"อภิสิทธิ์"เล็งเสนอทางออกประเทศให้บ้านเมืองเดินหน้า-เลือกตั้งเรียบร้อย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เตรียมจะทำข้อเสนอไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อแนวทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับว่าบ้านเมืองควรจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร โดยจะเป็นการนำข้อเสนอจากจุดร่วมของฝ่ายต่างๆ มาหาข้อยุติ ซึ่งโจทย์ที่สำคัญคือการทำบรรยากาศการแก้ปัญหาบ้านเมือง...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

สบน.แจงผลงานปรับโครงสร้างหนี้ภาครัฐ1.35แสนล.

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2556 00:00:32 น.

พระราม 6 * สบน.แจงผลการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐเดือน มี.ค.2556 ระบุคลังลุยปรับโครง สร้างหนี้ในประเทศแล้ว 1.35 แสนล้านบาท

น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำ นวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงผลการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐประจำเดือน มี.ค.2556 โดยในส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาล กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปรับโครง สร้างหนี้เงินกู้จำนวน 1.35 แสน ล้านบาท

แบ่งเป็น 1.การปรับโครง สร้างหนี้เงินกู้ที่ออกภายใต้ พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะฯ พ.ศ.2548 จำนวน 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้แบ่งเป็น การปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาล 9.9 หมื่นล้านบาท โดยการใช้เงินกู้ล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ 2 หมื่นล้านบาท การออกพันธบัตรชดเชยเงิน เฟ้อ 4 หมื่นล้านบาท การออกพันธบัตรรัฐบาล 2.8 หมื่นล้านบาท  และการกู้เงินระยะสั้น 1.1 หมื่นล้านบาท และ 2.การปรับโครงสร้างตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.68 หมื่นล้านบาท โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งจำนวน

การปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ที่ออกภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ระยะที่สอง (FIDF 3) ที่ครบกำ หนดจำนวน 1.96 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.การปรับโครง สร้างหนี้เงินกู้ระยะสั้น 1.24 หมื่นล้านบาท โดยการออกพันธ บัตรรัฐบาลทั้งจำนวน และ 2. การปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วสัญ ญาใช้เงิน 7.22 พันล้านบาท โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลทั้งจำนวน นอกจากนี้ ยังมีการออกพันธบัตรรัฐบาลอีก 1.18 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้คืน Premium  FIDF 1 และ  FIDF 3 ซึ่งยืมไปปรับโครงสร้างหนี้ในเดือน ก.พ.2556

ขณะที่การชำระหนี้ของรัฐบาลจากงบประมาณชำระหนี้ กระทรวงการคลังได้ใช้เงินงบประมาณชำระหนี้รวม 1.01 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นชำระหนี้ในประเทศ 1.01 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการชำระดอกเบี้ย 1.01 หมื่นล้านบาท และค่าธรรมเนียม 0.27 ล้านบาท, การชำระหนี้ต่างประเทศ 3.02 ล้านบาท โดยเป็นการชำระดอกเบี้ย 2.11 ล้านบาท และค่าธรรมเนียม 0.91 ล้านบาท

ส่วนการชำระหนี้ของรัฐ บาลจากแหล่งอื่น ได้แก่ การชำระหนี้ที่กู้ภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ (FIDF) โดยใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ 2 จำนวน 3 พันล้านบาท เพื่อชำระดอกเบี้ย โดยใช้เงินที่ได้รับจากเงินนำส่งของสถาบันการเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นอัตรา 0.46% ของยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยของบัญชีที่ได้รับการคุ้มครอง และยอดเงินที่ได้รับจากประชาชน.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง