บึ้มสังเวย'5ทหารพราน'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556 00:00:17 น.

ปัตตานี * สลดโจรใต้บึ้มทหารพรานดับ 5 ระหว่างนำอาหารไปเยี่ยมชาวบ้านพื้นที่สีแดง คาดฝีมือแนวร่วมความคิดสุดโต่ง ด้านตำรวจรือเสาะบุกรวบอาร์เคเคระดับปฏิบัติการ พบมีหมายจับคดีมั่นคงอื้อ ศอ.บต.เดิน หน้า "ปัตตานีจายา" เมืองใหม่ในอุดมคติ หวังสร้างความเป็นอยู่ที่ดีชาว 3 จว.ใต้

ที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันศุกร์ เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.จิรเศรษฐ์ ดาวเงินตระกูล ผกก.สภ. สายบุรี จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนถนนในหมู่บ้าน สาย 1050 ม.4 บ้านสะบือแร ต.บือเระ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จึงรุดไปที่เกิดเหตุ  พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร 60 นาย

เมื่อไปถึงชุดเก็บกู้ได้เข้าไปเก็บกู้ในพื้นที่เกิดเหตุก่อน  พร้อมตัดสัญญาณทุกชนิด เพราะเป็นพื้นที่สีแดง และสองข้างเป็นป่าสวนยาง เกรงว่าคนร้ายจะวางระเบิดลูกที่ สอง   ตรวจสอบพบกลางถนนเป็นหลุมระเบิด กว้าง 3 เมตร ลึก 1 เมตร และพบชิ้นส่วนระเบิด สะเก็ดระเบิด กระจัดกระจายไปทั่วรัศมี 100 เมตร และพบสายไฟเพื่อเชื่อมแบตเตอรี่จุดชนวนระเบิดลากเข้าไปในป่าสวนยางยาว 70 เมตร นอกจากนั้นห่างประ มาณ 50 เมตร พบรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศศ 8965 กทม. สภาพรถหงายท้องถูกแรงอัดระเบิดใต้ท้องรถยุบ ชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายพังทั้งคัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนยังพบ อาวุธปืน เสื้อเกราะ หมวกของทหารพราน และพบทหารพราน 4 นายเสียชีวิต กระ เด็นออกห่างจากที่เกิดเหตุ 100 เมตร คือ จ.ส.อ.ชยะพล เมืองแก้ว อายุ 52 ปี, ส.อ. มงคล พลภักดี อายุ 35 ปี,อส.ทพ.อนุชา วงศ์สวัสดิ์ อายุ 35 ปี และ อส.ทพ.พิชพล สระทองแอ่น อายุ 25 ปี สภาพศพถูกสะเก็ดระเบิดทั้งร่างกาย คอหัก แขนขาหัก

นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 นาย ทราบชื่อคือ  ร.อ.สุบิน พวงมณี อายุ 54 ปี และ อส.ทพ.รณชิต ชาวงศ์ อายุ 36 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวและถูกแรงอัดระเบิดอย่างแรง อาการสาหัส ส่งพักรักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลปัตตานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.อ.สุบิน พวงมณี ซึ่งอาการสาหัสทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย ส่วน อส.ทพ.รณชิต ชาววงศ์ แพทย์ได้ทำการรักษาเบื้องต้นก่อนส่งต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า ทหารพรานที่เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าวเป็นทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4204 กรมทหารพรานที่ 42  มี ร.อ.สุบินเป็นคนขับ พร้อมลูกน้องรวม 6 นาย ใช้รถยนต์ดังกล่าวนำกาแฟ ขนมปัง เพื่อไปเยี่ยมชาวบ้านในหมู่บ้าน สร้างความสัมพันธ์ในพื้นที่

เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยวและสองข้างทางเป็นป่าสวนยาง คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถึงดับเพลิง น้ำหนักประมาณ 20 กก. ขุดฝังไว้ใต้ท้องถนน และลากสายไฟยาว 70 เมตร พร้อมแบตเตอรี่ ตัวจุดชนวน ในป่าสวนยางไว้ก่อนแล้ว เมื่อชุดดังกล่าวมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายจึงจุดชนวนระเบิดถูกกลางรถพอดี แรงอัดระเบิดทำให้รถและผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บกระเด็นตกคนละทิศคนละทาง

หลังเกิดเหตุกำลังตำรวจและทหารพรานเข้าปิดล้อมในพื้นที่ และทำการตรวจค้นในหมู่บ้าน แต่ไม่พบเป้าหมาย   ส่วนผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เชื่อว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมที่มีความคิดสุดโต่งสร้างสถานการณ์ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีแนวร่วมหลายคน และเป็นพื้นที่สีแดง มีแนวร่วมเคลื่อนไหวอยู่บ่อยครั้ง

พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และ พล.ต.ธวัช สุกปลั่ง ผบ.ฉก.ปัตตานี สั่งระดมกำลังกว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจพื้นที่เกิดเหตุทันที เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นแนวร่วมในพื้นที่ อีกทั้งก่อนหน้านี้เคยมีการข่าวแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายเตรียมการเพื่อลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ใน อ.สายบุรี เพื่อสร้างสถานการณ์ สำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 5 นาย ขณะนี้ยังอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี เพื่อรอทำพิธีรดน้ำศพ

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 1 นาย ว่ากองทัพบกขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และขอยกย่องสดุดีวีรบุรุษทั้ง 5 นาย ต่อการทำหน้าที่อย่างสมเกียรติ ในการดูแลประชาชนไปประกอบศาสนกิจงานบุญเนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชา ผู้ที่กระทำได้ทำลายความหวังและโอกาสของประชาชนที่ต้องการทำบุญ

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ถือเป็นบุคคลที่ไม่มีศาสนา ไม่มีอุดมการณ์แท้จริง มีแต่ความโหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีความเข้มแข็ง พร้อมและมุ่งมั่นต่อการทำหน้าที่ ไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใดๆ และจะไม่เพลี่ยงพล้ำด้วยการถูกล่อลวงให้ใช้ความรุนแรงตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามเป็นอันขาด

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชา การทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายได้เพิ่มความเข้มงวด และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้เป้าหมายอ่อนแอและบุคลากรทางการศึกษา แต่ ก็เตือนไม่ให้ละเลยความปลอดภัยให้กับตนเอง หรือที่ตั้งหน่วยด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ภารกิจในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั้งเชิงรุกหรือเชิงรับก็ตาม ถ้าจะให้ได้ผล 100% ต้องอาศัยความร่วมมือของคนในพื้นที่หรือเครื่องมือ อย่างเช่นกล้องซีซีทีวีของทั้งฝ่ายรัฐและเอกชน เพราะจำนวนพื้นที่ หากประชาชนพบสิ่งผิดปกติหรือสิ่งต้องสงสัย การเคลื่อนไหวของคนแปลกหน้าในพื้น ที่ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่" รองโฆษก ทบ.ระบุ

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ทำงานเชิงรุกจนจับคนร้ายได้หลายคน เช่น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จับผู้ต้องหามีหมายจับ 5 หมาย ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้ 1 คน, ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ปิดล้อมตรวจค้นได้ปืนกลอูซีมา 1 กระบอก เห็นได้ว่ามาตรการเชิงรุกค่อนข้างกดดันฝ่ายตรงข้ามได้เยอะ ทำให้เขาต้องพยายามหาทางต่อสู้เจ้าหน้าที่อยู่ตลอด ส่วนเรื่องกรณีหน่วยงานความมั่นคงแจ้งเตือนเตือนว่าจะ มีรถยนต์ 5 คันเตรียมก่อเหตุคาร์บอมบ์ใน จ.ปัตตานี-ยะลานั้น จากข่าวดังกล่าวเจ้าหน้า ที่ได้ติดตามจากข้อมูลรถยนต์ในพื้นที่ที่ถูกขโมยช่วงที่ผ่านมา และมีมาตรการเฝ้าระวังรถยนต์ในพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆ

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 04.00 น. พ.ท.สถิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 และ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.รือเสาะ ร่วมสนธิกำลัง 50 นาย ใช้กฎอัยศึกบุกตรวจ ค้นบ้านพักเลขที่ 41/3 หมู่ 7 ต.บาตง อ.รือ เสาะ จ.นราธิวาส หลังสืบทราบว่ามีกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเคแฝงตัวมาพบภรรยาที่บ้านพักหลังดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันโอบล้อมบ้าน ก่อนจะแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจค้น และสามารถจับกุมตัวนายรอนิง รอฮิง อายุ 30 ปี แกนนำระดับปฏิบัติของกองกำลังติดอาวุธอาร์เคเค และผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย คือ นายอับดุลกอเดร์ วอมะ อายุ 37 ปี ส่วนอีก 1 คนคาดว่าน่าจะเป็นนายอับดุลรอฮิง ดาฮีซอ แกนนำระดับสั่งการ สามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ พร้อมยึดรถ จยย. จำนวน 3 คัน คือ 1.รถ จยย.ยี่ห้อซูซูกิ สีทอง ทะเบียน กพว-542 ยะลา 2.รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ขทม-798 นราธิวาส และ 3.รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า สีดำเขียว ทะเบียน กกก-322 นราธิวาส

โดยนายรอนิง รอฮิง มีหมายจับ ป.วิอาญา ในคดีความมั่นคงจำนวน 5 หมาย และหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 1 หมาย ซึ่งก่อเหตุในพื้นที่ อ.รือเสาะ อาทิ 1.หมายจับ ของศาล จ.นราธิวาส ที่ จ.1045/49 ลงวันที่ 15 ก.ย.2549 ในคดีร่วมกันฆ่า ด.ต.สามารถ อินทมะโน หน.ชุด รปภ.ครูเสียชีวิตเหตุเกิดภายในที่ทำการ อบต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส วันที่ 16 ก.พ.2549 และ 2.หมาย จับของ ศาล จ.นราธิวาส ที่ จ.104/53 ลงวันที่ 10 มี.ค.2553 ในคดีร่วมกันฆ่าและตัดศีรษะเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทาง สังกัดร้อย ร.1111 ฉก.นราธิวาส 30 เสียชีวิต 2 นาย คือ 1.ส.อ. นักรบ สมมูลนา และ 2.พลฯ สุริยา กงซุย เหตุเกิดในพื้นที่บ้านไอร์จือนะ หมู่ 5 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส วันที่ 16 ก.พ.2553

ที่สำนักงานสนามโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลปัตตานีจายา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะหน่วยงานที่ปรึกษาของโครงการมะดีนะตุสลาม หรือปัตตานีจายา ได้ร่วมหารือกับ ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา, นายซาฟีอี บารู ประธานโครงการมะดีนะตุสลาม, นพ.อนันตชัย ไทยประทาน ประธานมูลนิธิการแพทย์และสาธารณกุศล ผู้ริเริ่มจัดตั้งโรงพยาบาลมุสลิมแห่งแรกของประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงแนว คิดที่จะพัฒนาให้เกิดประสิทธิผลอย่างยั่ง ยืน ณ บริเวณริมถนนสายที่ 42 ปัตตานีนราธิวาส ตำบลบานา อำเภอเมืองฯ จังหวัดปัตตานี บนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยอิส ลามยะลาร่วมกับสมาคมแพทย์พระจันทร์เสี้ยว เครือข่ายสหกรณ์อิสลามภาคใต้ ริเริ่มจัดตั้งโครงการมะดีนะตุสลาม หรือปัตตานี จายา ใจกลางเมืองปัตตานี ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา คือการสร้างมหาวิทยาลัย ด้านการแพทย์สาธารณสุข โดยการสร้างโรงพยาบาล ด้านเศรษฐกิจ โดยการสร้างศูนย์การค้า ด้าน ศาสนาและจริยธรรม โดยการสร้างมัสยิด และด้านสภาพแวดล้อมที่ดี โดยการสร้างหมู่บ้านจัดสรร รวมถึงด้านสวัสดิการสังคม โดยเป็นแบบอย่างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ รวมทั้งเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาวิถีชีวิตผู้คน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน.

บรรยายใต้ภาพ

สภาพหลุมระเบิดและรถกระบะของกองร้อยทหารพรานที่ 4204 ซึ่งหงายท้องจากแรงระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ใต้ถนนในหมู่บ้านสะบือแร อ.สายบุรี ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง