'กำนัน'ย้ำชัดต้านกกต.จัดเลือกตั้ง 20เม.ย.นัดเดินสีลม-เจริญกรุง

19 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินี ว่า คนในระบอบทักษิณ ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด ถ้าถูกตัดสินว่าผิดก็ด่าศาลว่าไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และยังเหิมเกริมเอาปืนไปยิงใส่ศาล ตำรวจไม่เคยจับได้ เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษไม่เคยผิด ไม่ต้องติดคุก...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ทุ่งกังหันลมท่าเรือแหลมฉบังไฟฟ้าแห่งอนาคต

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2556 00:00:28 น.

ประเทศไทยผ่านจุดพีกการใช้ไฟฟ้าสูงสุดไปหมาดๆ เมื่อวันศุกร์ที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว โดยปราศจากปรากฏการณ์ไฟดับแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีการประโคมว่าพลังงานไฟฟ้าอาจจะไม่พอ เพราะหน้าร้อนเราใช้ไฟสูง และพม่าต้องปิดซ่อมท่อส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมแซมบำรุงระบบตามปกติ ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ทำทุกปี

แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไฟไม่ดับอย่างที่กลัว แต่ก็ทำให้สังคมตระหนักว่าเราต้องหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เพื่อมาผลิตกระแสไฟฟ้านอกเหนือจากการใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือพลังงานจากฟอสซิล

"กังหันลม" เป็นพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะ "ลม" ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด ยุโรปมีการนำพลังงานลมมาใช้ผลิตไฟฟ้าอย่างจริงจังเป็นเวลานานแล้ว แต่ในประเทศไทยการใช้พลังงานลมไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก สถิติล่าสุดของปี 2554 มีการใช้พลังงานลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าเพียง 7.28 เมกะวัตต์เท่านั้น ทั้งที่บางแห่งมีศักยภาพในการนำพลังงานลมมาใช้ดี ขณะนี้หน่วยงานหลายแห่งมีโครงการติดตั้งกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดจนเพื่อเก็บข้อมูลความเร็วลมในพื้นที่ที่คาดว่ามีศักยภาพนำพลังงานลมมาผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังมีแผนการพัฒนาพลังงานลมในพื้นที่รอบอ่าวไทย และบริเวณภาคอีสาน ที่มีศักยภาพพลังงานลมสูง มีแผนขยายระบบสายส่งและระบบเก็บสะสมพลังงาน รวมถึงพัฒนารูปแบบกังหันลมที่มีรูปแบบเหมาะสมกับความเร็วลมของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายว่าปี 2564 ไทยจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ 1,200 เมกะวัตต์

ท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการสำรวจพบว่า มีศักยภาพในการนำพลังงานลมมาผลิตไฟฟ้า โดยบริเวณชายฝั่งแหลมฉบังมีความเร็วลมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 เมตรต่อวินาที การท่าเรือแห่งประเทศไทย  (กทท.) ริเริ่ม "โครงการกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า" เพื่อจัดหาพลังงานทดแทนและส่งเสริมการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในลักษณะทุ่งกังหันลมเช่นเดียวกับในต่างประเทศ

ทุ่งกังหันลมแห่งนี้มีพื้นที่ 100 ไร่ มีกังหันจำนวน 84 ต้น มีกำลังผลิตต้นละ 10 กิโลวัตต์ ขนาดกำลังผลิตรวม 840 กิโลวัตต์ ด้วยศักยภาพพลังงานลมในพื้นที่จะผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 200 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง โดยการติดตั้งกังหันและระบบควบคุม และระบบจ่ายไฟฟ้าทั้งหมดดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว โดยได้ศูนย์วิจัยพลังงานลม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูล รวมถึงออกแบบกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เรือเอกสุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เล่าให้ฟังในวันเปิดโครงการกังหันเพื่อก้าวสู่การท่าเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Port) ว่า ท่าเรือแหลมฉบังได้เริ่มทำโครงการนี้ บริเวณโดยรอบท่าเรือติดตั้งกังหัน 84 ชุด งบประมาณ 135 ล้านบาท นำพลังงานลมมาผลิตไฟฟ้า และขออนุญาตเชื่อมโยงระบบกับสายส่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าสู่ระบบจ่ายไฟ กังหันลมจะช่วยเสริมระบบพลังงานไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของ ทลฉ. ได้ 3.5-4 เปอร์เซ็นต์ เช่น ไฟส่องสว่างบริเวณถนน และพื้นที่สาธารณะ ประตูตรวจสอบสินค้า คลังสินค้า และอาคารสำนักงานของ ทลฉ. ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ปีละ 40 ล้านบาท

ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ผอ.ทลฉ.บอกว่า เนื่องจากสถานที่ตั้งเป็นพื้นที่เปิดติดชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ซึ่งมีกระแสลมทั้งลมประจำฤดูและลมประจำถิ่นที่ดี จึงมีความเหมาะสมทำโครงการใช้ประโยชน์จากพลังงานลม โครงการนี้นอกจากเกิดผลดีกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังส่งเสริมการศึกษาของอาจารย์และนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรีด้วย เราสนับสนุนการศึกษาวิจัยและการออกแบบนวัตกรรมกังหันลมผลิตไฟฟ้า ไม่ได้นำเข้ากังหันลมจากต่างประเทศ

"ท่าเรือต้องการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งก่อมลพิษ เรามองหาพลังงานทางเลือก สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด คือ ลม ก่อนหน้านี้เคยศึกษาการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพราะที่นี่แดดจัด แต่เมื่อเทียบกับพลังงานพบว่า โครงการจะต้องใช้พื้นที่มากกว่า กำลังผลิตต่ำกว่า และดูแลรักษายากกว่า สำหรับโครงการนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุด แต่มองว่า หากในอนาคตน้ำมันไม่เพียงพอ เราสามารถใช้พลังงานทดแทนได้ และไม่หยุดเท่านี้โครงการระยะสอง ปี 2559-2560 ตั้งงบ 165 ล้านบาท ขณะที่  มทร.จะพัฒนานวัตกรรมให้กังหันผลิตกระแสไฟได้มากขึ้น งานวิจัยนี้ยังต่อยอดเป็นเครื่องมือพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนของไทยด้วย" เรือเอกสุทธินันท์เน้นย้ำ

ด้าน ดร.วิรชัย โรยนรินทร์ ผู้ช่วยคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพลังงานลม กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการสร้างเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเทศของเรา กังหันออกแบบให้หมุนได้ที่ความเร็วลมเฉลี่ย 4-5 เมตรต่อวินาที โครงการกังหันลมแหลมฉบังสามารถเป็นโมเดลให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ เพราะลมบ้านเรามีความเร็วลมเฉลี่ยราวนี้ จึงพัฒนาเทคโนโลยีความเร็วลมต่ำมาใช้งาน แต่ทางวิศวกรรมเราออกแบบให้กังหันทุกต้นเดินระบบผลิตไฟฟ้าได้ที่ความเร็วลมเพียง 2.5 เมตรต่อวินาที ซึ่งต่ำมาก ใบกังหันเบา เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ออกแบบมาพิเศษให้เหมาะสมกับความเร็วลมนี้ และกำลังการผลิตแต่ละต้นขึ้นได้ถึง 11 กิโลวัตต์ กังหันจะผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าความเร็วลมเกินกว่า 13 เมตรต่อวินาที ซึ่งหมายถึงพายุเข้า ลมแรงมาก ระบบจะหยุดการทำงานของกังหันโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาใบกังหันและโครงสร้างไม่ให้เสียหาย หลังพายุสงบความเร็วลมกลับสู่ปกติจะเริ่มผลิตไฟฟ้าใหม่ได้อัตโนมัติ จากการทดลองเดินเครื่องมา 6 เดือน ผ่านพายุฤดูร้อนมาแล้ว กังหันทั้ง 84 ตัว สามารถทำงานได้ดี มีอายุการใช้ 15 ปี แต่ต้องบำรุงรักษาทุกปี ค่าใช้จ่ายประมาณล้านกว่าบาท ซึ่งคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับเงินค่าไฟที่ประหยัดได้ ส่วนระบบกังหันลมสามารถดูผลการทำงานและเก็บข้อมูลสภาพอากาศที่ฟาร์มกังหันได้อัตโนมัติด้วยระบบประมวลผลระยะไกล ทันสมัยด้วยระบบอินเทอร์เน็ต และซีซีทีวี

"ขณะนี้กำลังผลิตต้นละ 10 กิโลวัตต์ ในอนาคตต้องสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงขึ้น ในระยะที่สองจะขยายกำลังผลิต ติดตั้งกังหันต้นละ 50 กิโลวัตต์ หรือดำเนินโครงการในพื้นที่ติดชายฝั่งอื่นๆ ของท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นกรีนพอร์ต เราเน้นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเทศ เทคโนโลยีกังหันนี้ 80% ผลิตในไทย มี 20% ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งก็คือแม่เหล็ก ด้วยกฎหมายบ้านเราห้ามผลิตสินแร่นี้ โครงการนี้ทำให้เกิดการสร้างงานและกระจายเทคโนโลยีให้กับวิศวกรเครื่องกลไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมไม่ต่ำกว่า 100 คน มหาวิทยาลัยได้สร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในอนาคตด้วย" ผอ.ศูนย์วิจัยพลังงานลมกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ มทร.ธัญบุรีได้ออกแบบและสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้า จำนวน 20 ต้น กำลังผลิตต้นละ 5 กิโลวัตต์ให้กับโครงการพระราชดำริ 'ชั่งหัวมัน' จ.เพชรบุรี

เมื่อเทียบกับพลังงานชนิดอื่นแล้ว ดร.วิรชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า พลังงานลมเป็นพลังงานสะอาด เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้ทิ้งมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ยกเว้นในระยะ 50 เมตร ที่ติดตั้งจะมีเสียงหมุนของใบพัด แต่โครงการนี้ไม่ใช่ใบพัดขนาดใหญ่ ดังนั้น ปัญหาเสียงไม่เกินมาตรฐาน นอกจากนี้ การเลือกทำเลตั้งทุ่งกังหันลมที่เหมาะสมทำให้สามารถพัฒนาโครงการพลังงานนี้ต่อไปได้ ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ อยากให้รัฐลงมือและลงทุนส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนมากกว่านี้ โดยใช้โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าแหลมฉบังกรีนพอร์ตนี้เป็นต้นแบบใช้พัฒนาพลังงานลมได้ โดยไม่ต้องไปติดตั้งในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งหลงเหลือน้อยและยากต่อการฟื้นฟู.

ติดตั้งระบบกังหันลมผลิตไฟ ประโยชน์ที่จะเกิดต่อสิ่งแวดล้อม

เทียบข้อมูลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พบว่า เมื่อท่าเรือแหลมฉบังติดตั้งระบบกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปราศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีกำลังการผลิตที่เฉลี่ย 2.50 ล้านหน่วยไฟฟ้าต่อปี ในระยะสั้น และ 5.50 ล้านหน่วยไฟฟ้าต่อปีในระยะยาวดังกล่าว เท่ากับว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าโดยรวมของประเทศลง 1.36 ล้าน กก.คาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และ 3.00 ล้าน กก.คาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ในระยะสั้นและระยะยาวตามลำดับ อันจะเป็นการช่วยลดสภาวะโลกร้อน และพัฒนาไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เป็นการร่วมลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่ง.

Green Port ท่าเรือสีเขียวชั้นนาของโลก

สำหรับนโยบายการท่าเรือแห่งประเทศไทย เรื่องท่าเรือสีเขียวนั้น เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 ท่าเรือแหลมฉบังได้มีการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงกับท่าเรือชั้นนำของโลกอีก 4 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือทาโคมา ประเทศสหรัฐอเมริกา, ท่าเรือต้าเหลียน ประเทศจีน, ท่าเรืออินชอน ประเทศเกาหลี และท่าเรือคิตาคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประกาศพันธกิจร่วมกันที่จะร่วมพัฒนาท่าเรือของตนให้เป็น "Green Port" หรือท่าเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะมุ่งดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในเชิงอนุรักษ์ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้อย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมหรือ CSR การติดตั้งกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าของท่าเรือแหลมฉบังก็เป็นการเตรียมพร้อมสู่การเป็นท่าเรือสีเขียว และเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าทางทะเลในยุคเศรษฐกิจ

บรรยายใต้ภาพ
กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าจัดหาพลังงานทดแทนที่ท่าเรือแหลมฉบัง
ท่าเรือแหลมฉบังก้าวสู่การเป็นท่าเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Port)
กังหันทุกต้นเดินระบบผลิตไฟฟ้าได้ที่ความเร็วลมเพียง 2.5 เมตรต่อวินาที
เรือเอกสุทธินันท์ หัตถวงษ์
ดร.วิรชัย โรยนรินทร์
ทุ่งกังหันลม มีกังหัน 84 ต้น กำลังผลิตต้นละ 10 กิโลวัตต์
ประชาคมอาเซียน AEC.
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง