สวัสดีปีใหม่..ขออำนวยพรให้ทุกท่านโชคดี มีพลานามัยแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย หวังในสิ่งใดขอให้สมหวัง พวกที่ "หวังจะแก้รัฐธรรมนูญ" ก็ขอให้สมประสงค์ดั่งใจหมาย คนที่หมายจะได้ "เก้าอี้รัฐมนตรี" นั่งก็ขอให้ "สมหวัง" กันเสียที ส่วนคนที่หวังจะได้กลับประเทศไทย ถ้าไม่ยอมรับ "กติกาสังคมชาติ" ก็คงยากจะสมปรารถนา..
เริ่มต้นปฏิทินหน้าแรก-ใบแรก วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม..เป็นไง ได้รู้กันแล้วใช่ไหม "ตายไปกี่ศพ" ก็เห็นเขานั่งนับ นั่งรายงานข่าวกันแทบจะนาทีต่อนาทีไม่ใช่รึ ทำยังกับรายการ "เรียลลิตี้โชว์" ยังงั้นแหละ!
จริงอยู่ความเป็นความตายเป็นเรื่องสลักสำคัญ แต่ในห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ไม่ว่าคนไทยหรือคนทั้งโลก ต่างล้วนอยากได้อยากเห็นอยากฟังในสิ่งที่ดีที่เป็นสิริมงคล และความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ
ไม่มีใครหรอกครับ ที่จะมาคอยรับรู้รับฟังในเรื่องเศร้าเรื่องโศก และเรื่องที่ไม่เป็นมงคลในวันเริ่มต้นชีวิตใหม่
ฉะนั้น ทีวีแต่ละช่องไม่เห็นจะมีความจำเป็นอะไรเร่งด่วน ที่จะต้องรายงานข่าวคนเจ็บ-คนตายเป็นระยะๆ น่าที่จะเก็บข้อมูลภาพ-ข่าวนั้น เอามานำเสนอในภายหลังไปพร้อมๆ กับการเสนอแนะแนวทางการแก้ป้องกันและแก้ไขจะดีเสียกว่า
และนี่..ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์อีกแล้ว โครงการ "ตายเป็นศูนย์" ที่หน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำ และหวังจะให้ทุกเทศกาลไร้ซึ่งคนเจ็บ-คนตายบนท้องถนน ก็คงยังจะมีอยู่ต่อไป
ก็ทำกันไปเถอะครับ..อย่าได้ท้อแท้หรือหมดกำลังใจ ปีนี้ยอดคนตายอาจจะไม่ได้ลดลงไปจากปีก่อนๆ แต่การได้สะกิด ย้ำเตือนอยู่บ่อยๆ สักวันก็ย่อมจะเห็นผลในสิ่งที่มุ่งมั่นตั้งใจ ซึ่งในโลกความเป็นจริงนั้น..
เป็นเรื่องยาก และแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็น "ตายเป็นศูนย์" ในทุกๆ เทศกาล เพราะต้องเข้าใจ ไม่เฉพาะแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือหลับในเท่านั้นที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
โทรศัพท์มือถือก็เสี่ยงต่อการเกิดรถชนพอๆ กับการการดื่มเหล้า-เบียร์ เพราะคน "ขาดสมาธิ" จะต่างอะไรกับ "ขาดสติ" เมื่อต้องอยู่หลังพวงมาลัย แล้วลองนึกภาพดูเอาเถอะว่า รถจำนวนนับล้านคันที่วิ่งอยู่บนถนนทั้งเหนือใต้ออกตกนั้น คนขับต้องใช้โทรศัพท์ขณะขับรถแทบทุกคน
แต่แปลกที่ไม่ยักกะเห็นหน่วยงานไหนออกมารณรงค์อย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งๆ ที่ก็มีกฎหมายบังคับ และนี่ อีก 2-3 เดือนกว่าจะถึงสงกรานต์ จะไม่ลองรณรงค์..