ตร.จัดโซนนิ่งเล่นสงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 26 มีนาคม 2556 00:00:51 น.

สตช. * ตำรวจระดับกำลัง 1.2 แสนนายรับมือสงกรานต์ปีนี้ กำหนดโซนเล่นน้ำห้ามขาดแอลกอฮอล์ เมา-ขับ หรือแค่โดยสารก็มีความผิด จำคุก 6 เดือน ปรับ 3 หมื่นบาท หวังลดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 25 มีนาคมนี้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด รอง ผบช.น. ประชุมตัวแทนกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กองบังคับการตำรวจหลวง (บก.ทล.) เพื่อเตรียมความพร้อมรณรงค์ลดอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ 2556

พล.ต.ท.เรืองศักดิ์เปิดเผยภายหลังว่า เนื่อง จากช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มีนโยบายเน้นย้ำเกี่ยวกับความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางจากเมืองหลวงกลับภูมิลำเนา และประชาชนที่จะเดินทางท่องเที่ยวเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ ทางรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีแนวคิดที่ใช้ว่า "สงกรานต์สนุก ทุกคนปลอดภัย ร่วมใจรักษาวัฒนธรรม" โดยให้ทุกคนร่วมใจและลดอุบัติเหตุในท้องถนนให้ได้ เนื่องจากในช่วง 7 วันอันตราย สถิติย้อนหลัง 3 ปี วันที่ 13-17 เมษายนของทุกปี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 470 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตประมาณ 47 คนต่อวัน มากกว่าปกติ 1 เท่าตัว ในปีนี้จะพยายามลดลงให้ได้ ทั้งความสะดวก ปลอดภัยในการลดอุบัติเหตุ จากการสำรวจจุดเสี่ยงต่างๆ ทั่วประเทศ พบจุดเสี่ยง จุดอันตราย มี 2,054 จุด เป็นจุดที่มีทัศนียภาพไม่สะดวก ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดอันตรายได้

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกแผนรองรับมาตรการดังกล่าวขึ้น 3 ช่วง คือ 1.ช่วงปฏิบัติ หรือเตรียมความพร้อม เตรียมมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2.ช่วงรณรงค์ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมทั้งเดือน และ 3.ช่วงสำคัญที่สุด 7 วันอันตราย ในวันที่ 11-17 เมษายน โดย ตร.ได้กำหนดเป้าหมายให้ลดลงมากที่สุดในการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้ตั้งเป้าว่าลดเท่าใด แต่จะลดให้น้อยที่สุด ให้ในส่วนของ บก. ของ บช.น. หรือภูมิภาคคือ บก.ภ.จว.ต่างๆ กำหนดเขตเป้าหมายขึ้น ซึ่งปีนี้ ผบ.ตร.ระดมตำรวจทั่วประเทศกว่า 8 หมื่นคน อาสาสมัครอีกกว่า 3 หมื่นคน รวมแล้วประมาณ 1 แสน 2 หมื่นคน เพื่อดูแลความสะดวกและปลอดภัย

สำหรับลักษณะเด่นในปีนี้ จะมีการกำหนดเขตพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ขึ้น โดยให้ สน.และ บก. กำหนดพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เช่น ใน กทม.ก็เช่น ถนนข้าวสาร สีลม พระรามเก้า ต่างจังหวัด เช่น ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น โดยอาจมีพื้นที่ปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ให้หาพื้นที่ที่เหมาะสมมากขึ้น โซนนิ่งดังกล่าวห้ามเด็ดขาดในเรื่อง 1.ห้ามจำหน่าย หรือดื่มสุรา ต้องปราศจากแอลกอฮอล์ มีสายตรวจคอยตรวจสอบดูแล โดยผู้ที่ดื่มแล้วขับขี่หรือโดยสารจะถือว่ามีความผิด มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ห้ามมีรถเข้าไปในโซนดังกล่าว ต้องจัดสถานที่จอดรถให้เหมาะสมและเดินเท้าเข้าไป ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาลดอุบัติเหตุได้ 5 เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ก็จะลดให้ได้น้อยที่สุด บางแห่งอยากให้ตายเป็นศูนย์ โดยให้ บก. และ สน.กำหนดเขตความเหมาะสมขึ้นเอง เนื่องจากพื้นที่ไม่เหมือนกัน

นอกจากนี้ จะมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จุดบริการประชาชนให้มากขึ้น ที่ผ่านมามีประมาณ 5 พันจุด แต่ปีนี้มีประมาณ 1.2 หมื่นจุด ทั้งในเส้นทางสายหลัก เส้นทางหลวงแผ่นดิน เส้นทางสายรอง เส้นทางเทศบาลชุมชน ส่วนจุดเสี่ยงที่เกิดอันตรายมากสุดคือ พื้นที่ บช.ภ.3 เพราะมีความไม่ปลอดภัยทางกายภาพ ทางร่วม ทางแยกจำนวนมาก ป้ายไม่ชัดเจน ได้ประสานท้องที่ต่างๆ แก้ปัญหาโดยด่วนแล้ว โดยจุดเสี่ยงเหล่านี้จะมีรถสายตรวจให้สัญญาณตลอดเวลา และชุดเคลื่อนที่เร็วคอยช่วยเหลือประชาชนด้วย ฝากขอความร่วมมือประชาชนด้วย เพราะสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากความเมา ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย

ด้าน พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานจราจร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกสถานีรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ตามคำ ขวัญ "สงกรานต์สนุก ทุกคนปลอดภัย ร่วมใจรักษาวัฒนธรรม" โดยให้ทุกสถานีตำรวจแจกหมวกรองในกันน็อกจำนวน 500,000 ชิ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ให้ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ต้องสวมหมวกนิรภัยขณะเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง