ไทยโพสต์ * "วราเทพ" ยันไม่รีบร้อนแก้รัฐธรรมนูญจนขาดความรอบ คอบ ย้ำศุกร์นี้หารือ กกต.ถึงปัญหาอุปสรรคจัดทำประชามติ ขณะที่ "นปช." รับแผนเพื่อไทย"จตุพร-ธิดา" นำมวล ชนบุกศาล รธน. จี้ตอบ 2 คำถาม ห้ามโหวตวาระ 3 และสั่งให้ทำประ ชามติก่อนโหวตวาระ 3 หรือไม่
นายวราเทพ รัตนากรรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานศึกษาข้อกฎหมายและวิธีการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวเมื่อวันพุธถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงมี 3 แนวทาง คือ การจัดทำประชามติ, การแก้ไขรายมาตรา และโหวตวาระ 3 ส่วนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทยเสนอให้สถาบันการศึกษาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่แนวทางที่ 4 แต่เป็นขั้นตอนการทำงานเพื่อให้เชื่อมั่นว่าจะเอาแนวทางไหนดีกว่ากัน
นายวราเทพกล่าวต่อว่า สำหรับที่มีนักวิชาการออกมาระบุว่าเป็นการยื้อเวลานั้น เป็นเรื่องที่พูดยากอย่างที่บอกว่าเร็วก็ว่า ช้าก็บ่น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เหมือนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้พูดไว้ว่าเป็นเรื่องสำคัญแต่ไม่จำเป็นต้องเร่งรัดขนาดขาดความรอบคอบ ขณะที่ระยะเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เร็วหรือช้าจะมีผลต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่นั้น อาจจะมีส่วนประกอบอยู่บ้าง แต่รัฐบาลก็ไม่หยุดการทำงานในหน้าที่ตามนโยบาย
ผู้สื่อข่าวถามว่าการให้สถาบันการศึกษาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีความชัดเจนเมื่อใดนายวราเทพ บอกว่า เรื่องนี้ต้องรอฟังนายพงศ์เทพเทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะทำงาน แต่เชื่อว่านายพงศ์เทพคงคิดแนวทางไว้แล้ว โดยในวันที่ 11 ม.ค. จะมีการพูดคุยในเรื่องนี้หลังจากหารือกับกกต.เสร็จแล้ว ส่วนระยะเวลาการทำงานของคณะทำงานศึกษาเรื่องการจัดทำประชามติที่ก่อนหน้านี้คาดว่าจะทำงานกันในระยะเวลา 1 เดือน แต่เมื่อมีข้อเสนอให้สถาบันการศึกษาทำการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา จึงต้องมาปรับกันอีกว่าจะทำอย่างไร
เขาบอกด้วยว่า วันศุกร์นี้คณะทำงานศึกษาเรื่องการทำประชามติจะมีการหารือร่วมกับตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบด้วย เลขาธิการ กกต. และคณะ ส่วนหัวข้อในการพูดคุยจะเป็นเรื่องบทบาทของ กกต.ในการจัดทำประชามติ
นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะทำหลังจากนี้มี 3 แนวทาง 1.กลุ่มแนวร่วมประชา ธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทำ หนังสือถามศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงข้อสงสัย ในคำวินิจฉัยของศาลเกี่ยวกับการทำประชา มติ และการโหวตวาระ 3 ว่าควรเป็นอย่างไร 2.ให้สถาบันการศึกษาช่วยหาทางออกถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะใช้เวลา 60 วัน 3.การนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าหารือต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาหาทางออก เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐสภาโดยตรง เนื่องจากการโหวตวาระ3 ยังค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งอาจจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระ หว่าง ส.ส. ส.ว. มาช่วยหาทางออกจะได้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติไปในทางเดียวกัน เช่น สมมติว่าคณะกรรมาธิการฯ เสนอให้คว่ำการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 แล้วเห็นว่าควรแก้ไขเป็นรายมาตรา ตรงนี้ก็จะใช้เป็นข้อยุติทันที ในขณะนี้อะไรที่เป็นปัญหาสุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรทำ
นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า วันที่ 10 ม.ค.นี้ เวลา 10.30 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประ ธาน นปช. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกน นำ นปช. จะไปยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ตอบข้อสงสัยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะเอาอย่างไรใน 2 ประเด็น คือ 1.การโหวตวาระ 3 ทำได้หรือไม่ 2.การทำ ประชามติจะต้องทำอย่างไร ซึ่งทั้ง 2 ข้อศาลรัฐธรรมนูญจะต้องชี้ให้ชัด ไม่ควรทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย และอย่าให้คนอื่นไปคิดกันเองความเคลือบแคลงสงสัย และอย่าให้คนอื่นไปคิดกันเอง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เผยว่า วันที่ 10 มกราคม ตนพร้อมด้วยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. จะเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยื่นหนังสือสอบถามศาลรัฐธรรมนูญถึงคำวินิจฉัยเกี่ยว กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากยังคลุมเครือไม่ชัดเจน กลายเป็นปัญหาถกเถียงกันอยู่ จะถามเพียง 2 ข้อว่า 1.ห้ามโหวตวาระ 3 หรือไม่ 2.สั่งให้ทำประชามติก่อนโหวตวาระ 3 หรือเปล่า เพราะตอนนี้ ส.ส.และ ส.ว.ไม่มีความมั่นใจ หากจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยที่ยังมีความสงสัยอยู่แบบนี้
"ดังนั้นผู้ที่ให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ตอบก็ไม่รู้แล้วว่าใครจะตอบเรื่องนี้จนมีข้อยุติและคำตอบของศาลรัฐธรรมนูญเพียง 2 ข้ออาจประหยัดงบได้ถึง 2 พันล้านบาท กรณีที่มีเสียงจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านี้ว่าอาจจะไม่ตอบคำถาม ก็อยากให้รอดูหนังสือของพวกผมก่อน มีเพียง 4 หน้า ถามสั้นๆ 2 ข้อ ถ้าไม่ตอบ ก็จะถามต่อไปเรื่อยๆเพราะมันมีอยู่แค่นี้จริงๆ ที่เป็นปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญจึงควรที่จะต้องตอบ" นายจตุพรกล่าว.