จับตา!'เหลิม'ออกแถลงการณ์ศอ.รส.ฉบับ2วันนี้

24 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ในวันนี้ ศอ.รส.จะมีแถลงการณ์ฉบับ 2 ออกมา แต่จะแถลงการณ์ของการประชุมเล็ก ไม่มีกองทัพมาเกี่ยว...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

โลกใหม่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2555 00:00:56 น.
กาลิเลอี

มนุษย์ค้นหาโลกใหม่ (New World) มาตั้งแต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 โลกใหม่ในขณะนั้นคือ ดินแดนที่นอกไปจากทวีปแอฟริกา ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย คือ ทวีปอเมริกา และอาจจะรวมออสตราเลเชีย หรือออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะใกล้เคียงในมหาสมุทรแปซิฟิก

ปัจจุบันมนุษย์เริ่มมองหาโลกใหม่อีกครั้ง เพราะความต้องการของปัจจัย  4 มีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้นับวันก็ยิ่งจะขาดแคลน มีการกระจายตัวไม่ทั่วถึง

เหตุผลอีกข้อคือ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งกระบวนการผลิตของระบบอุตสาหกรรมทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เช่น น้ำเสีย สารเคมีต่างๆ ที่ถูกปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

แต่คราวนี้เป็นโลกใบใหม่จริงๆ คือส่องออกไปในห้วงอวกาศอันเว้งว้าง  หลังมีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าสิ่งมีชีวิตไม่ได้มีเฉพาะบนโลกเท่านั้น มีการพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กบนดาวอังคาร ข้อมูลใหม่อาจพบสิ่งมีชีวิตบางชนิดบนดวงจันทร์ Europa - Enceladus - Titan เชื่อว่ามีแหล่งน้ำเป็นปัจจัยแห่งการดำรงชีพ

ในปี 2553 มีการค้นพบดาวดวงใหม่กว่า 50 ดวงดังกล่าว มีดาวที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกอยู่ทั้งหมด 16 ดวง ส่วนใหญ่จะมีพื้นผิวเป็นหิน แต่มีดวงหนึ่งมีลักษณะ, ขนาดและพื้นผิวใกล้เคียงโลกมาก อีกทั้งยังโคจรในแถบอวกาศที่มีสภาพอุณหภูมิไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ทำให้น้ำสามารถดำรงอยู่ได้ในสภาวะของเหลว จึงได้ตั้งชื่อให้ดาวดวงดังกล่าวว่าHD 85512 b หรือ Gliese 370 b"HD 85512 b หรือ Gliese 370 b อยู่ไกลจากโลกไป 35 ปีแสง มีขนาดใหญ่กว่าโลกราวๆ 3.5 เท่า โคจรรอบดาวดวงหนึ่งที่ชื่อว่าHD 85512 ที่มีลักษณะเหมือนกับดวงอาทิตย์ ใช้เวลา 54 วันในการหมุนรอบตัวเอง มีเมฆปกคลุมและมีบรรยากาศคล้ายกับโลกของเรามาก ส่วนอุณหภูมิพื้นผิวของดาวดวงนี้อยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส หรือก็พอๆ กับอากาศทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ทำให้นักดาราศาสตร์ต่างสันนิษฐานว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก็เป็นได้

ล่าสุดองค์กรนาซาประกาศว่ามีการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมคลายกับโลกปัจจุบันที่เราอาศัยอยู่ อุณหภูมิเท่าๆ กัน และมีการโคจรรอบดาวฤกษ์ที่คล้ายดวงอาทิตย์อีกด้วย

ประเด็นน่าสนใจคือนักวิทยาศาสตร์บางคนมองว่าในอนาคตดาวเคราะห์ดวงนี้อาจจะเป็นที่อยู่แห่งใหม่ของมนุษย์

ดาวเคราะห์ดวงใหม่ หรือดาวเคปเลอร์-22 บี อยู่ห่างจากโลกไป 600 ปีแสง ถ้าจะเดินทางด้วยยานอวกาศก็จะใช้เวลาในการเดินทางนานถึง 22 ล้านปี

ดวงดาวในกาแล็กซีต่างๆ มีจำนวนนับพันล้าน แต่ละแห่งมีขนาดความยิ่งใหญ่เป็นหมื่นแสนปีแสงจำนวนของกระจุกดาว ดาวเคราะห์ประเภทต่างๆ ที่บรรจุในแต่ละกาแล็กซีมากมายมหาศาลนับไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นโอกาสแห่งสิ่งมีชีวิตในรูปแบบ อื่นๆหรือแบบเดียวกับมนุษย์ มีความเป็นได้มากขึ้นตามลำดับ

ดาวเคราะห์ประเภทต่างๆ ปัจจุบันอยู่ในเป้าหมายสำรวจกว่า 200 ดวง

แต่ความเป็นไปได้ที่ใกล้ที่สุดคือ โครงการเตรียมส่งมนุษย์อวกาศไปอยู่ที่ดาวอังคารให้ได้ ก่อนปี 2030 ซึ่งองค์การอวกาศนาซาค้นพบว่า สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศของดาวอังคารมีลักษณะคล้ายกับโลก และพอจะอาศัยอยู่ได้

องค์การนาซาและหน่วยงานความมั่นคงแห่งเพนตากอนได้ทำการวางแผนเรื่องความเป็นไปได้ที่จะส่งมนุษย์อวกาศไปอาศัยอยู่ที่ดาวอังคารให้ได้ภายในปี 2030 ตามโครงการ 'Hundred Years Starship mission'

โครงการดังกล่าวจะให้เอกชนมาลงทุนด้านเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นโครงการระยะยาวที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการดำเนินการ ตามรายงานมีการคาดว่าต้องใช้เงินทุนถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ศักยภาพของการสำรวจและความเข้าใจทางวิทยาการมีเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งก็ตาม ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายนักสำหรับการสืบค้นโลกใหม่อันอยู่ห่างไกลของจักรวาล ขบวนการสำรวจจำเป็นต้องเตรียมการและวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อความถูกต้องแม่นยำ

เชื่อว่าดาวเคราะห์แบบโลกก่อตัวจากกลุ่มฝุ่นหมอกแผ่นจานของดวงอาทิตย์ (Disks of dust) หลังจากนั้นเปลี่ยนสภาพเป็น Brown dwarf เมื่อนานผสานเข้ากันตกผลึกด้วยความหลากหลายเป็นกลุ่มๆ เชื่อมต่อกันเกิดเป็นมวลขนาดใหญ่ขึ้นจนเกิดเป็นดาวเคราะห์ที่สมบูรณ์แบบในที่สุด

แล้วองค์ประกอบของดวงดาวแบบไหนที่มนุษย์สามารถอาศัยอยู่ได้

แหล่งที่จะสามารถดำรงชีพได้นั้นจะแสดงผลในรูปแบบโมเลกุล  (Molecular) ของออกซิเจน น้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ โอโซน และก๊าซมีเทน เป็นการบอกได้เบื้องต้นว่า มีโอกาสความเป็นไปได้ของแหล่งกำเนิดแห่งชีวิต

ดาวอังคารที่อาจเป็นเป้าหมายแรกของการอพยพนั้น ชั้นบรรยากาศเบาบางมากใช้หายใจไม่ได้ ประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ 95% ไนโตรเจน  2.7% อาร์กอน 1.6% ออกซิเจนและไอน้ำ 0.7%

ซ้ำร้ายบรรยากาศของดาวอังคารแปรปรวนมาก กระแสลมแรง และทำให้เกิดฝุ่นคลุ้งไปทั่วทั้งดาวอังคารนานหลายเดือน บางครั้งสามารถมองเห็นเป็นแถบมืดครอบคลุมดาวอังคารได้จากโลก

อุณหภูมิของดาวอังคารอยู่ระหว่าง +25 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน  ถึง -120 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน

นั่นหมายความว่าถ้ามนุษย์จะไปอาศัยที่นั่นภายในปี 2030 จริง ต้องมีเทคโนโลยีสูงกว่าในปัจจุบันมากพอสมควร

ก็แปลกที่โลกใบสีน้ำเงินของเรายังสามารถอยู่อาศัยได้อีกนับหมื่นๆปี  หากมนุษย์รู้จักรักษาเอาไว้มิให้โลกตายไปในเวลาอันควรจะเป็น ซ้ำยังใช้งบประมาณน้อยกว่ากันมาก

แต่อย่างว่า "มนุษย์" ไม่เคยหยุดนิ่ง เราดิ้นรนหาอาณานิคมใหม่ในต่างดาว ไปพร้อมๆ กับการผลาญทรัพยากรที่โลกมอบให้

และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป.
ADVERTISEMENT