สมเด็จองค์ปฐม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2556 00:00:37 น.
ประวิทย์ จำปาทอง

เพื่อน...ได้เอาหนังสือมาให้อ่านเล่มหนึ่งชื่อ "สมเด็จองค์ปฐม บรมจักรพรรดิ พุทธมหาราชา" ปกหน้าหลังสีเขียว ภาพด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธเจ้าที่ทรงเครื่องงดงามมาก เมื่อเปิดดูด้านในเล่มจึงทราบว่าเป็นหนังสือ "สมเด็จองค์ปฐม" ของวัดหนองหญ้าปล้อง จ.กาญจนบุรี

พระอาจารย์โนรี ปิยธัมโม เจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าปล้อง ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ท่านพูดไว้ในคำนำว่า

ข้าพเจ้าช่วงยังเดินธุดงค์อยู่ขณะนั้น เที่ยวไปจนถึงวัดช้างให้ หลวงปู่ทวด จ.ปัตตานี แล้วเดินกลับมาถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอนนั้นทำสมาธิกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก พุทโธๆ เดินมาเรื่อยๆ พอมาถึงจังหวัดประจวบฯ แถวหน้าวัดหนองบัวซึ่งมีป่าไผ่จำนวนมาก วัดนั้นดูเหมือนจะเป็นสาขาวัดสังฆทาน ของพระอาจารย์สนอง กตปุญโญ จ.นนทบุรี เดินมาเรื่อยๆ สักพักหนึ่ง

มีเสียงพูดให้ได้ยิน! บอกว่า ให้ไป จ.อุทัยธานีจะได้ดี เสียงพูดแต่ไม่ทราบว่าเป็นเสียงใคร?

มาพูดมาบอกก็จำไว้ ให้ไปอุทัยธานีจึงจะได้ดี เมื่อเดินทางกลับมาที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เป็นวัดที่อยู่ใกล้โยมพ่อโยมแม่ ก็พักอยู่ที่นั่น จนกระทั่งใกล้ๆ จะเข้าพรรษา ปี 2531 มีเพื่อนที่เป็นฆราวาสนำเทปธรรมะของหลวงพ่อฤษีลิงดำ เทปมโนมยิทธิ และเทปอานาปานฯ นำมาให้ฟัง และหนังสือธรรมะ มีหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน ข้าพเจ้าอ่านแล้วก็ชอบใจ อ่านรวดเดียวจบ ชอบเรื่องที่หลวงพ่อท่านสอนมาก เรื่องผี เทวดา เรื่องนรก สวรรค์ ท่านสอนให้พิสูจน์ว่าเทวดานางฟ้ามีจริง นรกสวรรค์มีจริง

ข้าพเจ้าฝึกกัมมัฏฐานภาวนามา บางสิ่งบางอย่างก็ได้รู้ได้เห็นมาบ้าง ตรงกับที่หลวงพ่อเขียนไว้ในหนังสือประวัติหลวงพ่อปาน ทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเคารพนับถือหลวงพ่อวัดท่าซุงเป็นอย่างมาก พอถึงปี 2531 ก็ไปหาหลวงพ่อ ไปฝึกมโน   ยิทธิที่วัดท่าซุง ที่วัดมีงานก่อสร้างก็จะช่วยทำ เวลาทำงานก็นั่งสมาธิไปด้วย

มาอยู่วัดหนองหญ้าปล้องวันที่ 24 กรกฎาคม

2555 ก็คิดจัดการหล่อรูปองค์ปฐม หล่อรูปหลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤษีลิงดำ ฯลฯ ไว้ที่วัด เพื่อเป็นที่สักการบูชา และเป็นการตอบแทนผู้มีพระคุณที่ไปตามข้าพเจ้ามาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเป็นท่านผู้ใดที่ตามให้ไป จ.อุทัยธานี แล้วบอกว่าจะได้ดี

สร้าง "สมเด็จองค์ปฐม" ที่หน้าลานวัด หน้าตักกว้าง 10 วา 1 ศอก 8 นิ้ว ความสูง 16 วา คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง 13 ล้านบาท

พระพุทธเจ้าจริงๆ ที่มีความลำบากมากคือ "องค์ต้น" เพราะไม่เคยมีพระพุทธเจ้าเป็นครูมาก่อน ต้องลำบากบุกมาทั้งๆ ที่ไม่มีแบบ เป็นเหตุดลใจให้ตั้งใจคิด จะเป็นพระพุทธเจ้าต้องใช้ เวลาถึง 40 อสงไขยกัป เศษ จึงจะได้บรรลุอภิ เษกสัมมาสัมโพธิญาณ

ถ้าจะถามว่า รู้เรื่องพระพุทธเจ้าองค์ปฐมได้อย่างไร? ท่านฤษีลิงดำก็ตอบว่า ถามท่านซิ!

"พูดอย่างนี้เป็นคนบ้าหรือคนดี บางท่านจะบอกว่าพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว มีสภาพสูญ จะไปคุยกับท่านได้อย่างไร"

"ต้องเป็นคนสูญเหมือนกัน ก็ท่านสูญไปแล้ว เราก็สูญบ้าง ถ้าสูญกับสูญเราพบกัน ก็ต้องเป็นสองสูญ สองสูญมีสภาพกลมเหมือนกัน แต่โตเล็กต่างกันเท่านั้น"

"เมื่อสูญต่อสูญคุยกันก็รู้เรื่องกัน ถ้าท่านสูญ เรายังไม่สูญ เราก็คุยกับท่านไม่ได้! ท่านฤษีพูด

"อาตมาเป็นคนสูญ 1.สูญจากความเป็นหนุ่ม 2.สูญจากความเป็นคนปกติ มีอาการป่วยไข้ ไม่สบายเป็นปกติ 3.สูญจากความเป็นคนที่คิดว่าไม่สูญ นั่นคือความหวัง มีอย่างเดียวคิดว่าเราจะต้องตาย"

"ก่อนจะตาย ก็จะทำทิ้งทวนเฉพาะสมเด็จองค์ปฐม จะสร้างวิมานให้เหมือนวิมานของท่าน เพราะวิมานของท่านสวยมาก"

ถ้าจะถามว่ารู้ได้อย่างไร ก็ต้องตอบตามเดิมว่า คนสูญก็รู้อย่างคนสูญ ที่เขาบอกว่านิพพานมีสภาพสูญ อาตมาขอย้อนว่า นิพพานมีสภาพไม่สูญ นิพพานจะสูญไปจากความชั่ว จะทรงไว้แต่ความดี ถ้าหากจะมีคนคิดค้านว่า ตายแล้วมีสภาพสูญก็ต้องตอบว่า เป็นเรื่องของท่านต่างคนต่างรู้  ต่างคนต่างมีความเห็น จะเหมือนกันไม่ได้

ถ้าหากนิพพานมีสภาพสูญจริงๆ ทำไมสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงกล่าวอ้างว่า พระพุทธเจ้าองค์นั้น พระพุทธเจ้าองค์นี้ อย่างคำว่า

- ท่านทั้งหลาย จงอย่าทำความชั่วทุกอย่าง - จงทำแต่ความดี - จงทำใจให้ผ่องใสจากกิเลส เอตัง พุทธานะ สาสะนัง พระพุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด

พระพุทธเจ้าท่านรู้ได้ยังไง ถ้านิพพานมีความสูญ ทำไมจึงจะรู้ว่าพระพุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด ก็แสดงว่า

"นิพพานมีสภาพไม่สูญ เฉพาะของคนไม่
สูญ นิพพานมีสถานะสูญเฉพาะของคนที่สูญจากนิพพาน!"

สมเด็จองค์ปฐมทรงพระนามว่า "สมเด็จพระพุทธสิกขี" พระองค์จึงทรงเป็นต้นพระวงศ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ จึงสมควรยกย่องพระพุทธองค์ว่าทรงเป็น "สมเด็จองค์ปฐมบรมครู" อย่างแท้จริง

ผู้ถาม "หลวงพ่อครับ การหล่อองค์ปฐมด้วยทองคำนี้ อานิสงส์จะเหมือนกับหล่อพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันหรือว่าจะแตกต่างกันอย่างไรครับ ถ้าเป็นทองคำเหมือนกัน"

หลวงพ่อ "มีอานิสงส์เหมือนกัน แต่ว่าต่างกันอยู่นิดหนึ่ง ที่ไปนิพพานเร็ว! ไปนิพพานเร็วมาก เพราะเขาเข้าบัญชีสีทอง ไม่ใช่ตัวทอง บัญชีทั้งเล่มเป็นทอง ลงบัญชีเล่มนั้น"

ผมเองพอรู้ว่าพระองค์ที่สร้างสมเด็จองค์ปฐม อยู่ที่วัดหนองหญ้าปล้อง จ.กาญจน์ ก็ร้องอ๋อทันที เพราะวัดนี้อยู่ทางผ่านที่จะไปวัดหลวงพ่อเต้ วัดพุน้ำร้อน ถ้าเราขับรถจาก อ.ด่านมะขามเตี้ยเข้าไป จะถึงวัดหนองหญ้าปล้องก็ประมาณ 14 กม.เท่านั้น เคยขับรถเข้าไปคนเดียว ภายในวัด

ดูแล้ว เพราะสนใจทำไมจึงสร้างพระพุทธรูปได้ใหญ่ขนาดนี้ แต่ไม่รู้ว่านี่คือ "สมเด็จองค์ปฐม!"

ขับรถไปยังวัดหนองหญ้าปล้อง ตั้งแต่เช้ารอท่านอาจารย์โนรี ปิยธัมโม เจ้าอาวาสท่านไปทำพิธีที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ผมรอท่านจนถึงบ่าย 2 โมงก็กลับบ้านราชบุรี

อีก 2 วันไปใหม่ เพราะอยากจะคุยกับท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นศิษย์ท่านฤษีลิงดำ วัดท่าซุงโดยตรง จะได้พบท่านก็บ่าย มีญาติโยม ส่วนใหญ่จะเป็นหญิง 6-7 คน นั่งคุยอยู่ก่อนแล้วในกุฏิ มาจากกรุงเทพฯ และกาญจน์ฯ ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องปัญหาชีวิต แล้วให้อาจารย์รดน้ำมนต์ให้

คุยกันนานกับพวกโยมๆ ท่านเห็นว่าวัดยังมีงานก่อสร้างอีกมากมาย พระและคนงานก็กำลังทำอยู่ ท่านก็เลยปลีกตัวไปดูงาน

โอกาสจะพูดคุยกับท่านจึงไม่มี แต่อาศัยท่านคุยกับโยมๆ ผมก็เก็บคำเอามา
"คนจะรวยแค่ไหน ยังไม่เคารพพ่อแม่ ยังไม่เลิก จะถือว่าเป็นคนดียังไม่ได้" ท่านพูด

ดูท่านมองผมเหมือนกับจะพูดว่า เราไม่ต้องมาคุยกันแล้ว รู้กันแล้ว ท่านได้แต่ยิ้ม อารมณ์ดี เกิดปีจอ อายุ 55 ปีเท่านั้น เป็นคนเกิดแถวตะคร้ำเอน จ.กาญจนบุรี เป็นพระที่สร้างบารมีมาพอสมควร จิตจึงเป็นสุขตลอดเวลา

พูดถึงท่านหลวงพ่อฤษีลิงดำ ผมมีเรื่องส่วนตัวอยากจะเล่าสู่กันฟัง อาจจะเป็นแง่คิดในการปฏิบัติธรรมได้บ้าง

ตอนผมนั่งสมาธิได้ใหม่ๆ นั้น เป็นปี พ.ศ. 2518 ตอนนั้นอายุ 47 ปี พอได้สมาธิและเห็น ธรรม! ผมก็ขวนขวายเร่งหาธรรมทันที 1.โดยการ ปฏิบัตินั่งทุกวัน 2.อ่านหนังสือธรรมะ 3.หาครู อาจารย์ผู้ปฏิบัติตามวัดเพื่อไม่ให้ตนหลงทางธรรม

หนังสือที่อ่านก็นึกว่า ธรรมะก็ต้องธรรมวิทยาศาสตร์ซี จึงซื้อหนังสือพุทธทาสอ่านมาก มาย ศึกษาค้นคว้าไป เล่มปกแข็งสีดำนั่นแหละ ระยะนั้นอาจารย์ผู้โด่งดังอีกท่านหนึ่งก็คือท่านฤษีลิงดำนี่แหละ ก็ซื้อมาด้วย

ท่านฤษีลิงดำ วัดท่าซุง เขียนหนังสือสนุก! เอ๊ ธรรมะอย่างนี้หรือ? ก็คิดไปเรื่อยตามประสานคนอ่อนธรรม คือเพิ่งจะรู้จักธรรมเบื้องต้นเท่านั้น

บังเอิญระยะนั้น หนังจีนช่อง 3 เรื่องหนึ่งจำได้สนุกมากคือ "กระบี่ไร้เทียมทาน" พระเอกคือฮุ้นปวยเอี๊ยง ก็เลยคิดไปว่าธรรมะท่านฤษีลิงดำ เข้าตำราธรรมะฮุ้นปุยเอี๊ยง ประเภทหนังจีนกระมัง บอกตรงๆ ผมเลยไม่สนใจท่าน เพราะเป็นธรรมมีฤทธิ์ ผมไม่เข้าใจ?

ธรรมะต้องเป็นธรรมวิทยาศาสตร์ซี ธรรมมีฤทธิ์คงไม่ใช่! คิดอยู่อย่างนั้นมาตลอด เลยไม่รู้จักท่านฤษีลิงดำ

วันคืนผ่านไป ผมไม่เคยหยุดเรื่องธรรม นั่งสมาธิไม่เคยขาด สัมผัสพระอาจารย์ปฏิบัติธรรมมามากพอสมควร ผ่านทั้งฤทธิ์และวิทยาศาสตร์ธรรมมา แล้ววันหนึ่งก็หวนมาจับหนังสือที่ท่านอาจารย์ฤษีลิงดำเขียนอีก

ท่านเข้าใจ ความละเอียด และลึกซึ้งมาก! พูดเรื่องยากเป็นเรื่องง่ายและชัดเจนในธรรม

ท่านฤษีลิงดำเป็นผู้เปิด "สมเด็จองค์ปฐม" ให้ผู้ปฏิบัติได้รู้จัก พระพุทธเจ้าไม่ใช่มีองค์เดียว แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้ามีมาแล้วเป็นแสนๆ องค์! และท่านเป็นผู้ได้สัมผัสสมเด็จองค์ปฐมกับจิตตนเองด้วย

ธรรมที่แท้คือธรรมเหนือฤทธิ์ เหนือวิทยาศาสตร์ครับ.
ADVERTISEMENT