ศอ.รส.ชี้แถลงฉบับ2ทหารไม่เกี่ยว ชงอัยการตามทุบคดีแกนนำกปปส.

24 เม.ย.57 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส) นายธันว์ พีรวุฒิ คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) อ่านแถลงการณ์ ศอ.รส.ฉบับที่ 2 เรื่อง การดำเนินคดีกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส.และแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุม โดยระบุว่า ศอ.รส.เป็นหน่วยงานพิเศษที่จัดตั้งขึ้น...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์: รายงานพิเศษ: ปฏิบัติการ 'กองกำลังติดอาวุธ'เปิดลับ 'รัฐบุคคล-หน่วยซีล-เสธ.น้ำเงิน'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 00:00:58 น.

กลายเป็นเรื่องเมาธ์กันวงในว่ามีคนหน้าเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ไปตีกอล์ฟกับ  สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ "หมอมิ้ง" นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เพื่อเป็นการสร้างน้ำหนักให้กับ "คลิปถั่งเช่า" ที่พุ่งเป้าไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ และ ผบ.เหล่าทัพ ว่าถูกรัฐบาลซื้อ  จึงไม่ยอมออกมาแสดงตัวยืนอยู่ข้าง กปปส.เสียที

กระนั้น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายทหารที่เคยติดตามใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีมานาน และตอนนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของ กปท.-คปท. ก็ยังมั่นใจในตัวเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ผู้นี้ว่า ไม่มีทางเลือกข้างรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแน่นอน เพราะบังเอิญชื่อเดิมของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ "จำเนียร(เนียน)"...ฮาๆๆ

ด้วยความที่กองทัพไม่ยอมเลือกข้าง จนทำให้ม็อบ กปปส.ต้องสิ้นเปลืองแรงกายเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้น จึงเริ่มมีบางกลุ่มออกมาแสดงความคิดเห็นให้ทหารออกมาแสดงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะล่าสุด "กลุ่มรัฐบุคคล" ที่มี พล.อ.สายหยุด เกิดผล นั่งหัวโต๊ะแถลงการณ์แสดงจุดยืนของกลุ่ม และมีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะพล.อ.วิมล วงศ์วานิช อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่รู้ดีว่า ผบ.ทบ.คนนี้คิดอย่างไรจึงยังไม่ตัดสินใจ "รัฐประหาร" สอดคล้องกับข่าวก่อนหน้านี้ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญ ผบ.ทบ.ในอดีตมานั่งรับประทานอาหาร-ดื่มกาแฟมื้อกลางวัน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและมุมมองของ ผบ.เหล่าทัพแต่ละท่านต่อปัญหาบ้านเมือง

ทว่าการเปิดตัวของ "กลุ่มรัฐบุคคล" ที่หลีกเลี่ยงไม่ให้พ้องกับ "stateman" คำแปลของ "รัฐบุรุษ" ก็ฮือฮาไม่น้อย  เพราะได้รับการถอดรหัสจาก "แดงสายวิพากษ์เจ้า" ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ใช่แค่ "ทหารแก่ นั่งจิบกาแฟ พูดถึงเรื่องบ้านเมืองเท่านั้น" แต่เป็นการตั้งวงเปิดแผนลับล้มระบอบประชาธิปไตย และเป็นอีกหนึ่งโรดแมปของกลุ่มล้มรัฐบาลในขณะนี้ โดยใช้การปฏิวัติประชาชนที่ทหารสนับสนุนเป็นตัวเปิดทาง แต่ไม่ใช่การรัฐประหารโดยกองทัพที่มักไปไม่ค่อยรอด

โดยเฉพาะประเด็นที่มีการหยิบยกในขณะนี้ "กองกำลังต่างชาติ" จากกัมพูชา ที่เริ่มมีข้อมูลออกมาเป็นระยะ ซึ่งวงสนทนาของรัฐบุคคลได้จับมาเป็นประเด็นสำคัญ และอยากให้มีการขยายผลจากข้อมูลดังกล่าว เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่ทหารจะออกมาแสดงท่าทีได้อย่างไม่กระอักกระอ่วนใจ

ซึ่งหากย้อนไปดูข้อมูลจะพบว่า ข้อมูลเรื่องกองกำลังต่างชาติที่เข้ามาร่วมปฏิบัติการกับคนเสื้อแดง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้อำนวยความสะดวกนั้น ออกมาจาก "ครูนัย" พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือ ผบ.มนุษย์กบ (ซีล) ซึ่งถูกตำรวจออกมาเปิดเผยใบหน้าลูกน้อง 6 นาย ที่ถูกจับระหว่างเข้าไปในการชุมนุม กปปส. เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลว่าทั้งหมดถูกส่งเข้าไปเป็นการ์ดให้ "สุเทพ เทือกสุบรรณ"เป็นลูกน้องของ พล.ร.ต.วินัย ที่มีข่าวว่าส่งกำลังเข้าไปช่วยเด็ก ม.รามคำแหง สกัดกำลังติดอาวุธของอีกฝ่าย หลังจาก "เพื่อนเจี๊ยบ" พล.ท.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 16 แจ้งข่าว หลังจากที่ได้ข้อมูลจากหน่วยข่าวในที่เกิดเหตุ  และพอรุ่งสาง "ผู้การออฟ" พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ. ร.11 รอ. จึงสามารถเข้าไปนำคนที่ติดในมหาวิทยาลัยรามคำแหงออกมาได้ทั้งหมด

ซึ่งการออกตัวของ "ครูนัย" ในครั้งนี้ก็ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะในกองทัพเรือมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และเกรงว่าหน่วยงานในภาพรวมจะตกเป็นเป้าให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง แต่ทว่า "ครูนัย" ก็ยังคงย้ำข้อมูลเรื่องกองกำลังต่างชาติเข้ามาก่อเหตุตั้งแต่ปี 2553 ต่อคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร

โดยเฉพาะเรื่องที่มีชาวกัมพูชาเสียชีวิต 23 ศพ ที่หน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 เมื่อรวมกับที่เสียชีวิตในสวนลุมพินี รวมแล้ว 39 ศพ มีการพิสูจน์ว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธที่มาจากกัมพูชา จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษหน่วยหนึ่งของกองทัพ ซึ่งควบคุมบังคับบัญชาโดยผู้นำประเทศ  โดยศพทั้งหมดมีรถบรรทุก 6 ล้อ และรถห้องเย็นนำศพออกไปจากที่เกิดเหตุ และรุ่งเช้า "ขวัญชัย ไพรพนา" พร้อมพวกได้มาเก็บปลอกกระสุนปืนเพื่อเป็นการทำลายหลักฐาน ทั้งที่ความเป็นจริงควรนำไปใช้ขยายผลเป็นประเด็นทางการเมืองในเรื่อง "ทหารฆ่าประชาชน" เป็นจังหวะเดียวกับที่ "ขวัญชัย" เริ่มถูกติดตาม และโดนกราดยิงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด กลายเป็นสูตรสำเร็จในการสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือทหารสายอำมาตย์ ที่ต้องการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" ป้องปรามแกนนำแดงอิสระ โดยเฉพาะสาย "โกตี๋" ที่แยกตัวมาปฏิบัติการต่อตีกับ กปปส.อย่างเป็นเปิดเผย โดยมีข้าราชการมีสีหนุนหลัง พร้อมจัดของหนักเตรียมการไว้ให้

จนกระทั่งเกิดเฟซบุ๊ก "แฉความลับ" ใช้ชี่อว่า เสธ.น้ำเงิน (ล้อชื่อ เสธ.แดง) เปิดโปงภารกิจเงากองกำลังทหารและตำรวจในสายเสื้อแดงที่เกิดใหม่ ว่ากำลังเปิดยุทธการ  "ผลัดใบ" ภายใต้การบัญชาการของ "คนดูไบ" เพื่อปิดปากแกนนำเสื้อแดงเก่าที่เคยใช้งานเมื่อปี 2553 แล้วเกิดการไถเงินจนเกินงาม และเริ่มถูกเปิดโปงภารกิจลับ

ทำให้ข้อมูลของ "โกตี๋" ได้รับการเปิดเผยจาก "เสธ.น้ำเงิน" มากที่สุด เพราะมี "สายแข็ง" หนุนหลัง ได้รับความสนใจจากเสื้อ

แดงสายฮาร์ดคอร์เป็นอย่างมาก โดย

เฉพาะคลื่นวิทยุชุมชน 105.65 red guard radio ซึ่งเป็นกระบอกเสียงสำคัญคอยแจ้งสมาชิกให้ออกไปทำหน้าที่ "ซานตาคลอส"  แจกของขวัญแถวม็อบ กปปส.หลายเวที

รวมไปถึงข้อมูลภาคสนามในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดการปะทะ  เจาะประเด็นไปที่กองกำลังติดอาวุธของชายชุดดำชั่ว-ชายชุดเขียว-ชายไร้สี แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับข้อมูลของ "เสธ.ต๊อด" พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ที่แถลงว่า ทั้งสองฝ่ายต่างมีกองกำลังติดอาวุธเหมือนกัน แต่บังเอิญสื่ออยู่ตรงฝั่ง กปปส.จึงถ่ายรูปฝ่ายที่ช่วย กปปส.มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นข้อมูลจาก "หน่วยข่าวลับ" ที่ ศปก.ทบ.จัดไปถูกภาพรวมเหตุการณ์ ซึ่งมีคนเห็นคนหน้าเหมือน พล.ต.พะโจมม์ ตามประทีป รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ น้องชาย พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป แถวหลักสี่ในช่วงก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน หลังจาก โกตี๋ ประกาศจะยึดสำนักงานเขตหลักสี่

จึงไม่แปลก ถ้าวันนี้ภาพชายฉกรรจ์ติดอาวุธเข้าไปช่วย กปปส.ที่แยกหลักสี่ จะถูกแกนนำเสื้อแดง "สแกน" และแฉว่ามีทหารเข้าไปช่วยม็อบยิงจริง เพราะถือว่าเป็นจุดสำคัญที่ชี้ว่า กปปส.มีกลุ่มติดอาวุธปฏิบัติการช่วยเหลือ ถ่วงน้ำหนักข้อมูลกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายตัวเองที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมา!!

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง