'สุเทพ'กระทืบแถลงการณ์ศอ.รส.โชว์มวลชน ไม่หวั่นโดนตั้งข้อหากบฏ

24 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินีว่า วันนี้ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มาแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. ฐานเป็นกบฏ รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม ซึ่งตนเห็นว่า ตั้งแต่ตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์: กฎหมายวาไรตี้: 'นิติกรรมอำพราง'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2555 00:00:58 น.
โดย ช.ช้างหัวหน้า

อํพราง ตรงกับภาษาอังกฤษว่า conceal หมายถึง แกล้งทำปิดบังโดยลวงให้เข้าใจไปทางอื่นตัวอย่างเช่น ฆ่าคนตายแล้วนำศพไปผูกแขวนคอที่ต้นไม้ ให้คนอื่นเข้าใจว่าผู้ตายฆ่าตัวตายโดยการผูกคอตาย เพื่อผู้ฆ่าแท้จริงจะได้ไม่ต้องรับโทษเป็นต้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในชื่อของฆาตกรรมอำพรางตามที่เป็นข่าวอยู่เนืองๆ ส่วนในทางแพ่งก็มีการอำพรางในลักษณะทำนิติกรรมอันที่สองปิดบังนิติกรรมอันแรก เพื่อมิให้บุคคลคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่สัญญารู้ถึงนิติกรรมที่แท้จริง คล้ายกับทางอาญาเช่นกันเรียกว่า นิติกรรมอำพราง

นิติกรรม หมายถึง การใดๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อเปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ และนิติกรรมที่มีคู่ตกลงเป็นสองฝ่ายเรียกว่าสัญญา ซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น ซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ จ้างแรงงาน จ้างทำของ ประกันภัย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นิติกรรมหรือสัญญา จะต้องอยู่บนหลักเกณฑ์ความสมบูรณ์ของนิติกรรมด้วย กล่าวคือ ต้องมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีหรือพ้นวิสัย และต้องไม่แตกต่างจากกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และต้องทำตามแบบที่กฎหมายบัญญัติ หากฝ่าฝืน นิติกรรมนั้นก็ถือเป็นโมฆะ เช่น สัญญาขายยาเสพติดให้โทษย่อมขัดต่อกฎหมาย หรือสัญญาเช่าซื้อที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องทำตามแบบ โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อสองฝ่ายหากฝ่าฝืนย่อมเป็นโมฆะ เป็นต้น

ที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า นิติกรรมเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากหลักความศักดิ์สิทธิ์ของการแสดงเจตนาที่จะทำนิติกรรมของบุคคล ซึ่งเมื่อแสดงออกมาแล้วก็มีผลบังคับได้ตามกฎหมายทันที แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้งการแสดงเจตนาก็อาจจะไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว เช่น เจตนาที่เกิดจากการปิดบังซ่อนเร้น สำคัญผิด หรือเพราะเหตุฉ้อฉลข่มขู่ ย่อมทำให้เจตนานั้นเสียไปได้ ซึ่งก็รวมถึงการแสดงเจตนาโดยนิติกรรมอำพรางด้วย

นิติกรรมอำพราง กฎหมายบัญญัติหลักเกณฑ์ว่า "การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต และต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้

และถ้าการแสดงเจตนาลวงดังกล่าวทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอื่นให้นำบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวกับนิติกรรมที่ถูกอำพรางมาใช้บังคับ"

นิติกรรมอำพราง เป็นนิติกรรมที่ทำขึ้นมาเพื่อปิดบังอำพรางนิติกรรมอื่นดังนั้น จึงมีนิติกรรม 2 อย่าง คือ นิติกรรมที่แท้จริง กับ นิติกรรมที่อำพรางหลอกผู้อื่นกฎหมายกำหนดให้บังคับตามนิติกรรมที่แท้จริง ส่วนนิติกรรมที่อำพรางหลอกผู้อื่นให้เป็นโมฆะบังคับไม่ได้ยกเว้น บุคคลภายนอกผู้สุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวง สามารถยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ขอให้บังคับตามนิติกรรมที่อำพรางได้

ตัวอย่าง นายแดงต้องการจำนองที่ดินกับนายดำ แต่เพื่อหลอกเจ้าหนี้ของแดงไม่ให้ตามยึดทรัพย์จึงตกลงทำเป็นสัญญาขายที่ดินแก่นายดำ ดังนี้ ตามกฎหมายถือว่าสัญญาขายที่ดินเป็นโมฆะ กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นของนายแดง ไม่ได้ตกเป็นของนายดำตามสัญญาซื้อขาย และต้องบังคับตามสัญญาจำนองซึ่งเป็นนิติกรรมที่แท้จริงเท่านั้น แต่ในกรณีนี้เกิดนายดำนำที่ดินดังกล่าวไปขายต่อให้นายเหลือง หากนายเหลืองไม่รู้ถึงการแสดงเจตนาลวงด้วย นายเหลืองสามารถที่จะยกเป็นข้อต่อสู้ ซึ่งกฎหมายก็ให้ถือว่าสัญญาซื้อขายของนายเหลืองสมบูรณ์ นายแดงจะเรียกร้องคืนไม่ได้ แม้นายดำจะไม่มีสิทธิ์ขายที่ดินดังกล่าวก็ตาม.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง