'สุเทพ'กระทืบแถลงการณ์ศอ.รส.โชว์มวลชน ไม่หวั่นโดนตั้งข้อหากบฏ

24 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินีว่า วันนี้ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มาแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. ฐานเป็นกบฏ รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม ซึ่งตนเห็นว่า ตั้งแต่ตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์: ไทยโพสต์: ประกาศเจตนารมณ์บริหารโปร่งใส สำคัญที่ต้องทำให้เห็น ไม่ใช่สร้างภาพ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2556 00:00:28 น.

การแสดงท่าทีของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศเจตนารมณ์การบริหารประเทศในเรื่องการเน้นความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการตั้งคำถามว่าสิ่งที่รัฐบาลโดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีแสดงออกนั้น เป็นเรื่องที่มีความจริงใจและเอาจริงหรือไม่ในเรื่องการป้องกันและเอาผิดกับกระบวนการทุจริตคอรัปชั่น โดยวันดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแนวทางเรื่องการบริหารประเทศด้วยความโปร่งใสไว้ตอนหนึ่ง ว่า

"การต่อต้านทุจริตคอรัปชั่นถือเป็นภารกิจและหน้าที่อันสำคัญของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ และสำหรับข้าราชการทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายประจำ ด้วยไม่เพียงแต่เป็นนโยบายสำคัญที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แต่ยังเป็นปัจจัยหลักที่จะให้การบริหารบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าและสัมฤทธิผล

รัฐบาลได้ยึดหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีมาโดยตลอด ต้องการเห็นการทำงานที่โปร่งใส เปิดเผย และพร้อมให้ตรวจสอบ ภายใต้หลักความโปร่งใส เปิดเผย มีความชัดเจน ง่ายต่อการติดตามและตรวจสอบ อีกทั้งพร้อมให้ตรวจสอบ คือ การให้ทุกฝ่ายในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง ทั้งการร่วมคิด ร่วมทำ กับรัฐบาลภายใต้กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่

จากวันที่รับตำแหน่งเมื่อสองปีที่แล้ว รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนิน มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศเป็น ยุทธศาสตร์และแผนงานเชิงรุกในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ที่ยึดหลักความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลเป็นสากล"

ถ้อยคำดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี แน่นอนว่า หลายคนฟังหรืออ่านแล้วก็บอกว่า นักการเมืองอยากประกาศอะไรก็ประกาศได้ แต่สิ่งสำคัญคือ สิ่งที่ประกาศเอาไว้ในลักษณะสัญญาประชาคมทางการเมือง เมื่อประกาศไว้แล้วมันทำได้จริงหรือไม่ หรือว่าแค่สร้างภาพหาคะแนนเสียงกันเท่านั้น

เสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นว่ารัฐบาลมีความจริงใจต่อเรื่องนี้หรือไม่ ก็คงเพราะเนื่องจากหลายคนมองว่า ที่ผ่านมาแม้นายกรัฐมนตรีและคนในรัฐบาลจะพยายามแสดงท่าทีว่าเอาจริงเอาจังกับเรื่องการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างที่ประกาศไว้ เพราะต้องไม่ลืมว่าในเรื่องการป้องกันการทุจริตและการสอบสวนการคอรัปชั่น รัฐบาลมีส่วนสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นฝ่ายออกนโยบายต่างๆ รวมถึงเป็นฝ่ายนำงบประมาณไปใช้ผ่านหน่วยงานราชการต่างๆ จึงเป็นต้นทางในการดูแลไม่ให้เกิดการรั่วไหลเงินงบประมาณและเกิดขบวนการทุจริตคอรัปชั่นขึ้น

ดังนั้น ด่านแรกที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตก็คือ ภาครัฐทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ หาใช่องค์กร อย่างเช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือหน่วยงานอื่นๆ อย่างเช่นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะองค์กรเหล่านี้ เช่น ป.ป.ช. หรือ สตง. จะเป็นหน่วยงานตรวจสอบปลายทางเสียมากกว่า บางทีกว่าจะไปตรวจสอบความเสียหายก็เกิดขึ้นมากแล้ว แถมยังมีข้อจำกัดมากมายเช่นบุคลากรไม่เพียงพอ มีข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงแหล่งข้อมูลในการสอบสวนเรื่องต่างๆ

ด้วยเหตุนี้ การประกาศเจตนารมณ์ของรัฐบาลข้างต้น จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือว่าแค่สร้างภาพหาคะแนนเสียง มันก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเองว่าจะทำสิ่งที่ประกาศไว้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร เพื่อลบเสียงวิจารณ์ที่ว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไปดังกล่าว ก็แค่อีเวนต์การเมืองที่ไร้ความจริงใจต่อประชาชน.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง