ขยายความรู้ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพสู่เรือนจำ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2556 00:00:40 น.

อินทัช หรือบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช จ.สุรินทร์ มุ่งขยายผลองค์ความรู้การปลูกข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการโดยไม่ใช้สารเคมีสู่กลุ่มผู้ต้องขังที่เป็นเกษตรกรและชาวนาใน จ.สุรินทร์ โดยสมประสงค์ บุญยะชัย ประธาน กก.บริหารกลุ่มอินทัช นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และถาวร กุลโชติ ปลัด จ.สุรินทร์ ร่วมกันเป็นประธาน

อินทัชเริ่มดำเนินการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพตั้งแต่ปี 2555 ใช้ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอรี่ในชุมชนบ้านดักคะนน ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท บนพื้นที่นา 60 ไร่ ปีนี้ได้สนับสนุนองค์ความรู้ในการบริหารจัดการด้านการตลาดในพื้นที่เดิม และร่วมกับเรือนจำกลาง จ.สุรินทร์ขยายพื้นที่ปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมีไปยังเรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน อ.เมือง จ.สุรินทร์ 100 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้ต้องขัง เป็นทางเลือกในการใช้ชีวิตในสังคมหลังพ้นโทษ รวมถึงกลุ่มชาวนาในพื้นที่ใกล้เคียง ถ่ายทอดความรู้ให้อย่างเป็นระบบตั้งแต่กระบวนการปลูกข้าวจนถึงเก็บเกี่ยว รวมถึงการทำปุ๋ยและอาหารบำรุงต้นข้าว การป้องกันกำจัดศัตรูข้าว การพัฒนาดินเพื่อเพิ่มผลผลิต

สำหรับข้าวพันธุ์ไรซ์เบอรี่ที่คัดเลือกมาปลูกเป็นข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ใหม่ เป็นลูกผสมระหว่างข้าวเจ้าหอมนิล กับข้าวหอมมะลิ 105 ซึ่งสายพันธุ์นี้จะมีเมล็ดยาว สีม่วงเข้ม มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ หุงแล้วจะได้ข้าวสวย สีม่วงอ่อน นุ่มและหอม มีโปรตีนเป็น 2 เท่าของข้าวหอมมะลิ 105 มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ เบต้าแคโรทีน แกมมาโอไรซานอล วิตามินอี แทนนิน สังกะสี โฟเลตสูง มีดัชนีน้ำตาลต่ำปานกลาง รำข้าวยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่ดี เหมาะสำหรับใช้ทำผลิตภัณฑ์อาหารเชิงบำบัดอีกทางหนึ่ง

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธาน กก.บริหารกลุ่มอินทัช กล่าวว่า การปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช เป็นหนึ่งในโครงการที่อินทัชมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรธุรกิจและสังคม โดยนำองค์ความรู้และศักยภาพด้านต่างๆ มาปรับใช้ร่วมกับชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนา นำไปสู่ความเข้มแข็งตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และผู้ต้องขังหลังพ้นโทษก็นำไปประกอบอาชีพเป็นการคืนคนดีสู่สังคม

นายวิชัย โชติปฏิเวชกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลาง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เรือนจำชั่วคราวโคกตาบันมีผืนนาที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่อยู่ 200 ไร่ ได้ติดตามโครงการปลูกข้าวของอินทัช จ.ชัยนาทเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอธิบดีกรมราชทัณฑ์พยายามให้ผู้ต้องขังพัฒนาพฤตินิสัย เข้าใจและช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะได้รับการยอมรับจากสังคมได้เร็วขึ้น จึงติดต่อทำความร่วมมือกับอินทัช ผลที่ได้คาดว่าจะได้คือ พัฒนาเรือนจำให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ทำให้ผู้ต้องขังเห็นคุณค่าของตัวเอง สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้หลังพ้นโทษ

นางสนิท เทศผล ชาวนาชุมชนบ้านดักคะนน จ.ชัยนาท ซึ่งเข้าร่วมโครงการเมื่อปีที่ผ่านมา กล่าวว่า ได้รับโอกาสให้เป็นตัวแทนชาวนาชัยนาทมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวไรซ์เบอรี่ให้ผู้แทนชาวนาสุรินทร์ไปปลูกขยายผล 1 ปีที่เข้าร่วมโครงการเชื่อมั่นถึงประโยชน์ที่ได้รับ โครงการนี้ทำให้ชาวนาหันมาใส่ใจในสุขภาพและคุณภาพของข้าวมากขึ้น มีสุขภาพกายและใจดีทั้งคนปลูกและคนบริโภค ขณะที่ผู้ต้องขังซึ่งร่วมโครงการคนหนึ่งกล่าวว่า ในอดีตเป็นชาวนาใน จ.สุรินทร์ เมื่อพ้นโทษจะกลับไปทำนาเหมือนเดิม ดีใจที่เป็น 1 ใน 50 คนของผู้ต้องขังชั้นดีที่ได้มีส่วนเรียนรู้วิธีการปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมีทุกขั้นตอน และสนใจปลูกข้าวพันธุ์ไรซ์ เบอรี่ เพราะเหมาะสมกับพื้นที่ใน จ.สุรินทร์ มีข้อดีมากมาย ราคาก็สูงกว่าข้าวหอมมะลิ ทำให้ชาวนามีสุขภาพดีและมีรายได้เพิ่มขึ้น.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง