ปชป.ไม่ลงเลือกตั้งหากไม่ยุติใช้ความรุนแรง,"อภิสิทธิ์-ชำนิ"ไปถกกับ กกต.

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เชิญพรรคการเมืองร่วมหารือในวันที่ 22 เม.ย.นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ และนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคฯ จะเข้าร่วมหารือในเวทีดังกล่าว เพราะถือเป็นการให้ความร่วมมือในการแสวงหาทางออกร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์: กฎหมายวาไรตี้: 'ลาภมิควรได้'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2556 00:00:28 น.
โดย ช.ช้างหัวหน้า

บ่อเกิดแห่งหนี้ที่จะทำให้บุคคลมีสิทธิ์เรียกร้องต่อกัน ในทางกฎหมายมีอยู่ 2 ประการ ได้แก่ นิติกรรมสัญญา ซึ่งเกิดจากคู่กรณีสมัครใจผูกนิติสัมพันธ์ต่อกัน และ นิติเหตุ ซึ่งเกิดจากกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้บุคคลใดต้องรับผิดใช้หนี้ และหนึ่งในนิติเหตุนั้นได้แก่ ลาภมิควรได้

ลาภมิควรได้ คือ การที่บุคคลหนึ่งได้ทรัพย์สิ่งใดจากบุคคลอื่นโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้บุคคลอื่นเสียเปรียบ บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องคืนทรัพย์ดังกล่าวแก่เจ้าของ เช่น นายเหลืองชำระหนี้เงินที่กู้ยืมนายแดงแก่นายดำ โดยเข้าใจว่านายดำเป็นนายแดง ดังนี้ นายดำต้องคืนเงินที่นายเหลืองชำระหนี้ผิดคนนั้นคืนแก่นายเหลือง หรือ กรณีที่คู่กรณีทำสัญญาต่อกันแล้วต่อมาสัญญาตกเป็นโมฆะ ผู้รับชำระหนี้ทรัพย์สิ่งใดจากอีกฝ่ายหนึ่งมาแล้วจำต้องคืนทรัพย์สิ่งนั้นแก่ผู้ชำระหนี้ เพราะไม่อาจจะอ้างหนี้ตามสัญญาได้แล้ว เป็นต้น

ผลในทางกฎหมายของลาภมิควรได้เมื่อบุคคลใดได้ทรัพย์สิ่งใดมาอันเป็นลักษณะลาภมิควรได้ บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องคืนทรัพย์แก่เจ้าของ แต่การคืนทรัพย์ให้เพียงใดกฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ ดังนี้

1.ถ้าทรัพย์สินซึ่งได้รับไว้เป็นลาภมิควรได้นั้นเป็นเงิน จำนวนหนึ่ง ต้องคืนเต็มจำนวนนั้น เว้นแต่เมื่อบุคคลได้รับไว้โดยสุจริต จึงต้องคืนลาภมิควรได้เพียงส่วนที่ยังมีอยู่ในขณะเมื่อเรียกคืน

2.เมื่อทรัพย์สินอันจะต้องคืนนั้นเป็นอย่างอื่นนอกจาก  จำนวนเงิน และบุคคลได้รับไว้โดยสุจริต บุคคลเช่นนั้นจำต้องคืนทรัพย์สินเพียงตามสภาพที่เป็นอยู่ และมิต้องรับผิดชอบในการที่ทรัพย์นั้นสูญหายหรือบุบสลาย แต่ถ้าได้อะไรมาเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อการสูญหายหรือบุบสลายเช่นนั้นก็ต้องให้ไปด้วย

แต่ถ้าบุคคลได้รับทรัพย์สินไว้โดยทุจริต จะต้องรับผิดชอบในการสูญหายหรือบุบสลายนั้นเต็มภูมิ แม้กระทั่งการสูญหายหรือบุบสลายจะเกิดเพราะเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไร ทรัพย์สินนั้นก็คงต้องสูญหายหรือบุบสลายอยู่นั่นเอง

3.ถ้าการคืนทรัพย์ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะสภาพแห่งทรัพย์สินที่ได้รับไว้นั้นเอง หรือเพราะเหตุอย่างอื่น และบุคคลได้รับทรัพย์สินไว้โดยสุจริต บุคคลเช่นนั้นจำต้องคืนลาภมิควรได้เพียงส่วนที่ยังมีอยู่ในขณะเมื่อเรียกคืน

แต่ถ้าบุคคลได้รับทรัพย์สินนั้นไว้โดยทุจริต จะต้องใช้ราคาทรัพย์สินนั้นเต็มจำนวน

4.บุคคลผู้ได้รับทรัพย์สินไว้โดยสุจริต ย่อมจะได้ดอกผลอันเกิดแต่ทรัพย์สินนั้นตลอดเวลาที่ยังคงสุจริตอยู่ ถ้าผู้ที่ได้รับไว้จะต้องคืนทรัพย์สินนั้นเมื่อใด ให้ถือว่าผู้นั้นตกอยู่ในฐานะทุจริตจำเดิมแต่เวลาที่เรียกคืนนั้น ส่วนผู้ได้รับทรัพย์สินมาโดยทุจริต ไม่มีสิทธิ์จะได้ดอกผลจากทรัพย์สินนั้น

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นที่ผู้ที่ได้รับทรัพย์สินอันเป็นลาภมิควรได้ไว้ไม่ต้องคืนทรัพย์ในกรณีดังต่อไปนี้

1.ผู้ชำระหนี้ตามอำเภอใจโดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูก พันที่จะต้องชำระ
2.ผู้ชำระหนี้อันมีเงื่อนเวลาบังคับ เมื่อก่อนถึงกำหนดเวลานั้น

3.ผู้ชำระหนี้อันเป็นหนี้ขาดอายุความแล้ว 4.ผู้ชำระหนี้ตามหน้าที่ศีลธรรม หรือตามควรแก่อัธยาศัยในสมาคม เช่น นายเหลืองซื้อของขวัญมอบให้แก่เพื่อนเข้าใจว่าเป็นงานวันเกิด ภายหลังให้ของขวัญแล้วจึงทราบว่าไม่ใช่งานวันเกิด แต่เป็นงานบวชลูกชายเพื่อน ดังนี้นายเหลืองจะเรียกคืนของขวัญนั้นไม่ได้ เป็นต้น

5.ผู้ชำระหนี้ที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี เช่น ชำระหนี้การพนัน ชำหนี้ค่ายาเสพติด ชำระหนี้ค่าวิ่งเต้นคดี ชำระหนี้ค่าตัวค้าประเวณี เป็นต้น

6.ผู้ชำระหนี้ไม่ได้ฟ้องเรียกคืนภายใน 1 ปีนับแต่เวลาที่ฝ่ายผู้ชำระหนี้รู้ว่าตนมีสิทธิ์เรียกคืน หรือเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่เวลาที่สิทธิ์นั้นได้มีขึ้น ถือว่าขาดอายุความ.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง