สิ่งประดิษฐ์แผลเทียมลดนำเข้าต่างประเทศ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 17 กันยายน 2556 00:00:37 น.

ไม่เฉพาะแค่ในวงการมายา ที่จำเป็นต้องใช้การแต่งเอฟเฟ็กต์เป็นรอยแผลเป็นให้กับดารานักแสดง เพื่อให้ดูสมจริงตามบทบาทการแสดง เมื่อสวมบทคนป่วยหลังจากได้บาดเจ็บหรือเสียโฉมเท่านั้น ที่โรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก ยังนำเอาการตกแต่งบาดแผลเทียมมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับนักเรียนแพทย์ด้านการแพทย์และการพยาบาลอีกด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้ "เคทีซี" หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดกิจกรรม "รู้ซึ้งการทำงานของกรมแพทย์ทหารบก นวัตกรรมบาดแผลเทียมกับเคทีซี" ที่กรมแพทย์ทหารบก ราชเทวี โดยชมสาธิตจำลองเหตุการณ์มีผู้บาดเจ็บในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมฟังบรรยายต้นกำเนิดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ตกแต่งบาดแผลสมมติ และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปออกแบบประดิษฐ์แผลเทียม โดยมีพันเอกปราโมทย์ อิ่มวัฒนา ผู้อำนวยการกองยุทธการและการข่าว พันเอกหญิงยุพา ภรณ์ กรินชัย นายทหารประชาสัมพันธ์ กรมแพทย์ทหารบก ร่วมเป็นวิทยากร

พันเอกหญิงยุพาภรณ์ กรินชัย นายทหารประชาสัมพันธ์ กรมแพทย์ทหารบก กล่าวว่า การตกแต่งบาดแผลสมมุติ เป็นสื่อการเรียนการสอนและการฝึกภาคสนามให้กับนักเรียนแพทย์ด้านการแพทย์และการพยาบาล โรงเรียนเสนารักษ์ เพื่อให้การเรียนการสอนและการฝึกภาคสนามเกิดความสมจริง และทำให้บทเรียนการเรียนการสอนมีความน่าสนใจมากขึ้น และให้รู้สึกเคยชิน ไม่ตื่นเต้น หรือหวาดกลัวกับบาดแผลของทหารในสนามรบ ซึ่งผู้เรียนสามารถนำไปบูรณาการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุให้มีประสิทธิภาพ เพื่อลดการบาดเจ็บและพิการได้

โดยแสดงให้นักเรียนเห็นลักษณะของการเกิดบาดแผลประเภทต่างๆ เช่น บาดแผลถูกยิง โดนสะเก็ดระเบิด ถูกของมีคม แผลไฟไหม้ แขนขาขาด ศีรษะแตก หน้าเละ แผลถูกฟัน แผลถูกแทง หรือแม้กระทั่งไส้ไหล ฯลฯ จะต้องปฐมพยาบาลกันอย่างไรเพื่อให้พวกเขาสามารถวินิจฉัยอาการบาดเจ็บ และดูแลรักษาพยาบาลต่อไปได้อย่างทันท่วงที

ประโยชน์ในการใช้งานบาดแผลสมมุติเสมือนจริง สามารถใช้ประกอบในการเรียนการสอนที่มีบาดแผลทุกชนิด เช่น การฝึกภาคสนามเพชราวุธของนักเรียนแพทย์ชั้นปีที่ 6 การฝึกแพทย์ ATLS การฝึกพยาบาล BTLS การฝึกภาคสนามหลักสูตรชั้นนายร้อย ชั้นนายพัน นายสิบอาวุโส นายสิบชั้นต้น การฝึกร่วมกับหน่วยทหาร บก.กองทัพไทย ร่วมกับมาเลเซีย และกัมพูชา สอนการปฐมพยาบาลสำหรับเด็กๆ สามารถใช้ทั้งการเรียนและการบันเทิง เช่น กิจกรรมแต่งแผลงานวันเด็ก และร่วมงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ด้วยทุกปี และให้บริการวิชาการแก่สังคมและหน่วยงานอื่นอย่างต่อเนื่อง

ในปีหนึ่งๆ ต้องมีนักศึกษาแพทย์ทหารผ่านการฝึกฝนกว่าร้อยคน จึงต้องใช้เนื้อเทียมสิ้นเปลืองมาก โดยช่วงแรกได้นำเข้าวัสดุการทำแผลเทียมมาใช้จากต่างประเทศ เป็นแผลเทียมที่ทำมาจากยางและพลาสติกมาใช้สาธิตการปฐมพยาบาล แต่ขาดความสมจริง ไม่น่าสนใจ และผู้เรียนไม่รู้สึกตื่นเต้น ต่อมาได้ไปดูงานการทำบาดแผลเทียมในสหรัฐ

ต่อมาจึงคิดหาวิธีผลิตได้เอง จึงเกิดเป็น โครงการนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ "เนื้อเทียมตกแต่งบาดแผลสมมุติ" เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายทำให้ต้นทุนการทำแผลเทียมถูกลง จากเดิมนำเข้าจากต่างประเทศเป็นอุปกรณ์ขายราคาชุดละ 3 หมื่นกว่าบาท เฉพาะเนื้อเทียมประมาณ 1,500 บาท ทว่าที่ผลิตได้เองกลับมีราคาเพียง 200 กว่าบาท ขณะที่คุณภาพแทบไม่ต่างกันเลย สร้างความตื่นเต้นและสมจริงในการเรียนได้เป็นอย่างดี

วัสดุหลักที่ใช้ในการทำบาดแผลเทียมประกอบด้วย เนื้อเทียม เลือดเทียม และสีชนิดต่างๆ เช่น สีน้ำมัน สีโปสเตอร์ สีผสมอาหาร โดยเนื้อเทียมมีแป้งเค้กเป็นส่วนผสมหลัก และมีสูตรเฉพาะในการกวนเพื่อให้ได้เนื้อเทียมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเนื้อ และผิวหนังของคนจริงๆ และนำเนื้อเทียมที่ได้มาแต่งแต้มลงบนผิวหนัง ทำรูปแบบ ใส่สี หรือใช้อุปกรณ์อื่นช่วย เช่นเศษไม้ ผงถ่าน เพื่อให้ดูเหมือนแผลสดจริงๆ ได้มากกว่า 100 แผล เช่น แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก กระดูกหัก งูกัด ถูกยิง ถูกแทง แขนขาด ขาขาด เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากมาก หากมีความชำนาญแล้วก็สามารถตกแต่งบาดแผลเทียมให้สมจริงมากขึ้น

โครงการนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ "เนื้อเทียมตกแต่งบาดแผลสมมุติ สิ่งประดิษฐ์เนื้อเทียม" ได้รับ 2 รางวัล คือ รางวัลชมเชยจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางการแพทย์ในงานประชุมวิชาการ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และรางวัลดีเด่นจากกองทัพบกประเภทเครื่องมือช่วยฝึกด้านการต่อเนื่องในการรบ ในงานการประกวดการเผยแพร่สิ่งประดิษฐ์ อาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องช่วยฝึก เพื่อความพร้อมรบของกองทัพบก  นวัตกรรมการคิดค้นเนื้อเทียมสำหรับทำแผลเทียมของพันเอกหญิงยุพาภรณ์และคณะ นับว่ามีประโยชน์และนำไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างยิ่ง เป็นอีกหนึ่งความสามารถของคนไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง