'กำนัน'ย้ำชัดต้านกกต.จัดเลือกตั้ง 20เม.ย.นัดเดินสีลม-เจริญกรุง

19 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินี ว่า คนในระบอบทักษิณ ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด ถ้าถูกตัดสินว่าผิดก็ด่าศาลว่าไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และยังเหิมเกริมเอาปืนไปยิงใส่ศาล ตำรวจไม่เคยจับได้ เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษไม่เคยผิด ไม่ต้องติดคุก...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์: อ่านเอาเรื่อง: นิลัมภรโจร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 23 เมษายน 2556 00:00:26 น.
ผักกาดหอม
lettuce_ch@hotmail.com

ฟังท่านทูตวีรชัย พลาศรัย แถลงข่าววานนี้ คนที่เละเป็นโจ๊กไม่ใช่ "เฒ่านัมฮง" แต่กลับเป็น "นพดล ปัทมะ" บุคคลที่ไม่น่าเชื่อว่าเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยมาก่อน

ตรวจสอบปฏิกิริยาหลังจบการแถลงต่อศาลโลกด้วยวาจา และทีมทนายเดินทางถึงไทยกันหน่อยครับ พบว่าบางคนบางฝ่ายอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นเพราะผลการกระทำในอดีตถูกประจานโดยสภาพบังคับในเวลานี้

มีเสียงโอดครวญว่า กลุ่มคนที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชา กลายเป็นกลุ่มที่แสดงความเป็นเจ้าของทีมทนายไทย

ผูกขาดความรัก "ท่านทูตวีรชัย" ไม่เว้นกระทั่ง "อลินา มิรอง" เอาไว้เพียงฝ่ายเดียว ไม่เผื่อแผ่ไปถึงเครือข่ายระบอบทักษิณ

ผมว่าไม่มีใครคิดแบบนั้นครับ!  ไม่ทราบว่าสื่อที่อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณนำเรื่องแบบนี้มาจากไหน แต่หากเกิดจากความรู้สึกแปลกแยกจากการต่อสู้กับความโลภของรัฐบาลฮุน เซน ที่กำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกับระบอบทักษิณ ผมว่ามันไร้สาระสิ้นดี

บุคคลหว่านพืชชนิดใด เขาย่อมได้ทานผลของพืชชนิดนั้น เป็นสัจธรรมที่เลี่ยงไม่ได้

และ "นพดล ปัทมะ" ก็เช่นกัน พยายามดิ้นแก้ตัวว่าทีมทนายความของไทยในศาลโลก เห็นว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี จึงนำไปใช้เป็นประเด็นต่อสู้ในศาล

การแถลงข่าวของ "ท่านทูตวีรชัย" ได้ไขข้อข้องใจในประเด็นนี้ สาระสำคัญคือ ทีมทนายไทยมิได้ยกมาเป็นประเด็นต่อสู้ในศาล แต่ฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่อ้างขึ้นมาใช้ประโยชน์ เพื่อให้เห็นว่าไทยยอมรับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จึงต้องชี้แจงให้ศาลเห็นว่าทางกัมพูชามิได้ยื่นจดทะเบียนโบราณสถานที่อยู่ฝั่งไทย ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ากัมพูชารู้ดีว่าผืนแผ่นดินของแต่ละฝ่ายอยู่ตรงไหน

และการที่ "ท่านทูตวีรชัย" ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเรื่องการถูกปลดโดย "นพดล ปัทมะ" ภาษานักการทูตเขาเรียกว่า "เคลียร์"

หันไปทางใต้ 28 เมษายน สรุปว่า ยังคงมีการตั้งโต๊ะแสดงปาหี่กับบีอาร์เอ็นและตัวแทนจากรัฐบาลมาเลเซีย

ไม่มีอะไรผิดคาดครับ เพราะการเลือกตั้งในมาเลเซียที่จะมีขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ พรรครัฐบาลคือพรรคอัมโน หวังไว้มากว่าจะสามารถแย่งที่นั่งพรรคฝ่ายค้านได้มากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน

ฐานที่มั่นของพรรคฝ่ายค้านมาเลซียกลับหัวกลับหางกับประเทศไทย นั่นคือรัฐที่ติดกับชายแดนไทย ซึ่งเป็นภาคเหนือของมาเลเซีย เช่น รัฐเกดะห์ หรือไทรบุรี และตรังกานู เป็นต้น

ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านมาเลเซียมีบุคคล 2 สัญชาติ เป็นหนึ่งในฐานเสียงสำคัญ การเข้ามาเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นของรัฐบาลมาเลเซียก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ก็คลายข้อข้องใจได้นะครับว่าทำไมการเจรจาเที่ยวนี้ถึงได้ตีปี๊บกันลั่นทุ่ง ทั้งที่การพูดคุยกันครั้งก่อนๆ แม้จะยังไม่สำเร็จ แต่ก็เป็นไปอย่างเงียบๆ เพราะฝ่ายไทยในอดีตตระหนักดีว่า หากคุยแบบเปิดเผยโดยตัวละครไม่ครบ รัฐไทยจะเป็นฝ่ายเสียมากกว่าได้

ครั้งนี้ต่อให้รัฐบาลมาเลเซียมีความจริงใจในการเป็นตัวกลาง แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าจุดประสงค์หลักของเขาคือการเลือกตั้ง

รัฐบาลทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ยอมตกเป็นเบี้ยล่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา มาเลเซีย ต่อไปอาจเป็นพม่า ก็มีอยู่เรื่องเดียวครับ มูมมาม.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง