ผู้แทนไทยได้รับการเลือกตั้งในองค์การระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ประชุมคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN Economic and Social Council – ECOSOC) ณ นครนิวยอร์ก ได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายวิโรจน์ สุ่มใหญ่ อดีตรองเลขาธิการสำนักงานอาหารและยา (อย.) ผู้สมัครจากประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (International...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

เลี้ยงผึ้งจิ๋วต่อยอดผลิตรังสร้างรายได้เสริม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 14 พฤษภาคม 2556 00:00:41 น.

นายวิสุทธิ์ ธนูอาจ เกษตรกรสวนผลไม้ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาท้องถิ่นคนจันทบุรี อยู่บ้านเลขที่ 8/2 ม.3 ต.วังแซม อ.มะขาม จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า เมื่อก่อนระบบนิเวศ ป่าไม้สมบูรณ์ แต่ระยะหลังป่าไม้ถูกทำลาย มีการพ่นสารเคมี ทำให้แมลงที่เป็นประโยชน์ในสิ่งแวดล้อมหมดไป เกษตรกรในพื้นที่จึงมีปัญหาเรื่องแมลงผสมเกสรถึงขั้นวิกฤติ จึงรวมตัวกันเอาองค์ความรู้ของแต่ละคนมาปะติดปะต่อเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในการเลี้ยงชันโรง จนมีการตั้งชื่อว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นคนจันท์ชันโรง

นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ขั้นตอนการเลี้ยงพยายามลอกเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด จะต้องมีใจรัก ศึกษานิสัย เปรียบเทียบว่าชอบอย่างไหน ไม่ชอบอย่างไหน อะไรคือศัตรู อะไรคือปัญหาอุปสรรค เมื่อเรารู้พฤติกรรมว่าเขาเป็นอย่างไร ก็ต้องเอาใจใส่ดูแลจึงจะประสบความสำเร็จ โดยชันโรง 1 รัง จะเก็บผลผลิตน้ำหวานได้เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน ได้ประมาณ 200 ซีซี ถ้าเลี้ยงไปนานเป็นปีก็จะเก็บได้ 3 ขวดกลม

ปัจจุบันตนเองเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์อยู่ 200 กล่อง และน้ำหวานเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากมีคุณภาพดี มีคุณค่าทางอาหาร และมีสรรพคุณทางยาสูง ราคาขายอยู่ที่ขวดละ 1-2 พันบาท ส่วนรังเพาะพันธุ์กล่องละ 1 พันบาท สามารถนำไปเลี้ยงได้ มีครบวงจร รายได้ต่อเดือน 3 หมื่นบาท

การเลี้ยงชันโรงไม่เน้นเป็นธุรกิจ เน้นเพื่อการผสมเกสรไม้ผลต่างๆ ส่วนน้ำหวาน ชันผึ้งต่างๆ เป็นผลพลอยได้ ที่ผ่านมาเกษตรกรได้มาเช่ารัง รังละ 30 บาทต่อวัน เพื่อให้ไปผสมเกสรไม้ผลตามสวนต่างๆ หากใครอยากเรียนรู้การเลี้ยงชันโรงก็ยินดีถ่ายทอดให้โดยไม่คิดมูลค่า

ด้านนายประแสร์ บุญจันทร์ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/1 ม.3 ต.วังแซม อ.มะขาม จ.จันทบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้หันมาเลี้ยงชันโรงหรือผึ้งจิ๋วกันจำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์สำคัญของการเลี้ยงก็คือ รังสำหรับให้ตัวอ่อน นางพญาตัวเต็มวัยได้อยู่อาศัย เป็นลังไม้ขนาด 30 คูณ 15 เซนติเมตร จึงผันตัวเองมาทำรังชันโรงจำหน่ายมา 5 ปีแล้ว

นายประแสร์กล่าวว่า เดิมเป็นช่างไม้ วันหนึ่งเพื่อนที่เลี้ยงชันโรงชวนไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี แล้วมาทำรังชันโรงจำหน่าย ซึ่งมีผู้สนใจมาสั่งทำตลอด เพราะราคาไม่แพงมากนัก และไม้ที่เหลือก็นำไปเผาทำเป็นถ่านได้อีกด้วย

นายประแสร์กล่าวว่า ไม้ที่นำมาทำเป็นรังชันโรงนั้นต้องเป็นไม้เนื้อแข็ง จึงเลือกใช้ไม้กระถิน หากเป็นไม้เนื้ออ่อนจะไม่ทนต่อการนำไปวางตามที่ต่างๆ ราคาก็มี 2 ขนาดคือ ขนาดใหญ่ 150 บาท ขนาดเล็ก 120 บาท วันหนึ่งผลิตได้ 10 รัง เนื่องจากทำกับภรรยาเพียง 2 คน โดยยอดสั่งซื้อจะมีในเดือนมกราคม-เมษายน เมื่อเข้าฤดูฝนยอดก็จะลดลง ผู้ที่สนใจจะเลี้ยงชันโรงติดต่อได้ที่ โทร.08-9987-6616.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง