คอลัมน์: รายงาน: 'สายันต์' นักโบกธงในโลกมืด

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2556 00:00:33 น.

ธงชาติผืนยักษ์ที่โบกปลิวไสวอยู่ท่ามกลางคลื่นมหาชนบริเวณเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน คงเป็นภาพที่คุ้นตาของใครหลายๆ คน ทั้งที่ได้พบเห็นจากสื่อโทรทัศน์ หรือบนหน้าหนังสือพิมพ์ รวมไปถึงการเข้ามาร่วมซึมซับบรรยากาศการชุมนุมในสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง ต่างก็ไม่พลาดที่จะต้องเก็บภาพธงชาติผืนใหญ่อันสวยงามนี้กลับบ้านเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้เคยมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อประเทศชาติ และเพื่อในหลวงของเรา

ภาพข่าวการชุมนุมที่ปรากฏออกมา โดยเฉพาะบนหน้าสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับต่างๆ นั้น งดงามมากยิ่งขึ้นเมื่อได้ธงชาติผืนมหึมาโบกปลิวไสวไปตามแรงลมร่วมเป็นฉากประกอบของภาพประวัติศาสตร์เหล่านั้น

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าพี่ชายผู้เสียสละแรงกายแรงใจ อาสามายืนโบกธงชาติไทยผืนใหญ่ยักษ์ให้ช่างภาพหนังสือพิมพ์และทีวี รวมไปถึงประชาชนทั่วไปมารุมชักรูปกันมือเป็นระวิงคนนี้คือ "ผู้พิการทางสายตา"

นักโบกธงในโลกมืดผู้นี้มีชื่อว่า นายสายันต์ เจริญสุข หรือพี่ไก่ หรือที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม "พี่โบกธง" ผู้อาสามายืนโบกธงชาติเป็นฉากประกอบภาพประวัติศาสตร์การชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา

เหตุผลที่เขามายืนโบกธงยักษ์อันหนักอึ้งทุกค่ำคืนเป็นเวลากว่า 24 วันแล้วนั้น พี่สายันต์บอกว่า เพราะอยากให้ประเทศไทยกลับมาสู่ความถูกต้องอีกครั้ง หลังจากประเทศถูกบังคับให้เดินหน้ามาผิดทางจนหลง จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตระหนักรู้ว่าประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปในทางที่ถูกต้องได้ จะต้องมองย้อนกลับมาแก้ไขในจุดที่เสียหายให้กลับมาถูกต้องก่อนค่อยเดินหน้าต่อไปอีกครั้ง

"พี่จึงออกมาจากบ้าน มายืนโบกธงยักษ์ผืนนี้ เพราะความรักชาติและรักในหลวง ซึ่งคิดว่าตัวเองจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้" พี่ไก่เล่าพร้อมลุกขึ้นยืนโบกธงชาติที่ตนเองเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นเอง

นายสายันต์กล่าวว่า ปัจจุบันตนประกอบอาชีพทำธงจำหน่าย โดยรับสั่งทำจากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้เกิดเป็นไอเดียขึ้นมาว่า ธงยักษ์น่าจะสามารถสร้างสีสันให้กับผู้ชุมนุมในที่แห่งนี้ได้ไม่มากก็น้อย ตนเองจึงได้นำคันเบ็ดตกปลาพลาสติกมาต่อกันยาวประ มาณ 7 เมตร แล้วนำธงชาติผืนใหญ่ ยาว 4 เมตร ที่ภรรยาผู้ซึ่งร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากว่า 10 ปีเป็นผู้เย็บ มาผูกติดกับคันเบ็ดดังกล่าว จนกลายมาเป็นธงผืนใหญ่โบกปลิวไสวอย่างที่หลายคนได้เห็น

"พี่เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด แต่ปัจจุบันย้ายไปอาศัยอยู่ที่ในหมู่บ้านเอื้ออาทรแห่งหนึ่งในนครปฐม ทุกเย็นประมาณบ่าย 3 โมงก็จะเดินทางมาด้วยรถแท็กซี่พร้อมกับภรรยา ซึ่งใช้ค่าเดินทางประมาณ 150 บาท สำหรับธงนั้นก็นำไปฝากไว้ที่เต็นท์ยาในที่ชุมนุมแห่งนี้ และเมื่อถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็นก็จะเริ่มโบกธง ซึ่งจะเน้นโบกขณะที่มีเสียงปราศรัยที่ถูกใจผู้ชุมนุมจนส่งเสียงนกหวีดดังออกมา ซึ่งใช้เป็นสัญญาณในการโบกแต่ละครั้ง จากนั้นประมาณเที่ยงคืนก็จะเดินทางกลับบ้าน" พี่โบกธงกล่าว แล้วนั่งลงพักเหนื่อย พร้อมดึงถุงมือลายธงชาติออกเพื่อทาน้ำมันบรรเทาความปวดจากภารกิจสร้างสีสันในการชุมนุม แล้วเล่าต่อว่า

"พอกลับไปบ้านนี่ปวดเมื่อยระบมไปทั้งตัวเลย โดยเฉพาะที่มือและเอว เพราะการโบกแต่ละครั้งต้องใช้พลังจากทั้งตัว แต่พอตื่นเช้ามาก็ค่อยยังชั่ว พร้อมที่จะมาโบกธงต่ออีกในวันรุ่งขึ้น" จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ของเวทีชุมนุมนำข้าวกล่องมามอบให้กับพี่ไก่ ซึ่งพี่ไก่บอกว่าทุกวันจะมีเจ้าหน้าที่คอยเอาข้าวเอาน้ำมาให้เป็นกำลังใจ ซึ่งน่ารักมาก

สำหรับสาเหตุที่ทำให้พี่ไก่สูญเสียการมองเห็นนั้น พี่ชายคนนี้เล่าให้ฟังว่า "เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ตนเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน ปัจจุบันยังคงมีรอยแผลเป็นอยู่เลย หลังจากนั้นมาสายตาก็ค่อยๆ เลือนรางมาโดยตลอดจนกระทั่งสูญเสียการมองเห็น แต่หมอสรุปว่าพี่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพี่จะอยู่ในโลกมืด แต่พี่ต้องการให้สังคมไทยพบกับแสงสว่างอีกครั้งเช่นเดียวกับเมื่อสมัยก่อนที่บ้านเราสงบร่มเย็นเพราะมีในหลวง แต่ทุกวันนี้บ้านเมืองมันผิดเพี้ยนไปมาก นักการเมืองเข้ามากัดกินประเทศชาติ พี่จึงต้องออกมาร่วมในครั้งนี้ด้วย" พี่ไก่เล่าขณะร่วมถ่ายรูปกับผู้ชุมนุมที่เดินเข้ามาขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และกล่าวให้กำลังใจจำนวนมาก

นายสายันต์กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า อาชีพทำธงขาย ภายใต้ชื่อร้าน "ธงเอื้ออาทร" ที่จำหน่ายธง เสาธง หัวธงทุกชนิด งานประติมากรรมไทยสากล งานหล่อทองเหลือง งานไฟเบอร์กลาส และรับทำงานออกแบบต่างๆ ปัจจุบันรายได้ไม่ค่อยดีนัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ขอฝากให้องค์กรต่างๆ และประชาชนทั่วไปที่จะทำธง ช่วยมาอุดหนุนด้วย เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไว้ใช้ดำรงชีวิต และอีกส่วนหนึ่งนำไปสมทบทุนเพื่อการศึกษาคอมพิวเตอร์ให้แก่เด็กๆ ในบ้านเอื้ออาทรที่ตนเองสังกัดอยู่ ซึ่งทุกวันตนได้หาเวลาไปสอนคอมพิวเตอร์แก่เด็กๆ แถวนั้น เนื่องจากเมื่อก่อนเคยเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์อยู่ตามโรงเรียนประถม

ทั้งนี้ ประชาชนและองค์กรต่างๆ สามารถช่วยอุดหนุนร้านธงเอื้ออาทรของพี่สายันต์ เจริญสุข ได้ โดยร้านตั้งอยู่ที่ 68/481 หมู่ที่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170 โทร.08-9515-3629.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง