'สุเทพ'ครวญเพลง'คน-บ้านเรา' ปลุกจิตสำนึกทำความดี-รักชาติ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2556 00:00:50 น.

"เป็นคนทั้งทีควรให้มีประโยชน์บ้านเมืองของเราควรรุ่งโรจน์เท่าทันอย่ามัวระเริงความสุข ส่วนตัวเห็นเป็นสำคัญชีวิตคนสั้นนิดเดียว..."

นี่คือท่อนจบของเพลง "คน" ที่สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ ขับร้องบนเวทีชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งล้างผิดคนโกง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เมื่อค่ำคืนวันพุธที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นสุเทพ วงศ์กำแหง ขึ้นเวทีแสดงจุดยืนรักประเทศชาติ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน แต่หากย้อนไปเมื่อครั้งที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือเสื้อเหลืองออกมาเรียกร้องให้ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยสุเทพได้ขึ้นเวทีบนถนนราชดำเนินขับไล่ทักษิณมาแล้ว

ต่อมาในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551 สุเทพ วงศ์กำแหง ได้ขึ้นเวทีชุมนุมของพันธมิตรฯ อีกครั้ง โดยร้องเพลง "คน" และ "อำนาจเงิน" ซึ่งเป็นการร้องสดโดยไม่มีดนตรีประกอบ ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้เป็นการขับไล่สมัคร สุนทรเวช

ล่าสุด ร้องเพลง "คน" และ "บ้านเรา" ให้ผู้ชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอยและขับไล่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ออกกฎหมายล้างผิดให้ทักษิณ ชินวัตร

สาเหตุที่สุเทพเลือกร้องเพลง "คน" เพราะเป็นเพลงโปรด ต้องการสื่อให้ทุกคนรู้ว่า "เป็นคนต้องทำความดี ต้องรักประเทศชาติและยืนอยู่ข้างความถูกต้อง"

เพลงนี้ขับร้องครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2516 ในขณะนั้นนับเป็นช่วงเวลาที่สุเทพ วงศ์กำแหง ก้าวไปถึงจุดสูงสุดของงานเพลงโดยเข้าห้องบันทึกเสียงวันละ 10-20 เพลง และมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากนั้น สุเทพได้นำเพลง "คน" มาขับร้องเพื่อเป็นเพลงประจำ "พรรคพลังใหม่" ซึ่งสุเทพเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเมื่อปี พ.ศ. 2525 โดยสุเทพเป็นเลขาธิการพรรคพลังใหม่ นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค และร้อยตรีสมหวัง ศรีชัย เป็นรองหัวหน้าพรรค เพลง "คน" ถูกนำมาใช้เปิดในการหาเสียงช่วงเลือกตั้งเพื่อประกาศตัวจะเป็นนักการเมืองที่ดีและสอนให้สมาชิกพรรคได้รู้ว่า เป็นคนต้องทำความดี ไม่เอาเปรียบประชาชน ไม่คดโกงแผ่นดิน ไม่ทรยศสถาบัน  สุเทพ ได้เปลี่ยนเนื้อหาช่วงที่ว่า "ชาติไทยของเราควรรุ่งโรจน์เท่าทัน"  เป็น "บ้านเมืองของเราควรรุ่งโรจน์เท่าทัน" เพราะไม่อยากใช้คำว่า "ชาติไทย" ซึ่งไปตรงกับชื่อพรรคการเมืองของ

นายบรรหาร ศิลปอาชา สุเทพ วงศ์กำแหง จึงใช้คำว่า "บ้านเมือง" แทน "ชาติไทย" ซึ่งทุกคนในพรรคชื่นชอบมาก ส่วนเพลง "บ้านเรา" ก็ถือเป็นเพลงโปรดอีกเพลงหนึ่งของศิลปินผู้นี้ โดยบันทึกเสียงครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. 2504 โดยครูชาลี อินทรวิจิตร แต่งเนื้อร้อง หลังจากที่ครูสุเทพได้เดินทางไปประเทศจีนและญี่ปุ่นกลับมาแล้ว ก็ชอบร้องเพลง "บ้านเรา" เพราะทำให้รู้สึกคิดถึงบ้าน โดยเฉพาะในยามที่อยู่ต่างประเทศ ร้องแล้วมีความสุขและยังเป็นเพลงที่ทำให้ตนเองกลับมามีชื่อเสียงในวงการเพลงอีกครั้ง

"เพลงนี้ยังสื่อไปถึงนักโทษหนีคุกที่ร่อนเร่พเนจร ไม่ยอมกลับมาชดใช้ความผิดตามกระบวนการกฎหมาย ตอนนี้กำลังบงการน้องสาวและนักการเมืองขี้ข้าออกกฎหมายล้างผิด เพื่ออยากจะกลับเมืองไทยโดยไม่มีความผิดติดตัว เพลงบ้านเราจึงอยากจะบอกคนที่อยู่ต่างประเทศว่า อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าเมืองไทย" สุเทพ วงศ์กำแหง เผย

เพลง บ้านเรา
คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน

ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง

บ้านเรา แสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหนไม่สุขใจ เหมือนบ้านเรา คำว่าไทย ซึ้งใจ เพราะใช่ทาสเขา ด้วยพระบารมีล้นเกล้า คุ้มเราร่มเย็น สุขสันต์

รุ่งทิพย์ ฟ้าขลิบทอง พลิ้วแดดส่องสดใส งามจับใจมิใช่ฝัน ปวงสตรี สมเป็นศรีชาติ เฉิดฉัน ดอกไม้ชาติไทยยึดมั่น หอมทุกวัน ระบือไกล

บุญนำพา กลับมาถึงถิ่น ทรุดกายลงจูบดิน ไม่ถวิลอายใคร หัวใจฉัน ใครรับฝาก เอาไว้ จากกันแสนไกล ยังเก็บไว้ หรือเปล่า

เมฆจ๋า ฉันว้าเหว่ใจ ขอวานหน่อยได้ไหม ลอยล่องไปยังบ้านเขา จงหยุดพัก แล้วครวญรับฝากกับสาว ว่าฉันคืนมาบ้านเก่า ขอยึดเอา ไว้เป็นเรือนตาย

เพลง คน
คำร้อง/ทำนอง สุรพล โทณะวณิก

ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง

ดวงดาววับวาวเคยเด่นพราวยังหล่น เมฆลอยเบื้องบนยังตกลงสู่ดิน หมู่มวลนกกามีปีกหลีกปืนของพรานโผบิน ไม่วายร่วงดินลงตาย

ทะเลลึกมีมวลหมู่ปลามากอยู่ ทั่วบึงหนองคูมวลหมู่ปลามากมาย ก็ยังมิวายโดนเบ็ดเด็ดชีวิตมันถึงตาย ละม้ายคล้ายชีวิตคน

มืดมัวเด่นดีเพียงใด ร่ำรวยหรือเข็ญใจอับจน ไม่มีวันพ้นความตาย สุดที่หมายเดียวกัน

เป็นคนทั้งทีควรให้มีประโยชน์ บ้านเมืองของเราควรรุ่งโรจน์เท่าทัน อย่ามัวระเริงความสุข ส่วนตัวเห็นเป็นสำคัญ ชีวิตคนสั้นนิดเดียว.

บรรยายใต้ภาพ

สุเทพ วงศ์กำแหง

สุรพล โทณะวณิก
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง