ศอ.รส. จี้ กกต. รีบจัดเลือกตั้ง ส.ส. - ขู่ฟันผู้ขัดขวางเลือกตั้ง

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรีบกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ เพื่อตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) เผยหลังได้รับรายงานเกี่ยวกับการประชุมระหว่างให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง กับตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อหารือการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

เปิดรายละเอียดกองทุน ปปง.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2556 00:00:54 น.

หมายเหตุ : ส่วนสำคัญของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2556 ที่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนพิเศษ 58 ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2556"

ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3  ในระเบียบนี้"กองทุน" หมายความว่า กองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

"คณะกรรมการ ปปง." หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
"คณะกรรมการกองทุน" หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

"พนักงานกองทุน" หมายความว่า ผู้ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานในกองทุน

"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ข้อ 4 ให้ประธานกรรมการกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการกองทุนเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

หมวด 1 คณะกรรมการกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ข้อ 5  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการกองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน" ประกอบด้วย เลขาธิการ เป็นประธานกรรมการ รองเลขาธิการที่เลขาธิการมอบหมายหนึ่งคน เป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงาน ปปง. ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการ ปปง.แต่งตั้ง จำนวนไม่เกินสองคนเป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพย์สินเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการอีกไม่เกินสองคน

ข้อ 6  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้แต่งตั้งกรรม การผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

ข้อ 7  การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้คณะกรรมการ ปปง. แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในทางด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง กฎหมาย หรือสาขาใดสาขาหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกองทุน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(3) ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

(4) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นหรือข้าราชการการเมือง หรือกรรมการในรัฐวิสาหกิจ

(5) ไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือประกอบการใดๆ อันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ข้อ 8  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1) ตาย
(2) ลาออก

(3) คณะกรรมการ ปปง. มีมติให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง หรือบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง

(4) เป็นบุคคลล้มละลาย
(5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(7) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 7

ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างให้ผู้ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว

ข้อ 9  คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ปปง. เกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุน
(2) กำกับ ควบคุม และบริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบนี้
(3) กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และข้อบังคับในการปฏิบัติงานในกองทุน

(4) พิจารณารายงานผลการดำเนินงานประจำปีของกองทุน ราย งานงบดุล และรายงานการจ่ายเงินของกองทุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วที่สำนักงานเสนอ

(5) พิจารณากำหนดตำแหน่งและอัตราค่าจ้างพนักงานกองทุน

(6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือหรือพิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใด หรือมอบหมายให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร

(7) ดำเนินการด้านการเงินการคลังตามแนวทางของรัฐ
(8) ปฏิบัติงานอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์กองทุน

ข้อ 10  การประชุมคณะกรรมการกองทุนต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคณะกรรมการกองทุน ให้ประธานกรรมการเป็นประ ธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

หมวด 2 การรับเงินและทรัพย์สิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุน
ข้อ 11  กองทุน ประกอบด้วย
(1) ทรัพย์สินที่ให้นำส่งเข้ากองทุนตามมาตรา 51
(2) ทรัพย์สินที่เก็บรักษาซึ่งไม่มีการขอรับคืนตามมาตรา 49 และมาตรา 51/1
(3) ทรัพย์สินที่มีผู้ให้
(4) ทรัพย์สินที่ได้รับจากหน่วยงานของรัฐของไทยหรือของต่างประ เทศ
(5) ผลประโยชน์ที่เกิดจากทรัพย์สินตาม (1) (2) (3) และ (4)

ข้อ 12  ให้สำนักงานเปิดบัญชีเงินฝากของกองทุนไว้ที่กระทรวงการคลัง ชื่อบัญชี "กองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน"

เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานกองทุน ให้สำนักงานเปิดบัญชีออมทรัพย์ไว้กับธนาคารของรัฐหรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ชื่อบัญชี "รับ - กองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน" ภายในวงเงินและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ข้อ 13  การใช้จ่ายเงินกองทุนต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(1) สนับสนุนการดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดี การตรวจค้น การยึดหรืออายัด การบริหารจัดการทรัพย์สิน การแจ้งเบาะแส การคุ้มครองพยาน หรือการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมทั้งการสนับสนุนหน่วยงานอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนในการดำเนินการนั้น

(2) ส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เกี่ยวกับการเผยแพร่และการให้ข้อมูลข่าวสาร การประชุมหรือการจัดการศึกษาอบรม การร่วมมือทั้งในประเทศและระหว่างประ เทศ และการดำเนินการเพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

(3) ดำเนินกิจการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ข้อ 14  การจ่ายเงินจากกองทุนให้จ่ายได้สำหรับกรณีดังต่อไปนี้

(1) ค่าใช้จ่ายในการให้คืนเป็นเงินจากกองทุนเมื่อไม่อาจส่งคืนทรัพย์ สินแก่ผู้มาขอรับคืน ตามมาตรา 49 หรือมาตรา 51/1

(2) ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและการจัดการเกี่ยวกับกองทุนที่กำหนด ไว้ในระเบียบนี้

(3) ค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนอื่นซึ่งจำเป็นต้องจ่ายแก่หน่วยงาน บุคคล ภายนอก พนักงาน เจ้าหน้าที่ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้การดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

(4) ค่าใช้จ่ายเป็นค่าจ้างและสวัสดิการของพนักงานกองทุน

(5) ค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนตามข้อ 13 อัตราค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกองทุนประกาศกำหนด

ข้อ 15  หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินกองทุนตามข้อ 14 ให้ถือปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

หากกรณีใดไม่สามารถถือปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ข้อ 16  การอนุมัติจ่ายเงินกองทุนให้เป็นอำนาจของบุคคล ดังต่อไปนี้
(1) กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกองทุน สำหรับวงเงินไม่เกินห้าหมื่นบาท

(2) ประธานกรรมการกองทุน สำหรับวงเงินเกินห้าหมื่นบาท แต่ไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

(3) คณะกรรมการกองทุน สำหรับวงเงินเกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

ข้อ 17  การสั่งจ่ายเงินตามที่ได้มีการอนุมัติสั่งจ่ายตามข้อ 16 แล้วให้ดำเนินการจ่ายเป็นเช็ค หรือโดยวิธีการโอนเงินระหว่างบัญชีในระบบธนาคาร

การออกเช็คสั่งจ่ายให้เป็นไปตามเงื่อนไขในการเปิดบัญชีและการสั่งจ่ายเงินตามข้อ 18

ข้อ 18 การเปิดบัญชีและการสั่งจ่ายเงินในบัญชีตามข้อ 17 ให้ประกอบด้วยบุคคลที่มีอำนาจลงนามสองฝ่าย อย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคน ดังต่อไปนี้

(1) ฝ่ายที่หนึ่ง ได้แก่ เลขาธิการ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพย์สิน หรือผู้อำนวยการส่วนกองทุน

(2) ฝ่ายที่สอง ได้แก่ รองเลขาธิการ ผู้อำนวยการกองกลาง หรือหัวหน้ากลุ่มงานการคลัง เพื่อประโยชน์ในการสั่งจ่ายเงินจากบัญชีออมทรัพย์ตามข้อ 12 วรรคสอง ให้สำนักงานเปิดบัญชีกระแสรายวันกับธนาคารตามข้อ 12 วรรคสอง ชื่อบัญชี "จ่าย - กองทุน การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน" และในการจ่ายเงินให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ 17

ข้อ 19  ให้นำระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ.2543 มาใช้บังคับแก่การเก็บเงินและทรัพย์สินของกองทุนด้วยโดยอนุโลมหมวด 3 การบริหาร การจัดการ การจัดหาผลประโยชน์ การจำหน่าย

ทรัพย์สินและกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของกองทุน

ข้อ 20 ให้สำนักงานมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของกองทุนและมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) ปฏิบัติงานธุรการและฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกองทุน

(2) รับมอบและจัดเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุน การเบิกจ่ายเงินกองทุน รวมทั้งการวางระบบการจัดเก็บรักษาเงินและทรัพย์สินกองทุน

(3) จัดให้มีการจัดทำแผนการบริหาร การจัดการ การจัดหาผลประโยชน์ การจำหน่ายทรัพย์สินและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน รวมทั้งดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุนให้เกิดประโยชน์

(4) แต่งตั้งพนักงานกองทุน ตลอดจนกำหนดหน้าที่และควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานกองทุน

(5) จัดให้มีการตรวจสอบบัญชีรับและบัญชีจ่ายของกองทุน
(6) ประสานงานในการดำเนินงานกองทุนกับหน่วยงานอื่นหรือบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

(7) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือที่คณะกรรม การกองทุนหรือคณะกรรมการ ปปง.มอบหมาย

ข้อ 21  ในการจัดการหรือการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่เงินของกองทุนเหลืออยู่เป็นจำนวนมากเกินความจำ เป็นที่ต้องจ่ายตามปกติ ให้นำไปจัดหาผลประโยชน์โดยซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือนำฝากประจำตามระยะเวลา และในวงเงินที่คณะกรรมการกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

(2) ในกรณีที่เป็นทรัพย์สินกองทุน ให้นำระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.ศ.2543 ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ว่าด้วยการให้ผู้มีส่วนได้-เสียรับทรัพย์สินไปดูแลและใช้ประโยชน์ การนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด และการนำทรัพย์สินไปใช้เพื่อประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ.2543 และระเบียบอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัด ซึ่งคณะกรรมการ ปปง.ได้ออกไว้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(3) ลงทุนอย่างอื่น โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนและต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

หมวด 4 การบัญชี
ข้อ 22  ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ในแต่ละปีงบประมาณ ให้สำนักงานจัดทำประมาณการรายรับรายจ่ายประจำปีของกองทุน เสนอคณะกรรมการกองทุนพิจารณา ก่อนนำเสนอขออนุมัติกระทรวงการคลังภายในระยะเวลาที่กระทรวงการคลังกำหนด

ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและประมาณการรายรับ-รายจ่ายยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังให้ใช้ประมาณการรายรับรายจ่ายประจำปีที่ได้รับความเห็นชอบในปีที่ล่วงมาแล้วไปพลางก่อนได้โดยอนุมัติของคณะกรรมการกองทุน แล้วนำรายงานต่อคณะกรรมการ ปปง. เพื่อทราบ

(2) การบัญชีของกองทุนให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดทำบัญชีสำหรับหน่วยงานภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนดการปิดบัญชีให้กระทำปีละครั้ง โดยถือปีงบประมาณเป็นรอบปีบัญชี และให้จัดทำงบการเงินส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบและแสดงความเห็น ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นงวดบัญชี เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองแล้วให้ส่งงบการเงินดังกล่าวให้กรมบัญชีกลางทราบและรายงานให้คณะกรรมการกองทุน คณะกรรมการ ปปง. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อทราบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

(3) เพื่อประโยชน์ในการจัดทำงบการเงินในภาพรวมของหน่วยงาน และงบการเงินในภาพรวมของแผ่นดิน ให้สำนักงานจัดส่งข้อมูลทางบัญชี ของกองทุนเข้าสู่ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด

(4) ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการดำเนินงาน การเงิน การบัญชี และการพัสดุของกองทุน แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการกองทุนและคณะกรรมการ ปปง. ทราบอย่างน้อยปีละสองครั้งก่อนส่งกรมบัญชีกลาง.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง