โดยมีเรื่องของนโยบายของผู้บริหารเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ

ขณะเดียวกันผู้จัดการร้านยังให้ข้อมูลว่า จากการลงพื้นที่เปิดบูธสินค้าให้กับ รพ.ของภาครัฐในภาคใต้นั้น พบว่าชุดนางพยาบาลจะเปลี่ยนไปจากที่อื่นหรือผิดระเบียบมากขึ้น เช่น เปลี่ยนจากคอเสื้อที่ถูกระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข อย่างคอเทเลอร์ ถูกเปลี่ยนเป็นแบบคอกลม หรือคอจีน และมีการนำลวดลายลูกไม้ประดับบริเวณขอบแขนเสื้อหรือขอบชายเสื้อ หรือเปลี่ยนจากกระดุมเหล็กเป็นกระดุมผ้าไหม จากรังกระดุมผ่าหน้าตรง เป็นรังกระดุมผ่าเฉียงเป็นต้น ซึ่งจากคำบอกเล่าจากผู้จัดการร้าน จึงอาจสะท้อนให้เห็นว่าในปัจจุบันมีทั้ง รพ.รัฐบาลและ รพ.เอกชนที่แต่งกายชุดพยาบาลผิดระเบียบ แต่การทำหน้าที่เป็นพยาบาลที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่การแต่งด้วยชุดสวยงาม แต่หากอยู่ที่คำ 3 คำ อย่าง "น้ำมือ น้ำคำ น้ำใจ" อีกหนึ่งแนวคิดจาก พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลวิชาชีพคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ที่เผยให้ทราบถึงแนวคิดที่มีต่อกระแสชุดพยาบาลแฟชั่นว่า

"ชุดพยาบาลสีขาวนั้นเป็นชุดที่สวยงามไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ใส่กี่ครั้งก็รู้สึกภูมิใจทุกครั้ง และปัจจุบันนั้นมองว่า รพ.รัฐบาล เช่น ศิริราช จุฬาฯ รามาธิบดี และวชิรพยาบาลเอง ยังคงเน้นใส่ชุดที่เรียบร้อยอยู่ ส่วนกระแสที่บอกว่าโรงพยาบาลทางภาคใต้นั้นแต่งกายไม่ค่อยถูกระเบียบ ส่วนหนึ่งมองว่าอาจเกิดจากการต้องการความคล่องตัวเป็นสำคัญ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมักมีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้นบ่อยครั้งจึงอาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบชุดไปบ้างเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคิดว่าคงไม่ผิดเพี้ยนไปจากรูปแบบเดิมมากนัก เพราะ รพ.ของรัฐต้องอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข หรืออย่างไรก็ตามต้องอยู่ภายใต้ชุดพยาบาลสีขาวนั่นเอง"

ส่วนการที่ รพ.เอกชนมักเน้นแต่งกายเข้ารูป และกระโปรงสั้น รวมถึงการแต่งหน้าฉูดฉาดนั้น ส่วนหนึ่งมองว่า "เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจ และสร้างการจดจำที่ดีไปสู่ผู้พบเห็น และแม้จะไม่ใช่เรื่องผิดแต่การแต่งกายในลักษณะดังกล่าว ก็ไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับการยึดมั่นในเรื่องของการดูแลผู้ป่วย

หรือเน้นไปที่การกระทำด้วยใจและความเสียสละเป็นหลัก ขณะเดียวกันผู้ที่ประกอบวิชาชีพพยาบาล ก็ควรที่จะรู้จักพิจารณาถึงความเหมาะสมในการคล้อยตามกระแสเหล่านี้ เพราะการที่เราแต่งกายไม่สุภาพ นอกจากจะเป็นการไม่เคารพซึ่งวิชาชีพของตนเองแล้ว ยังถือเป็นการลดความภูมิใจกับชุดสีขาวที่ใส่อย่างไรก็ไม่มีวันเชยลงไปอีกด้วย" พยาบาลสาวกล่าวแม้กระแสชุดพยาบาลแฟชั่นจะถูกมองว่ามาจาก รพ.เอกชนเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นเรื่องของการให้การรักษาผู้ป่วยเป็นสำคัญ และใช้การแต่งกายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มหรือสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายให้กับคนไข้นั้น กาญจนา ส่งเสริม ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล รพ.สมิติเวช สุขุมวิท และอดีตนางพยาบาลโรงพยาบาลภาครัฐ กล่าวว่า "ทุกชุดที่ทางโรงพยาบาลสมิติเวชออกแบบให้กับพยาบาลและพนักงานสวมใส่นั้น ถือได้ว่าเป็นชุดที่เหมาะสมกับงาน เช่น ปัจจุบันเป็นชุดที่มีการออกแบบเสื้อให้มีลักษณะคอกลมแบบติดกระดุมไขว้ ไม่โป๊ ส่วนกระโปรงนั้นมีความยาวระดับหัวเข่า และมีการตีเกล็ดเพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขณะเดียวกันก็มีเสื้อสูทใส่ทับเพื่อความสวยงามและกันหนาวให้กับผู้สวมใส่ สำหรับรองเท้านั้นก็จะแนะนำให้ใส่รองเท้าส้นสูงที่ไม่เกิน 2 นิ้ว เพื่อความคล่องตัว แต่หากใส่ต้องไม่ก่อให้เกิดเสียงดังรบกวนผู้ป่วย หรือเปลี่ยนชุดสีขาวให้เป็นชุดที่สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ป่วยเด็ก ด้วยเสื้อที่มีลวดลายการ์ตูน แต่ในส่วนท่อนล่างนั้นก็ยังคงเป็นกางเกงพยาบาลอยู่"

ส่วนการที่ รพ.เอกชนอื่นๆนั้นมักแต่งกายชุดพยาบาลแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นการนุ่งสั้น รองเท้าส้นสูง ฯลฯ เพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรนั้น โดยส่วนตัวมองว่า "หากการนุ่งสั้นนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงาน เช่น เป็นพยาบาลฝ่ายต้อนรับ หรือการแต่งหน้าเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้ปฏิบัติงาน สิ่งต่างๆ เหล่านี้มองว่าสามารถทำได้และไม่ใช่เรื่องผิดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่บนพื้นที่ของความพอดี".

บรรยายใต้ภาพ
รัสนันต์ กาฬสินธุ์ ผู้คร่ำหวอดในวงการชุดพยาบาลมากว่า 15 ปี
กาญจนา ส่งเสริม อดีตนางพยาบาล รพ.รัฐบาล

ชุดพยาบาลในปัจจุบันนิยมนุ่งสั้นเข้ารูปและผ่าสูง ทั้งนี้เพื่อความสวยงามและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วย

พรวรินทร์ นุตราวงศ์ พยาบาลวิชาชีพ เจ้าของแนวคิด "น้ำมือ น้ำคำ น้ำใจ" หรือการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ชุดนางพยาบาลแบบติดกัน ถือเป็นชุดที่ถูกต้องและได้รับความนิยมในอดีต เพราะตรงตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข

ชุดยูฟอร์มจาก รพ.สมิติเวช ที่สื่อให้เห็นถึงชุดนางพยาบาลที่เรียบร้อย โดยมีสูทสีชมพูคลุมทับ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง