คอลัมน์: มองเมือง: ป่าชายเลนบางปูปอดเล็กๆ ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 00:00:59 น.
เรื่อง/ภาพ โดย  บุษบา ศิวะสมบูรณ์

เมื่อเราขึ้นไปบนหอดูนกของศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี  ก็เห็นผืนป่าสีเขียวแผ่ออกไปกว้างไกล ตรงขอบฟ้าลิบๆ นั้นเห็นเป็นตึกรามบ้านช่องห้างสรรพสินค้า มีลมโชยมาเย็นๆ ชื่นใจบรรเทาความร้อนจากแสงแดดแผดจ้าไปได้

แต่สิ่งที่เรานึกว่ามันกว้างใหญ่แล้ว กลับกลายเป็นส่วนเสี้ยวเดียวของสิ่งที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้เท่านั้น เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ซึ่งพาเราไปชมพื้นที่บอกว่า เมื่อก่อนป่าชายเลนแห่งบางปูกว้างใหญ่กว่านี้มากนัก กินพื้นที่ไปถึงราวๆ ถนนสายบางนา-บางปะกงเลยทีเดียว ตอนนี้ป่าชายเลนบางปูนั้นเหลือแค่ 600 กว่าไร่เท่านั้น และมีท่าทีว่าจะหดหายต่อไปอีกในอนาคตหากไม่รักษาไว้ ทั้งจากการรุกรานของสิ่งก่อสร้างของมนุษย์และจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่งคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่ง

ศูนย์แห่งนี้ตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2548 และอยู่ในความดูแลของกรมพลาธิการทหารบกที่ร่วมมือกับองค์กร WWF ประเทศไทย และอีกหลายหน่วยงานจัดการบริหารพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ที่เคยเป็นนากุ้งมาก่อน

รวมทั้งจัดโปรแกรมเรียนรู้ต่างๆ สำหรับนักศึกษาและประชาชนทั่วไป เพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกหวงแหนป่าชายเลนขึ้นมา และช่วยหันมาอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวเหล่านี้เอาไว้

ในเส้นทางเดินชมป่าชายเลน เราได้เห็นพื้นที่ได้เป็นหลายแบบ มีทั้งบึงน้ำที่มีนกนางนวลและนกทะเลชนิดอื่นๆ มาหากินกันเต็มไปหมด เวลานกเหล่านี้บินขึ้นพร้อมๆ กันทีเดียวเป็นภาพที่น่าดูยิ่งนัก ทางศูนย์ฯ ได้จัดสร้างที่ซุ่มดูนกไว้หลายจุดด้วยกัน และวันที่เราไปก็เห็นหนุ่มๆ สาวๆ จากชมรมถ่ายภาพของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมาซุ่มถ่ายภาพนกไม่น้อย

จากทางลาดซีเมนต์ของรอบนอกเขตเดินชม เราก็ตัดเข้าไปตรงกลางของป่าชายเลน โดยเดินบนสะพานไม้เล็กๆ ที่ต่อเนื่องกันคดเคี้ยวหลายกิโลเมตร อากาศจากร้อนจัดก็เปลี่ยนเป็นเย็นชื่นใจทันทีเมื่อเข้าเขตนี้

เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูต้นโกงกางที่แทงรากขึ้นมาหายใจเบียดกันแน่นเต็มไปหมดที่พื้น ป่าเขียวขจีทำให้หัวใจเราสดชื่น หายใจได้เต็มปอด เพราะพวกมันทำหน้าที่เหมือนเครื่องฟอกอากาศชั้นดีจัดการกับคาร์บอนไดออกไซด์ให้แก่โลก

แต่เราก็รื่นรมย์ได้ไม่นาน เพราะในระหว่างต้นโกงกางก็เห็นมีขวดพลาสติกนานาชนิดติดค้างอยู่ไม่น้อย เจ้าหน้าที่บอกว่านี่คือสิ่งที่แม่น้ำพัดพามา มันมาจากบ้านเรือนผู้คนมาตามน้ำแล้วก็ออกไปไม่ได้ และกว่าจะย่อยสลายก็ใช้เวลาหลายร้อยปีเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่ยังเล่าด้วยว่า ที่ศูนย์ฯ มีโครงกระดูกของวาฬบรูด้าที่เข้ามาเกยตื้นที่นี่หลายปีแล้วอยู่ ตอนที่ผ่าท้องออกมาเพื่อดูสาเหตุการตาย ก็พบถุงพลาสติกจำนวนมากมายอัดแน่นอยู่ในท้องของมัน นักวิชาการคาดว่ามันคงคิดว่าเป็นแมงกะพรุนแล้วกินเข้าไปจนเกิดเป็นพิษขึ้น

ระหว่างเดินอยู่เจ้าหน้าที่ก็บอกให้เราลดเสียงลงเงี่ยหูฟังเสียงบางอย่าง คล้ายๆ กับคนดีดนิ้วเป็นจังหวะ เขาบอกว่านั่นคือเสียงกุ้งดีดขัน แต่เรามองไม่เห็นตัวว่าอยู่ที่ใด เพราะมันมีขนาดเล็กและลำตัวใส แต่มีก้ามใหญ่ซึ่งสามารถทำก้ามกระทบกันเกิดเสียงปังๆ ขึ้นได้ และยิ่งเอาไปใส่ไว้ในขันโลหะเสียงก็จะดังกังวานมากขึ้น จึงเป็นที่มาของชื่อนี้

ปลาที่พบเห็นได้บ่อยมากก็คือปลาตีน ซึ่งมีหลายชนิด ตัวโตสุดเรียกว่าปลากระจัง มันจะมีเส้นยาวพาดที่ข้างตัว ถ้าเส้นเป็นสีดำแปลว่ามันกำลังอารมณ์ดี ถ้าเปลี่ยนเป็นสีแสดงว่ามันกำลังโมโห เจ้าพวกนี้หวงถิ่นมาก โดยเฉพาะตัวผู้ ถ้าตัวต่างๆ ที่เข้าไปถึงป่าชายเลนด้านในซึ่งประกอบด้วยไม้ที่เล็กลงไปอย่างโกงกาง แสม

ทริปของเราสิ้นสุดลงตรงที่มันเริ่มต้นก็คืออาคารที่ตั้งของศูนย์ฯ แม้จะเหงื่ออาบกาย แต่ในใจรู้สึกดีมากที่ได้มาที่นี่ในวันนี้

สิ่งที่เราพบเห็นทำให้สรุปได้ว่า ที่นี่คืออื่นรุกล้ำเข้ามามันจะต้องวิ่งไล่ไปทันที

พืชที่ขึ้นนอกจากโกงกางแล้วก็ยังมีมะแว้ง โพทะเล และชะคราม เจ้าหน้าที่บอกให้เราลองหยิบใบมาลองเลียดู ก็ได้รสเค็มปะแล่ม ซึ่งเขาก็บอกว่าพืชไม่ชอบความเค็ม แต่พืชที่อยู่ป่าชายเลนซึ่งมีน้ำกร่อยจะมีความสามารถในการคายเกลือออกมาโดยเฉพาะทางใบ พืชหลายชนิดนำไปทำเป็นยาและเป็นอาหารได้

เมื่อออกจากป่าโกงกางเราก็เจอกับหาดของบางปู ซึ่งทางศูนย์ฯ กำลังพยายามปลูกต้นลำพูเอาไว้ตรงชายน้ำ ลำพูนี่แหละที่เป็นด่านหน้าของป่าชายเลนของไทยอย่างแท้จริง ไม้ยืนต้นที่แข็งแรงสามารถทานแรงน้ำ แรงลม และเกาะดินเหนียวแน่นไปในคราวเดียวกันจะช่วยซับแรงสวรรค์ของทั้งสัตว์และพืชมากมายหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมาย และประการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือเป็นปอดที่ฟอกอากาศโลกให้บริสุทธิ์ และก็รู้สึกหวงแหนผูกพันกับป่าชายเลนมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของ 7 Greens  ของ ททท. ที่ตราตรึงอยู่ในจิตใจของเราตลอดมา

เมื่อพูดถึงบางปู หลายคนอาจจะนึกถึงนกนางนวลที่บินฉวัดเฉวียนไปมา และภาพพระอาทิตย์ตกเหนือน้ำทะเลที่สุดโรแมนติก แต่คราวหน้าถ้าท่านคิดไปเยือนบางปูอีกครั้ง ลองเข้าเยี่ยมโลกเล็กๆ อันงดงามแห่งป่าชายเลน แล้วจะได้ความประทับใจอันไม่ลืมเลือนออกมา.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง