เท็พโกจับปลาใกล้ชายฝั่งฟุกุชิมะในรัศมีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดการรั่วไหล พบว่ามีสารกัมมันตรังสีเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้บริโภคได้กว่า 2,500 เท่า
บริษัท พลังงานไฟฟ้าโตเกียว (Tokyo Electric Power) หรือเท็พโก เปิดเผยว่า พวกเขาได้จับปลาตัวอย่างมา 2 ตัวจากชายฝั่งใกล้เตาปฏิกรณ์ฟุกุชิมะไดอิจิ แล้วทำการวัดปริมาณสารกัมมันตรังสี พบโลหะหนักซีเซียมถึง 254,000 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม ซึ่งรัฐบาลตั้งค่ามาตรฐานของอาหารทะเลไว้ว่าต้องไม่เกิน 100 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม เท่ากับปลาที่จับได้อันตรายเกินกว่าจะบริโภคถึง 2,540 เท่า
บรรดานักวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคมีความวิตกกังวลหนักขึ้น ว่าปลาในทะเลเขตนี้น่าจะกินปลาและอาหารในทะเลอื่นๆ ที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีเข้าไป แม้ว่าปลา 2 ตัวที่ถูกจับนำมาพิสูจน์นี้ จากรูปร่างภายนอกจะมองไม่เห็นความผิดปกติเลย
ขณะนี้เท็พโกได้แก้ปัญหาด้วยการนำตาข่ายไปขึงใต้ทะเลล้อมรอบบริเวณรัศมี 20 กิโลเมตรจากชายฝั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาที่มีสารกัมมันตรังสีใกล้โรงไฟฟ้าว่ายออกไปนอกเขตจนทำให้สัตว์ทะเลพื้นที่อื่นปนเปื้อนสารอันตรายต่อชีวิตนี้ไปด้วย
รายงานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าระดับสารกัมมันตรังสีจากปลาที่จับได้ในแถบชายฝั่งฟุกุชิมะไม่ได้ลดลงไปเลย แม้ว่าหายนะนิวเคลียร์ในพื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2554 จากกรณีแผ่นดินไหวที่ทำให้ระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้ามีปัญหา จนสารกัมมันตรังสีรั่วไหลและกระจายออกจากเตาปฏิกรณ์ 3 เตา สู่ความไพศาลของมหาสมุทร ปริมาณสารกัมมันตรังสีที่พบล่าสุดนี้ยังบ่งชี้ด้วยว่ามีมากกว่าการวัดในปลาแมงป่องที่จับได้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วถึง 10 เท่า ตอนนั้นเท็พโกประกาศว่าปลาที่จับได้ในมหาสมุทรแปซิฟิกในรัศมี 20 กิโลเมตร ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีโลหะซีเซียมอยู่ 25,800 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า โลหะหนักซีเซียมที่ออกมาจากเตาปฏิกรณ์จะยังคงอยู่ในน้ำทะเล และมีศักยภาพที่จะทำลายการประมงและผู้บริโภคอาหารทะเลไปอีกหลายสิบปี.