หลวงปู่ชีวก

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2555 00:00:41 น.
ประวิทย์ จำปาทอง
"เอ็ง ไปเขียนเรื่องข้าลงในหนังสือพิมพ์หน่อยวะ"
"ข้าไม่ได้อยากดังหรอก แต่อยากให้คนรู้จักธรรมะมากๆ สังคมจะได้ดีขึ้น"

เสียงท่านหลวงปู่ชีวกโกมารภัจจ์บอกกับผม เมื่อไปยังตำหนักท่านที่อำเภอวัดเพลงราชบุรี

หลวงปู่ชีวกนั้น ท่านไม่ให้ใครมาเขียนเรื่องท่าน หรือจะไปออกทีวีท่านก็ไม่ให้ ท่านบอกว่ากูให้มึงเขียนคนเดียว!

"เพราะมึงเป็นคนบริสุทธิ์ เชื่อถือได้" แม้แต่ถ่ายรูปท่านก็ไม่ยอมให้ใครถ่าย ถ้าจะถ่ายต้องขออนุญาตก่อน จะให้หรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่งแต่สำหรับผมถ่ายเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้

เมื่อ2-3 วันมานี้มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง เป็นคนเพชรบุรี ภรรยาเป็นครูสอนหนังสือเด็กชั้นประถมศึกษา แต่เออร์ลีออกมาก่อน ทั้งสามีภรรยานั่งสมาธิเป็นประจำ เขามาหาผมบ่อย เพราะชอบมาคุยเรื่องธรรมะ ส่วนสามีนั่งสมาธิได้เพราะผมสอน

"ที่อาจารย์บอกผมว่าหมอชีวกดูหมอแม่น ผมก็ไป" สามีพูด
"ท่านดูแม่นจริงๆ พอส่งพานให้ท่าน ท่านพูดทันที"
"แหมในกระเป๋าเอ็งมีแต่ทองทั้งนั้นว่ะ" หลวงปู่พูด

แล้วผมก็ถามเขาว่าในกระเป๋าถือนั้นมีทองจริงหรือเปล่า? เขาก็บอกว่ามี! แล้วเขาก็รูดซิปเปิดให้ดู มีทั้งกล่อง มีทั้งทองอยู่ในกระเป๋า ส่วนกล่องใบใหญ่เปิดออกดู ก็เห็นทองเส้นใหญ่ๆ หลายเส้น รวมทั้งแหวนเล็กแหวนน้อยและกำไล รวมๆ แล้วดูจะเป็นกิโลได้!

"ใกล้เคียง 1 กิโลค่ะ" ภรรยาบอก ผมเห็นทองในกระเป๋าเขาทำให้คิด ลักษณะผัวเมียสองคนนี่ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนมีทองมากขนาดนี้ มองเผินๆ ยังนึกว่าเขาค่อนข้างจะเป็นคนไม่มีเงิน การแต่งเนื้อแต่งตัวก็ดูซอมซ่อ

เขาไปอินเดียไหว้พระพุทธเจ้ามาแล้ว เมื่อ2-3 วันมานี้ก็ถอยรถปิกอัพออกมา 1 คัน ถามเขาเท่าไหร่ บอก 7 แสนและซื้อเงินสดด้วย

นี่ถ้าหลวงปู่ชีวกไม่พูดว่าในกระเป๋ามีทองทั้งนั้น ผมก็คงไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นคนมีฐานะ!

ผมเลยถามต่อกับภรรยาเขาว่า เรานี่นั่งสมาธิมานานแล้วหรือ เขาก็บอกว่านั่งมา 10 กว่าปีแล้ว

แล้วใครเป็นคนสอนให้นั่ง ท่านหลวงพ่อห่วย วัดห้วยทรายใต้ เป็นผู้สอน เพราะที่วัดจะมีการอบรมบ่อย ระยะนั้นยังเป็นครูสอนหนังสืออยู่ ผู้บริหารโรงเรียนไม่ถูกกัน ท่านไม่ชอบเราเลยแกล้งส่งให้ไปอบรมนั่งสมาธิที่วัดห้วยทรายใต้

เมื่อไปอบรมเกิดได้วิชาสมาธิมา นี่ต้องขอบคุณผู้บริหารที่เขาส่งเราไปให้ได้ดี

นั่งแล้วได้ ทำให้จิตสงบ ขณะนั่งมีตัวอะไรเดินมาบนใบหน้าจะเข้าหู ใจก็นึกเข้าเป็นเข้า ตายเป็นตาย ก็ไม่เห็นมีอะไร เดี๋ยวสักพักเดินมาอีกจะเข้ารู จมูก ก็คิดอย่างเดียวไม่กลัวมันจะเข้า ในที่สุดเราก็ได้สมาธิ สมาธิก็คือเราต้องตั้งจิตให้แน่วแน่เท่านั้น

ความจริงตามกายเรามีสัตว์ตัวเล็กๆ เดินอยู่

เป็นปกติ แต่เมื่อจิตเราไม่เคยสงบจึงไม่รู้ เพราะสัตว์เหล่านั้นตัวเล็กมาก ถ้าจิตเราสงบจริง คือจิตละเอียดขึ้น เราจะรู้ว่าสัตว์นั้นเขาเดินอยู่ตามปกติของเขา

ความสงบจะรู้เห็นอะไรมากขึ้นนั่นเอง จิตยิ่งสงบก็ยิ่งเห็นและยิ่งรู้ และรู้ถึงขั้นคนทั่วไปไม่อาจรู้ได้!

เห็นวิญญาณเดินและเปรตด้วยซ้ำ ถ้าไปพูดกับคนไม่นั่งสมาธิเขาอาจรับไม่ได้ เพราะจิตเขาไม่เคยสงบนั่นเอง

อาทิตย์ที่แล้ว ลูกสะใภ้ หลานสาวและลูกชายผม ไปหาผมที่บ้านแล้วชวนกันไปหาหลวงปู่ชีวกโกมารภัจจ์ เพราะลูกสะใภ้ได้บนไว้กับท่านหลวงปู่ หากได้เข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยได้ จะถวายเป๊ปซี่และไข่ไก่เท่าอายุ เขาก็หิ้วของใส่รถมา ลูกสะใภ้เดิมทำงานอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ อยากจะเปลี่ยนงานดูบ้าง และเห็นใกล้บ้าน ได้มาขอร้องให้ท่านหลวงปู่ช่วย ก็สำเร็จ!

ผมเขียนหนังสือเรื่องหลวงปู่ชีวกได้3 หน้ากระดาษเอ 4 ต้องเขียนอีก 3 หน้า จึงจะ

พอดีกับหน้าหนังสือพิมพ์ของแทบลอยด์ในหนังสือ    พิมพ์ไทยโพสต์ เลยคิดว่าอาทิตย์นี้ต้องไปหาหลวงปู่ เพื่อหาข้อเขียนให้จบสมบูรณ์ทุกครั้งจะไปตำ หนักหลวงปู่ตอนกลางวันวันอาทิตย์ คราวนี้ลองไปวันเสาร์กลางคืนดู อาจมีอะไรพิเศษให้เห็นได้บ้าง เพราะท่านหลวงปู่จะลงตั้งแต่ 3 ทุ่มวันเสาร์ไปจนถึงวันอาทิตย์ติดต่อกัน

จากบ้านออกรถขับไปเวลา 3 ทุ่ม คุณพัชยา     ยุกตะนันท์ (โอ) ลูกสาวอดีตอาจารย์โรงเรียนเทค  นิคราชบุรี ซึ่งนับถือกันทั้งพ่อแม่ ขอไปกับผมด้วย เพราะยังไม่เคยไปหาท่านหลวงปู่ ผมก็ยินดี

ไปถึงอำเภอวัดเพลง ตรงปั๊ม ปตท. เลี้ยวเข้าซอยตรงข้างกำแพงปั๊มอีกประมาณ 10 กว่าเมตรก็เข้าตำหนักหลวงปู่

เข้าไป...เห็นรถยนต์มาจอดคอยกันแล้วหลายคัน ทั้งรถราชบุรีและกรุงเทพฯ สมุทรสาคร ส่วนคนก็เดินไปมาฝักใฝ่อยู่ใต้แสงไฟในเงามืด ดวงไฟแพรวพราวระยิบระยับ ซ่อนตัวระหว่างองค์บูชา ดวงเล็กดวงน้อยเป็นร้อยๆ พันๆ ดวง

ขับรถผ่านไปจอดภายในใกล้ตำหนัก แล้วกลับเดินย้อนมาที่ห้องโถงที่เต็มไปด้วยสิ่งบูชาทั้งหลาย เสียงบทสวดทิเบตและกลองประสานประโคมกัน ช่างไพเราะเพราะพริ้งท่ามกลางแสงไฟของทวยเทพและหมู่พรหมทั้งหลายอยู่เต็มฟ้า!

ยิ่งฟังก็ยิ่งเสมือนรู้สึกได้ เรานี่ขึ้นมาแดนสวรรค์จริงๆ หรือนี่! (ไม่มีเสียงใครพูด เงียบกริบ)

ช่างสงบเย็นและแสนสุขได้จริงๆ ไม่ได้พูดเท็จให้ใครๆ ฟังเลย!

และแล้วก็เหลือบไปเห็นท่านหลวงปู่ชีวกโกมารภัจจ์ ท่านนั่งสมาธิสงบนิ่งด้วยชุดขาวอยู่ด้านหน้า

21.45 น. ผมสองคนกับคุณพัชยานั่งสมาธิอยู่ห่างๆ ท่าน สักพักเสียงไม้เท้าดังก๊อก...ก๊อก...ก๊อก ท่านออกจากสมาธิเดินผ่านเราไปเข้ายังตำหนักเรือนด้านใน

ศิษย์สาวพรหมจรรย์ชุดขาว (คุณน้อย) เดินออกมาแจกบัตรคิว เราสองคนได้เบอร์ 24-25 แล้วก็เดินนำเข้าไปในตำหนัก สั่งรอ เอนหลังรอ ก่อนจะถึงเบอร์เรา

หลวงปู่ชีวกท่านเข้ามาทำกระบวนพิธีกรรมต่างๆ อีกหลายบริกรรม ก่อนจะขึ้นบัลลังก์เวลา 5 ทุ่ม ท่านนั่งบัลลังก์และยังบริกรรมต่อไปอีก 20 นาที

ท่านพูดก่อนที่จะทำงาน ขอปฐมนิเทศให้พวกเราฟังก่อน ให้มีสติหายใจเข้าหายใจออก ให้ปล่อยวางสันดานกู ของกูที่หลงผิด เมื่อได้สติให้วิเคราะห์ไตร่ตรองดู มึงมาทำไมแล้วจะได้อะไรกลับไป ที่มานี่มาขอคำแนะนำจากกู ถ้าแนะนำแล้วเอ็งไม่ทำก็ไม่ควรมา! ชีวิตเราเป็นสิ่งสมมติทั้งนั้น โลกนี้หยาบ อีกโลกหนึ่งเป็นโลกแห่งวิญญาณ เทวสถานที่กูสร้างขึ้นมานี้ สร้างขึ้นเพื่อให้คนกราบไหว้ ซึ่งใช้เงินสร้างไปแล้ว 100 กว่าล้าน

ข้อสำคัญก็อยากจะสอนให้เอ็งรู้กันว่า 1.ไม่ควรกินเนื้อสัตว์ใหญ่ 2.ไม่ควรพูดคำหยาบ และขอบอกว่าคนเห็นแก่ตัวน่ากลัวที่สุด เอ็งจำไว้อย่าได้คบ

หญิงคนหนึ่งเข้าไปหาท่านหลวงปู่ เมื่อส่งพานแล้ว พ่อแม่เอ็งไปไหนวะ? หญิงนั้นตอบ เลิกกัน! แล้วแยกกันไปทั้งคู่

"เอ็งไม่ต้องไปเสียใจ วันหนึ่งพ่อแม่เอ็งจะกลับมาหาเอ็ง เมื่อเขามีสติ"หลวงปู่พูด

"บางคนเกิดมาไม่มีพ่อเขายังได้ดีได้" ชายจีนกับลูกชายคนเล็ก เมียแยกไป เขาต้องเลี้ยงลูก

"ไอ้ตี๋ เราเป็นพ่ออย่าไปขับรถส่งลูกบ่อย จะทำให้เด็กไม่แกร่ง"

"ควรให้เขาขึ้นรถเมล์ไปบ้าง" หลวงปู่สอน "พ่อต้องให้ธรรมะแก่ลูกเป็นประจำ" ท่านว่า สามีภรรยาคู่หนึ่งเมื่อเอาพานดอกไม้ธูปเทียนถวายแล้วก็กราบท่าน

"เอ็งเป็นอะไรกันวะ" "เป็นสามีภรรยากันครับ" สามีตอบ "เอ็งมีกรรมด้วยกัน ที่ไม่ได้ไหวผีกัน มีวิญญาณตามมาขอบุญเอ็ง ไม่ได้มาคุ้มครองเอ็ง!"

"ถ้าไม่ได้แต่งงาน ต้องไปไหว้ผีจะไม่ผิดผี" ท่านพูด

"เราเคยอมเงินแม่ มึงไม่เคยให้ความสุขกับแม่เลย เอ็งเคยว่าแม่" หลวงปู่พูดกับฝ่ายหญิง

"เอ็งต้องไปทำบุญถวายสังฆทาน แล้วขอโทษแม่เอ็ง เอ็งจะได้มีความสุขขึ้น" หลวงปู่บอก
"ใครฆ่าตัวตายวะ มีวิญญาณมาวนเวียนอยู่กับเอ็ง"

"พี่ชายฉัน เขาฆ่าตัวตาย" "คนฆ่าตัวตายนั้น น่าสงสารมาก ไปนรกก็ไม่ได้ สวรรค์ก็ไม่ได้ ไปภพไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น จะวนเวียนร่อนเร่อยู่ตลอดเวลา"

"คราวหน้าเอ็งมาใหม่ มาหาข้า ข้าจะหาทางช่วยเขา" ท่านพูด

ถึงคิวผมเบอร์ 25 ได้ดูก็เวลาตี 3 ครึ่ง มาก็เพื่อจะได้ข้อเขียนเท่านั้นเลยถามท่านว่า หลวงปู่ผมจะไปอินเดียอีกสักครั้ง จะไปอยู่สัก 4-5 เดือน เพราะอายุมากแล้ว อยากจะไปเป็นครั้งสุดท้าย

"กูว่าเอ็งได้ไปว่ะ!"
ADVERTISEMENT