คอลัมน์: ถูกทุกข้อ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 00:00:11 น.
อัตถ์ อัตนัย
rm_thaipost@hotmail.co.th
เดินสาย
เรียน คุณอัตถ์ อัตนัย ที่นับถือ

ผมกลับมาจากการเดินทางไปในพื้นที่ ๓ จังหวัด คือ สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี และอุตรดิตถ์ ไปสังเกตการณ์ตามสภากาแฟของเมืองต่างๆ ที่บอกกล่าวมาแล้ว เพื่อหยั่งถึงความรู้สึกที่ประชาชนในแต่ละท้องที่นั้นๆ มีทัศนคติต่อรัฐบาลปูกรรเชียงอย่างไรบ้าง?? แน่นอนก็ต้องมีเสียงนิยมชมชื่น (จากพวกเสื้อแดงในท้องถิ่น และเสียงติติงของฝ่ายที่ไม่มีสีใดๆ และอาจจะมีสีเหลืองอ่อนๆ แฝงอยู่บ้างก็คงจะมี)

สภากาแฟจังหวัดแรกที่ผมแวะไปเยือน คือสภากาแฟจังหวัดสุพรรณบุรี ที่นี่มีสภาเล็กสภาน้อยหลายสภา เหตุเพราะที่นี่มีคนจีนมากเป็นพิเศษ จึงมีศาลเจ้าใหญ่หลายแห่ง และแห่งหนึ่งที่ขอกล่าวถึง ก็คือศาลเจ้าที่ท่านบรรหาร อดีตนายกรัฐมนตรีท่านสร้างเอาไว้เป็นอนุ สรณ์ของตระกูลแซ่เบ๊ (ศิลปอาชา) เป็นพญามังกรเลื้อยข้ามหลังคาโอ่อ่ามากอยู่ ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนี้ คนที่นี่จะเรียกว่า "บรรหารบุรี" เพราะมีทุกอย่างที่เป็นของบรรหาร ทั้งหอคอยบรรหาร, สวนบรรหาร, พิพิธภัณฑ์บรรหาร มีทั้งโรงเรียนบรรหารเต็มไปหมด สาธารณูปโภคของเมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรืองมากสมัยบรรหารเป็นนายกรัฐมนตรี  เป็นเมืองเดียวที่มีเสาไฟฟ้าราคาเรือนแสนส่องสว่างกลางเมืองเป็นแถว มีถนนที่ราบเรียบเพราะเป็นถนนคอนกรีต จนคนต่างเมืองหากนั่งหลับเวลาเข้าทางเรียบก็รู้ว่ามาถึงสุพรรณบุรี

บรรหารจึงมีอิทธิพลต่อจิตใจคนสุพรรณบุรีมาก นับถือกันสูง ส่งระดับเจ้าพ่อ เหตุเพราะทำคุณงามความดีเอาไว้แก่เมืองสุพรรณฯ จนสุดจะพรรณนา ในสภากาแฟจึงไม่ปรากฏเสียงนินทาด่าว่าบรร หาร เพราะไม่แน่ใจว่าจะรู้ไปถึงหูบรรหารหรือเปล่า?? ยิ่งเมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๕๖) ข่าวการเสียชีวิตของนายชุมพล ศิลปอาชา ก็กลายเป็นเรื่องวิจารณ์กันในสภากาแฟที่นั่น

ความรู้ที่ได้รับมาก็คือ ชุมพลเคยเป็นครูมาก่อน และมีทัศนะทางการเมืองตรงข้ามกับบรรหารมาตลอด เพิ่งจะมาเห็นใจเห็นความดีของพี่ชายก็ตอนที่พรรคชาติไทยต้องถูกกระแสการเมืองลบชื่อพรรคไปจาก "ชาติไทย" ธรรมดา เนื่องเพราะทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรคต้องถูกตัดสินให้ห่างพ้นการเมืองไป ๕ ปี บรรหารก็ปิ๋วจากหัวหน้าพรรคไปโดยปริยาย ช่วงเปลี่ยนสถานภาพพรรคใหม่เป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ได้น้องชายชื่อชุมพลนี่แหละมา ค้ำเอาไว้ การสิ้นชุมพลลบชื่อออกไปจากการเมืองไทยและโลกใบนี้ จึงเป็นความรันทดใจของบรรหาร และพลพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นที่ยิ่ง สภากาแฟทุกชุมชนในสุพรรณบุรีกำลังมองบทบาททางการเมือง ใหม่ ว่าคนที่จะเลื่อนชั้นเข้ามาแทนที่ในบัญชีรายชื่อของพรรคชาติไทย พัฒนาคือ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ แน่นอน แต่ข้องใจว่าเป็น ส.ส.เลือดพิจิตรคนละเมือง ซึ่งคนที่จะมาแทนที่ชุมพลสมควรจะเป็น ส.ส.ในจัง หวัดสุพรรณบุรีเท่านั้น ทุกสภากาแฟที่มีในเมืองสุพรรณบุรีต่างลงมติล่วงหน้าว่า ผู้ที่สมควรเข้าไปนั่งเก้าอี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องเป็นบรรหาร ศิลปอาชา เท่านั้นจึงจะสมควร

นายกฯ ยิ่งเละ ปูกรรเชียง ให้สัมภาษณ์สื่อว่า จะต้องมีการพิจารณารัฐมนตรีที่ว่าง ระยะนี้ก็เอาไอ้หัวล้านกบาลเลี่ยนปึ้งสากไปนั่งคร่อมเอาไว้ก่อน  เสร็จพิธีศพชุมพลเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน ระยะนี้มีเสียงประสานมาจากสภากาแฟใหญ่ หน้าเทศบาลนครสุพรรณบุรีค้านว่า บรรหารเคยเป็นนายกฯ จะลดชั้นตัวเองไปเป็นรัฐมนตรีนั้น ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังเสนอว่า ส.ส.สุพรรณบุรี ตระกูลศิลปอาชามีทั้งหญิงทั้งชาย โคตรศิลปอาชาทั้งนั้น ให้เสนอเอาขึ้นไปให้ ปูกรรเชียงพิจารณาวัดใจกันดูว่า จะถีบพรรคชาติไทยพัฒนาออกจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะ เอาตำแหน่งไปทูนให้พรรคเพื่อไทยของตัวหรือเปล่า ก็ต้องขอดูใจกัน

ผมออกจากสุพรรณบุรีไปกาญจนบุรี เพื่อไปสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของชาวสภากาแฟที่นั่น ผมไม่แปลกใจเลย ที่นี่มีพวกเสื้อ แดงอยู่ในสภากาแฟทุกชุมชนเช่นเดียวกับที่สุพรรณบุรี จนถึงขั้นแบ่งสภากันว่า ถ้าร้านไหนมีแดงย่อมไม่มีสีใดๆ เข้าไปเกี่ยวข้อง เนื้อหาของการวิพากษ์วิจารณ์มีทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ระยะนี้เนื่อง จากกาญจนบุรีเป็นเมืองหน้าด่าน ที่โครงการท่าเรือทวายนั้นไม่ห่างไกลจากเมืองกาญจนบุรีสักเท่าไหร่ เพราะระยะจากตัวเมืองไปด่านเจดีย์สามองค์ที่สังขละฯ ก็ไม่ถึง ๑๕๐ กิโลเมตร ทั้งยังมีโครงการจะสร้างทาง ๘ เลนผ่านกาญจนบุรี ขนส่งสินค้าจากจีน-พม่าไปท่าเรือแหลมฉบังของไทยเสียด้วย (จริงไม่จริงไม่ทราบ) ดังนั้นราคาที่ดินที่คง ที่มา ๕ ปี ในปีนี้จึงมีการพัฒนาเกิดขึ้นอย่างฉับไว ราคาแสนไม่ต้องพูดถึงขยับเป็นหลักล้านหมดแล้ว มีโรงแรมใหญ่โรงแรมหนึ่งชื่อ เอกไพลิน ริมแม่น้ำแควน้อย เนื้อที่เกือบ ๕๐๐ ไร่ ปิดป้ายบอกขายราคา ๔๕๐ ล้าน กำลังมีเศรษฐีในเหล่าสมาชิกอาเซียนมองตาเป็นมัน

สภากาแฟที่นั่นวิจารณ์กันว่า ระยะนี้น้ำท่าก็วิปริต ทั้งแควใหญ่ แควน้อย น้ำในเขื่อนศรีนครินทร์ก็ลดลงจนน่าตกใจ อากาศแห้งแล้งจนไม่แน่ใจว่าจะมีไฟป่าเกิดขึ้นในเมืองกาญจนบุรี เหมือนเมืองทางภาคเหนือที่มีป่าหรือเปล่า ราคาของสดของแห้งในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตกว่า เมืองท่องเที่ยวอย่างกาญจนบุรีนี้สมควรจะต้องมีการควบคุมราคาสินค้าหรือเปล่า รัฐบาลนายกฯ ยิ่งเละชายหางตามามองดูเมืองด้านตะวันตกเมืองนี้หน่อยก็จะดี

เมืองอุตรดิตถ์ เป็นเมืองสุดท้ายที่ผมขึ้นไปสังเกตการณ์ตามสภากาแฟที่นั่น โดยบินไปกับพวกนักข่าวช่างภาพสำนักต่างๆ ที่ติดตามไปทำข่าวการประชุมสัญจรของคณะรัฐมนตรีรัฐบาลพวกไทย สายการบินที่ไปคือสายการบินนกแอร์ มีตารางบินไปลงพิษณุ โลก ซึ่งพวกนักข่าว (รวมทั้งผมที่เป็นพวกสอดแทรก) ขอรายงานความเรียบร้อยในการเดินทาง ผมขอตำหนิให้นกแอร์แก้ไขเสียหน่อยก็คือ เครื่องทำความเย็นมันไม่ค่อยจะปกติ เพราะมันร้อนมากกว่าเย็น ที่นั่งค่อนข้างคับแคบไปหน่อย ผมก็เห็นใจเพราะเป็นโลคัลไฟลต์ แต่พวกนักข่าวเขานินทากัน ผมก็เก็บมาฝากให้คิดแก้ไข

เมืองอุตรดิตถ์ เป็นเมืองที่ผมเคยไปอยู่เมื่อปี ๒๕๐๐ (กึ่งพุทธ กาล) ไปเที่ยวนี้ก็เลยแปลกตา แต่ที่ยังได้คือ ยังมีสภากาแฟข้างสถานีรถไฟอุตรดิตถ์เหลืออยู่ให้ดูหน้า สภากาแฟที่นี่ก็มีเป็นซุ้มทั้งใหม่และเก่า เพราะเมืองขยายตัวออกไปมากจนจำแทบไม่ได้ สถานีศิลาอาสน์กับสถานีอุตรดิตถ์เกือบจะเลื่อนมาอยู่ชิดกัน เพราะมีอาคารโยงเข้าหากัน

เรื่องที่สภากาแฟวิจารณ์กันมากก็คือ เรื่องอาการตื่นเต้นของทางราชการและเทศบาล ที่ต่างก็ทำงานแข่งกันจนประชาชนงุนงง เพราะอะไรก็ห้าม ห้ามเข้า ห้ามออก หน่วย รปภ.เดินกันเกลื่อน ชาวบ้านนินทาพวกรัฐบาลกรุงเทพฯ ว่า มาประชุมกันที่นี่ก็หาทุกข์มาให้ ที่กรุงเทพฯ ก็มีที่ประชุมเยอะแยะ ทำไมต้องทำเป็นสัญจรเหมือนคนไร้ที่อยู่อาศัย หรือว่าพวกรัฐบาลมีเงินมากเลยช่วยกันใช้ให้มันหมดๆ ไป แล้วทิ้งหนี้ไว้ให้พวก (กู) ชาวบ้านมีเรื่องมาเล่าให้ฟังเพียงแค่นี้เท่านั้นครับ ขอขอบคุณ.

คนไทย หัวใจรักชาติ

สงสัยจะเป็นผู้ตรวจการ ฮ่าๆๆ เดินสายน่าดูเลย แต่อิ่มครับ เล่ามาละเอียดเต็มพิกัดขนาดนี้ ผมไม่ได้ไปก็เหมือนไปเห็นมากับตา อันบรรหารบุรีนั้น  คนสุพรรณฯ เค้ารักคุณบรรหารก็จริง แต่คนจังหวัดอื่นโดยเฉพาะแถบอีสาน เค้าค้อนขวับ มันงบประมาณแผ่นดินไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเกลี่ยไม่เท่ากันหละ เรื่องนี้พูดกันมานาน จนผู้แทนจังหวัดอื่นๆ เอาอย่างกันไปเยอะแล้ว จังหวัดอื่นช่างมัน ขอจังหวัดข้าก่อน

พูดถึงอาจารย์ชุมพล สมัยร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ แกเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง คุณบรรหารแกไม่ได้ทำอะไรมากหรอกครับ ถ้าจะให้เครดิตต้องมีอาจารย์ชุมพลติดไปด้วยครับ

ส่วนผู้สืบทอดสำนักบรรหารบุรีคงยังวิ่งหาอยู่กระมังครับ แต่ไม่ว่าใครจะมาก็แค่ขัดตาทัพ เพราะ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ คือสิ้นปีนี้ ตระกูลศิลปอาชาทั้งบรรหาร, กัญจนา ศิลปอาชา, วราวุธ ศิลปอาชา จะพ้นโทษถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ๕ ปีแล้วครับ

อีกอึดใจเดียวพวกเขาก็จะกลับมาอีก!สำหรับเมืองกาญจน์, อุตรดิตถ์ และนกแอร์ ก็ว่ากันไปตามที่ "คุณคนไทย หัวใจรักชาติ" เห็นมาครับ.

รัฐธรรมนูญแก้ได้หากหมายแก้
*  หนึ่งปีกว่าที่มาเป็น "รัฐบาล"
บริหารอะไรสิ่งใดบ้าง
ที่บ่งบอกชัดเด่นเป็นแนวทาง
ว่าทุกอย่างนำไทยให้รุ่งเรือง
*  เห็นมีแต่ "ทรง" กับ "ทรุด" ฉุดไม่อยู่
เดินเคียงคู่กันไปในทุกเรื่อง
"เศรษฐกิจ-สังคม" ผสม "การเมือง"
ไม่กระเตื้องให้เห็นเป็นรูปธรรม
*  ความเป็นอยู่ของคนไทยในวันนี้
จึงมากมี "ปัญหา" มากระหน่ำ
นับวันยิ่งทุกข์ยากลำบากนำ-
พาชีวิตให้ตกต่ำลงร่ำไป
*  หนึ่งปีกว่าที่มาเป็น "รัฐบาล"
เห็นมัว "พล่าน" อยู่กับการแก้ไข
"รัฐธรรมนูญ" เพื่อให้ "นาย" ได้กลับไทย
ไม่สนใจเรื่องใดไหนทั้งนั้น
*  ขอให้ได้ช่วย "นักโทษ" ที่โฉดชั่ว
มีคดีติดตัวทั่วไปนั่น
ทั้ง "ก่อการร้าย-โกง-หมิ่นสถาบัน"
โดยไม่หวั่น "แรงต้าน" เสียงค้านใด
*  แต่กับความเป็นอยู่ "ประชาชน"
หาได้คิดดิ้นรนสนใจไม่
เพื่อความอยู่ดีมีสุขปราศทุกข์ภัย
ดังเคยให้ "สัญญา" ว่าจะทำ
*  "รัฐธรรมนูญ แก้ไขได้หากหมายแก้"
ขอเพียงแต่จรุงผดุงค้ำ
"สิทธิ์-เสรี" คนทั่วไปให้เป็นธรรม
ใช่ "ระยำ" แก้เพื่อ "นาย" แต่ฝ่ายเดียว
เหรียง เนียงสะตอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง