ทำเนียบรัฐบาล * ครม.ตั้งบอร์ดเยียวยาพิษบาทแข็ง-ค่าแรง 300 บาท "นิวัฒน์ธำรง" นั่งประธาน ให้ "โต้ง" แค่ที่ปรึกษา ด้านสภาหอฯ - ส.อ.ท.ยื่น 7 ข้อเสนอ ธปท.ดูแลค่าเงินแข็ง ขณะที่แบงก์ชาติย้ำมีมาตรการดูแลอยู่แล้ว
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิด เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ทั้ง จากปัจจัยภายในและนอกประ เทศในช่วงที่ผ่านมา อาทิ วิกฤติ เศรษฐกิจในยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อยอดการส่งออก การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท และการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำที่ 300 บาท
คณะกรรมการ ประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ในฐานะที่ปรึกษาคณะ กรรมการฯ, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประ ธานกรรมการ และให้เลขาธิ การนายกรัฐมนตรี เป็นรองประ ธานกรรมการคนที่ 1, ม.ร.ว. พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2
อำนาจหน้าที่ของคณะ กรรมการฯ คือ กำหนดหลักเกณฑ์ และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงกำหนดสาขาของเอสเอ็ม อีที่จะได้รับความช่วยเหลือ และกำหนดกรอบการใช้เงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อ กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในลักษณะงบฉุกเฉินเร่ง ด่วน หรือเป็นเงินอุดหนุนเพื่อ ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำ เนินงานของผู้ประกอบการจนขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารรัฐได้ รวมถึงจัดทำแนวทางการจัดสรรและอนุ มัติงบประมาณการใช้เงินตามโครงการให้ความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหา และพิจารณาเห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์ แนวทางและสาขาของเอสเอ็มอีด้วย
โดยให้คณะกรรมการฯ เร่งดำเนินการตามหน้าที่ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่แต่งตั้ง
ภาคเอกชนโดยสภาหอ การค้าแห่งประเทศไทย และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.) ได้ยื่น 7 ข้อเสนอการดูแลค่าเงินบาทต่อภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แก่ 1.ดูแลค่าเงินบาท ไม่ให้มีความผันผวนเร็วเกินไป 2.ดูแลเงินบาทไม่ให้แข็งค่ากว่าคู่แข่งในภูมิภาค โดยเฉพาะอินโดนีเซียและมาเลเซีย 3.ควรมีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การถือครองเงินตราต่างประเทศ 4.การ ลดวงเงินการทำธุรกรรมในการป้องกันความเสี่ยงและลดค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงมาตรการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น 5.ควรมีการแยกบัญชีต่าง ประเทศ ระหว่างบัญชีที่เข้ามาลงทุนและบัญชีเก็งกำไร 6.ส่ง เสริมให้ผู้ประกอบการออกไปลง ทุนในต่างประเทศ โดยเร่งแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน และ 7.ให้ภาครัฐและเอกชนเร่งลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
วันเดียวกัน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.ได้นำสมาชิกเดินทางเข้าพบ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. เพื่อนำข้อเสนอ 7 ข้อในการดูแลค่าเงินบาทของสมาชิก ส.อ.ท.มาหารือกับผู้ว่าการ ธปท. เนื่องจากมองว่าแนวโน้มค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น โดยอาจจะถึง 28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีร ยุทธ รองผู้ว่าการด้านเสถียร ภาพการเงิน ธปท. กล่าวภายหลังการหารือว่า ธปท.ได้ชี้แจงว่าค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ ผ่านมาแข็งค่าค่อนข้างเร็ว แต่ ช่วงที่ผ่านมายังมีการเคลื่อน ไหวในลักษณะทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า เหมือนกับค่าเงินหลายสกุลในภูมิภาค ที่บางช่วงก็มีทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า
ทั้งนี้ ส.อ.ท.เสนอแนะให้ ธปท.ดูแลค่าเงินบาทด้วยการเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง คือ 9 ประเทศในอาเซียน รวมถึงจีน อินเดีย บังคลาเทศ และศรีลังกา ซึ่ง ธปท.ก็พร้อมจะดูแลค่าเงินตามข้อเสนอแนะ แต่การที่จะให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับเดียวกับค่าเงินของภูมิภาค คงเป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจแต่ละประเทศแตกต่างกัน.