ทีมฟุตบอลชาติไทยชุดใหญ่มีโปรแกรมลงสนามฟาดแข้งในศึกเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือกนัดแรกในวันที่ 6 ก.พ.นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งรายการนี้เป็นความหวังสุดท้ายของแฟนบอลชาวไทยที่ต้องการเห็นทีมชาติไทยผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ที่ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2015
ต้องบอกว่าระยะหลังมานี้ทีมฟุตบอลชาติไทยผลงานย่ำแย่ ยังไม่เคยทำให้แฟนบอลสมหวังเลย แม้ว่าทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะมีการว่าจ้าง "วินนี" วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมันมาทำทีมก็ตาม แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จทั้งที่เม็ดเงินในการว่าจ้างถือว่าค่อนข้างแพงกว่าโค้ชทุกคนที่เคยทำทีมชาติไทยมา ดังนั้นแมตช์นี้จึงมีความหมายต่อวินนีอย่างมาก เพราจะพิสูจน์ความสามารถอีกครั้งหนึ่ง
"วินนี" วินฟรีด เชเฟอร์ เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทัพนักเตะทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2011 จนถึงปัจจุบัน นับเวลาได้ 1 ปีครึ่งไปแล้ว ระยะแรกที่เข้ามาแฟนบอลเห็นการทำทีมแล้วถึงกับให้การยอมรับว่าวินนีจะเป็นผู้มากอบกู้ศรัทธาของแฟนบอลให้กลับมาเชียร์กันอีกครั้ง และก็เป็นอย่างนั้นจริง แฟนบอลกลับมาสนใจและเชียร์ทีมชาติไทยกันอย่างล้มหลาม
แต่ในความเป็นความจริงที่จะปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ผลงานทีมชาติไทยภายใต้การทำทีมของวินนีจนถึงปัจจุบันนี้ยังหาความสำเร็จไม่ได้เลย
วินนีประเดิมการคุมทีมชาติไทยด้วยผลงานคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 41 จากนั้นก็ต้องตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 และได้ตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2012 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะประเดิมศักราชใหม่ในปี 2013 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ด้วยการพ่ายแพ้ฟินแลนด์ย่อยยับ 1-3 และทำได้เสมอกับเกาหลีเหนือ 2-2 ได้ครองอันดับ 3 ร่วมในฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ซึ่งถ้าเทียบระหว่างเม็ดเงินที่ต้องจ่ายเป็นค่าจ้างให้เงินที่ต้องจ่ายเป็นค่าจ้างให้เทรนเนอร์วัย 63 ปีรายนี้กว่า 1.6 ล้านบาทต่อเดือน กับผลงานที่ออกมาถือว่าไม่ได้แตกต่างจากกุนซือที่สมาคมฟุตบอลฯ เคยจ้างมาทำทีมเลย
วันที่ 6 ก.พ.นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทยจะลงสนามฟาดแข้งกับทีมชาติคูเวต ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือกนัดแรก จะเป็นบทพิสูจน์ขีดความสามารถของวินนีอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นอย่างไร หากนัดนี้ไม่สามารถเก็บแต้มในบ้านได้ น่าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าวินนีเหมาะสมและสมควรจะทำทีมชาติไทยต่อไปหรือไม่ ซึ่งในระยะหลังมานี้มีหลายคนมองว่าการทำทีมของวินนีไม่พัฒนาไปไหน
วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การทำทีมของ "วินนี" ยังไม่มีสไตล์ที่ชัดเจน วินนีอาจยังไม่เข้าใจนิสัยคนไทยเท่าที่ควรว่าส่วนใหญ่นัดแรก จะเป็นบทพิสูจน์ขีดความสามารถของวินนีอีกครั้งหนึ่งว่า
วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การทำทีมของ "วินนี" ยังไม่มีสไตล์ที่ชัดเจน วินนีอาจยังไม่เข้าใจนิสัยคนไทยเท่าที่ควรว่าส่วนใหญ่
เป็นผลพวงมาจากลีกมากกว่าฝีมือของโค้ช เราต้องพูดตามความจริงว่าภาพรวมยังไม่ดี หากพูดว่าตอนนี้ทีมชาติไทยกำลังไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผมพูดได้เลยว่าที่พัฒนาขึ้นได้เพราะมาจากฟุตบอลลีกในประเทศที่แข็งแกร่งและเป็นมืออาชีพขึ้น หากว่าทีมชาติพัฒนาเพราะโค้ชจริงมันต้องดีกว่านี้
ขณะที่ ชาญวิทย์ ผลชีวิน อดีตกุนซือทีมชาติไทย กล่าวว่า โค้ชทีมชาติว่าจ้างมาทำทีมเพื่อชัยชนะ ไม่ใช่เพื่อวางรากฐาน ผมมองในฐานะคนนอกคิดว่าการทำทีมของเชเฟอร์ดูแปลกๆ เช่น การประกาศชื่อนักเตะ หรือการเตรียมทีมชุดคิงส์คัพ แทนที่จะใช้นักเตะชุดที่จะเล่นในเอเชียนคัพ รวมถึงผลงานที่ผ่านมา 1 ปีกว่า ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม เช่นการไม่ได้แชมป์ ซูซูกิคัพ ซึ่งถ้าเป็นโค้ชคนไทยคงโดนปลดไปนานแล้ว ยิ่งถ้าเทียบกับค่าจ้างที่ได้ยิ่งถือว่าไม่คุ้ม เพราะโค้ชไทยก็ทำได้ ตอนนี้บ้านเรามีลีกอาชีพ มีโค้ชดีๆ หลายคนควรจะให้โอกาสบ้าง
วันที่ 6 ก.พ.นี้ ทีมลูกหนังชาติไทยจะได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า "วินนี" วินฟรีด เชเฟอร์ ยังเหมาะสมกับการทำทีมชาติไทยต่อไปหรือไม่.