ประตูน้ำ * "โต้ง" บี้ กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายอุ้มสถานการณ์บาทแข็งต่อเนื่อง หวั่นกระทบชิ่งภาคธุรกิจท่องเที่ยวอีกกลุ่ม SCB EIC ชี้ไตรมาส 1 แบงก์ชาติอาจปรับดอกเบี้ยลง สกัดเงินนอกไหลเข้า
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่า ประเทศไทยมีอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงเกินไป ดังนั้นหน่วย งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดย ตรง คือ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึงควรพิจารณาให้รอบคอบ โดยความเห็นในส่วนของตน ซึ่งอยู่ในฐานะ รมว.การคลังนั้น ไม่มีหน้าที่ตัดสินใจในส่วนนี้
"ผมเคยพูดมาหลายครั้งแล้วเกี่ยวกับกลไกอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทย ว่าควรจะลดลงมาให้ต่ำกว่าในปัจ จุบัน เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อ่อนลง ซึ่งการตัดสินใจในเรื่องนี้เป็นหน้า ที่รับผิดชอบโดยตรงของ กนง." นายกิตติรัตน์กล่าว
นายกิตติรัตน์กล่าวอีกว่า มีความเป็นไปได้ว่าการแข็งค่าของเงินบาทในขณะนี้อาจส่งผลกระทบไปยังภาคธุรกิจท่องเที่ยวด้วย นอกเหนือจากภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบไปก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากหากนักท่องเที่ยวเห็นว่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้น จะทำให้การใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวสูงขึ้นด้วย ก็อาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเปลี่ยนใจไปที่อื่นได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยการดูแลค่าเงินให้มีเสถียรภาพและมีความเหมาะสม ไม่แข็งค่าจนเกินไปด้วยสำ หรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ปัจจุบัน 2.75% ต่อปี โดย กนง.ลดดอกเบี้ยล่าสุด 0.25% เมื่อเดือน ต.ค.2555 ที่ผ่านมา เพื่อรับมือเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนอย่างหนัก
ด้าน นายพชรพจน์ นัน ทรามาศ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนา คารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC เปิดเผยว่า ทางศูนย์วิจัยฯ คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. อาจมีการปรับดอกเบี้ยนโยบายลงมาจากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.75% โดยคาดว่าจะปรับลงครั้งแรกภายในไตรมาส 1 ก่อน แล้วในไตรมาส 2 อาจจะปรับลงอีกครั้ง ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง จะช่วยลดความร้อนแรงของเงินทุนต่างชาติที่เข้ามายังประเทศไทย ซึ่งทางศูนย์วิจัยฯ มองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสกัดกั้นความร้อนแรงของเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าประเทศ ดีกว่าการเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทเพื่อดูดซับสภาพคล่อง ด้วยวิธีการออกพันธบัตรระยะสั้น เพราะจะทำให้ ธปท.มีต้นทุนการดำเนินการที่สูง
ในส่วนของการที่มีภาคเอกชนบางส่วนออกมาเสนอให้ธปท.นำวิธีการควบคุมเงินทุนไหลเข้า (CAPITAL CONTROL) ที่เคยใช้ในปี 2006 มาใช้นั้น ทางศูนย์วิจัยฯ มองว่าคงเป็นเรื่องยากที่ ธปท.จะนำกลับมาใช้อีก เพราะทำลายบรรยากาศการลงทุน เนื่องจาก CAPITAL CONTROL นั้นเป็นการกันสำรองเงินลงทุนของต่างชาติไว้ 30% จากเงินลงทุนทั้งหมด
ทั้งนี้ ทางศูนย์วิจัยฯ ยังได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2556 นี้มีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ 4.9% และมีโอกาสที่จะเติบโตสูงสุดได้ถึงระดับ 5.1% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2556 ทางศูนย์วิจัยฯ มองว่าน่าจะอยู่ที่ราว 3%
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด หุ้นไทยประจำวันที่ 31 ม.ค.2556 ดัชนีปิดการซื้อขายที่ 1,474.20 จุด ลดลง 16.62 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,798.09 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,491.02 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,471.40 จุด ขณะที่นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,198.50 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 442.16 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,726.87 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 970.53 ล้านบาท.