คอลัมน์: เปลวสีเงิน วันเสาร์: 'เรื่องลอก '@ เสธ น้ำเงิน' มาเล่า'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 00:00:55 น.
ที่ ปลายซอย

ครับ..วันนี้ยาว ทั้งหมดนี้ผมลอกจาก fb ของ@ เสธ  น้ำเงิน ในชื่อ "เปิดโปง..เผยจุดตายรัฐอั้งยี่แดงฆ่าชาวนา สู่กลศึกม้าไม้เมืองทรอย" เป็นตอนล่าสุดทันการณ์-ทันใจ อ่านได้เลยครับจากที่ระบอบชั่วอั้งยี่รัฐแดง อ้างว่าการชนะเลือกตั้ง (ขี้โกง) คือใบอนุญาตสัมปทานประเทศ จะโกงอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา หนึ่งในโคตรโกงที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าว อดอยาก ทุกข์เข็ญ ให้ชาวนา ๘ ล้านคนอย่างถ้วนหน้านั้น

เนื่องจากถูกรัฐอั้งยี่แดงของปูเน่าชักดาบ โกงเงินค่าจำนำข้าว ชาว นาอดอยากจนไม่มีอะไรจะกิน ลูกไม่มีเงินไปโรงเรียน หนี้สินท่วมหัวและทยอยฆ่าตัวตาย ทั้งผูกคอและกินยาฆ่าตัวตายไปแล้วกว่า ๙ คน

ในขณะที่ชาวนากำลังอดอยาก ปูเน่าและสมุนแก๊งอั้งยี่ กลับถลุงเงินภาษีจากหยาดเหงื่อและน้ำตาชาวนาเป็นค่าอาหาร กินล้างกินผลาญ โดย

๑.ค่าเบี้ยเลี้ยงชายชุดดำ ๗๐๐ บาท/คน (แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๔๐๐ เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงโดยตรง และ ๓๐๐ จะถูกหักเป็นค่าอาหาร ๓ มื้อ ที่มีแต่ไข่ต้มกับน้ำปลา) ถ้านับตั้งแต่ ๙ ต.ค.๕๖ เป็นต้นมา น่าจะไม่ต่ำกว่าราว ๑,๐๐๐ ล้านบาท (ยังไม่นับรวมค่าน้ำมัน และจัดซื้ออาวุธมาทำร้ายประชาชนอีกนับไม่ถ้วน)

หรือคิดเป็นราคาข้าวชาวนา ๖๖,๖๖๗ ตัน!!๒.ค่าอาหารที่จัดเลี้ยงภายในศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ใช้ประมาณวันละไม่ต่ำกว่า ๑-๒ แสนบาท บางวันสูงเกือบ ๕ แสนบาท ตามเมนูอาหารที่เป็นที่ต้องการของพวกคางคกขึ้นวอในรัฐอั้งยี่แดง โดยอาหารถูกสั่งตรงจาก "โรงแรมหรู" ระดับห้าดาว เพื่อจัดเลี้ยงให้กับ รก.ครม.เทียม และคณะทำงานงานศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ทั้งหมด

๓.ที่ผ่านมา กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกเทียม เคยตั้งงบรับ รองค่าอาหารของปูเน่า ที่ปรึกษาและคณะทำงานราวๆ ๕๐ คน สวาปามคิดเป็นราคา ๔,๒๓๗ บาท/หัว วันละ ๒๑๑,๘๕๐ บาท (เท่ากับข้าวสาร ๑๔ ตัน) เดือนละ ๖ ล้าน ปีละ ๗๗ ล้านบาท

หรือคิดเป็นราคาข้าวชาวนา ๕,๑๓๓ ตัน...คนหรือเปรตยัดห่านี่?! รายการอาหารหรูของปูเน่าและคณะนี้จะ "สลับสับเปลี่ยน" ทุกวัน...เมนูอาหาร นั้นประกอบด้วย

"มื้อเช้า" เป็น "อาหารหรู" เช่น กุ้งห่มสไบ/ต้มยำกุ้งมังกร/ปลาหิมะทอดกับซอสพริกไทยสด/หน่อไม้ฝรั่งผัดหอยเชลล์/ผัดกะเพราเป็ดกรอบ ตบท้ายด้วยของหวานและผลไม้ หรือข้าวเหนียวมะม่วง

ส่วน "มื้อกลางวัน" ในยามปกติระบุว่า (อาจจะ) ไว้ต้อนรับแขกจึงออกสไตล์ "กึ่งยุโรป" เช่น ปูนิ่มเสิร์ฟกับสลัดเบอร์รี/หอยเชลล์ห่อปลาแซล มอนเสิร์ฟกับไข่ปลาคาเวียร์/ซุปใสใส่เกี๊ยวตับบด/เนื้อสันในเสิร์ฟกับตับห่าน และซอสไวน์แดง ตบท้ายของหวานมื้อกลางวันคือ ช็อกโกแลตมูสไส้เสาวรส เสิร์ฟกับไอศกรีมกะทิ, กาแฟหรือชา เป็นต้น

ซึ่งค่าอาหารของปูเน่า ที่ปรึกษา และคณะทำงาน หรือศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) จากโรงแรมระดับห้าดาว ปีละ ๗๗ ล้านบาทนี้ สามารถเลี้ยงอาหารชาวนาที่อดอยากมื้อละ ๔๐ บาท x ๓ มื้อ จำนวน ๓,๔๐๐ คน ได้ถึง ๖ เดือน.....แม่เจ้า!!

แต่แกนนำพรรคแดงสู้แล้วรวย เช่น นกแสก กลับถีบหัวส่งชาวนา บอกว่าเป็นจุดอ่อนของเผาไทย และบอกถ้าชาวนารอเงินจำนำข้าวไม่ไหว ให้กินใบประทวนแทนไปก่อน

สายจากคนในรายงานว่า ข้าวที่รัฐอั้งยี่แดงรับจำนำนั้น เกือบทั้งหมดยังไม่มีการระบายหรือขายไปยังต่างประเทศเลย  เงินหลายแสนล้านบาทจึงทำให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนา

กระแสแรงในกลุ่มชาวนาบ่นกันรุนแรงว่า รัฐอั้งยี่แดงทำอะไรอยู่ทำไมไม่ยอมขายข้าว และเสียความรู้สึกกับบริษัทเผาไทยมาก ส่วนใหญ่บอกลาขาดจะไม่เลือกอีกแล้ว เพราะหลอกลวง ผิดคำพูดนับครั้งไม่ถ้วนในการนัดชำระเงินจำนำข้าวที่ค้างจ่าย ๑.๓ แสนล้าน

ทางแกนนำแก๊งอั้งยี่แดงได้ไปพบและรายงานสถานการณ์ต่างๆ ให้ชายดูไบรู้ที่พม่า ส่งผลให้ตอนนี้ชายดูไบกังวลใจที่สุด เพราะชาวนาคือฐานเสียงสำคัญบริษัทเผาไทย  ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นชาวนาทั่วประเทศเดินทางเข้ามาจนถึงกรุงเทพฯ เพื่อชุมนุมเรียกร้องให้จ่ายเงินที่โดนชักดาบไป

และยังจะโดนชาวนารุมฟ้องร้องฐานฉ้อโกงอีกหลายพัน-หมื่นคดี!ความหวาดหวั่นนี่คือฐานเสียงที่หายไปจำนวนมาก และมีผลโดยตรงกับพรรค ชายดูไบจึงเครียดสั่งให้เร่งหาเงินที่ไหนก็ได้มาจ่ายเร็วที่สุด และใช้ทุกกลยุทธ์ชั่วในการหาเงิน

"....แต่ไม่ยอมควักกระเป๋าตัวเองสักบาท ซึ่งในรายงานของต่างประเทศคาดการณ์ว่า ๒ ปีที่ผ่านมา พรรคเผาไทยได้ผันเงินจากหยาดเหงื่อและน้ำตาชาวนาไปเป็นของตนเองรวยขึ้นกว่า ๓.๕ แสนล้านบาท"

ชายดูไบจึงหวังลมๆ แล้งๆ ว่าให้แก๊งอันธพาลแดงใช้กองกำลังติดอาวุธโจมตี หรือลอบสังหารแกนนำ กปปส. ซึ่งตอนนี้พวกแก๊งนรกอเวจีชั่วนี้ก็ต่างหัวหด หวั่นไหวกับการถูก "สันติอหิงสวน" และป็อปคอร์นที่หนักกว่าจากชายไร้สีนิรนาม

อีกแผนคือ ใช้ศูนย์รวมสัตว์จับกุมแกนนำ กปปส. ข่มขู่คุกคามให้ประชา ชนยุติการชุมนุม เพื่อที่บริษัทเผาไทยจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ในที่สุด ซึ่งเป็นไปไม่ได้เช่นกัน หากใช้ชายชุดดำควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้าสลายการชุมนุมก็จะโดนชาย ๓ สีที่ออกอาการฮึ่มๆ ไว้โอบล้อมตีจากด้านหลัง

โดยประกาศ "กฎอัยการศึก" ครอบพื้นที่เอาดื้อๆ! ครั้นจะใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษลอบจับกุมแกนนำในที่ชุมนุม ก็จะโดนชายไร้สีนิรนามสวนกลับที่หนักกว่า ต่อสู้ป้องกันแกนนำในอารักขา จนชายชุดดำขึ้นไปเยี่ยมญาติเก่าเป็นเบือแน่ๆ

ซึ่งข้อนี้เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า "ชายไร้สีนิรนาม" เป็นใคร?ในที่สุดปูเน่าจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ต้องคำพิพากษาอย่างเด็ดขาดและ ถูกจับกุมคุมขังแน่นอน ชายดูไบรู้ข้อนี้ดีจึงส่งสัญญาณผ่านคนใกล้ชิดมาว่า อยากให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

การเลือกตั้งต้องเดินหน้าให้จบ และเผยไต๋พ่ายแพ้แล้วว่า "ปัญหาทุกอย่างต้องจบลงบนโต๊ะเจรจา แม้แต่สงครามโลกยังจบลงที่โต๊ะเจรจา" ตำราพิชัยยุทธ์นั้นบอกว่า "เมื่อใจหวั่นไหวจึงต้องชักกระบี่ก่อน จุดอ่อนจึงถูกเปิดเผย เพราะจุดอ่อนถูกเปิดเผย จึงเปิดช่องให้ถูกจู่โจม"

ส่งผลให้ชาย ๓ สีเห็นจุดอ่อนรูเบ้อเร่อ จึงกำหนดยุทธการม้าไม้เมืองทรอย (ซุ่มกำลังไว้ในของบรรณาการม้าไม้ตัวใหญ่ นำคนและอาวุธเข้าเมือง ตี ชิงจากใจกลางยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ)

โดยให้กำลังพลดูแลประชาชนให้ปลอดภัย ใช้ ม.พัน ๑  รอ.ดูแลพื้นที่ปทุมวัน คลองเตย วัฒนา, ร.๑ พัน ๓ รอ.ดูแลพื้นที่ราชเทวี พญาไท, ป.พัน ๑ รอ.ดูแลพื้นที่ของดุสิต พระนคร, ร.๑๑ พัน ๒ รอ.ดูแลพื้นที่หลักสี่ ดอนเมือง

นี่ยังไม่นับการทยอยนำกำลังเข้ามาทีละน้อยๆ และอาวุธหนักที่ยังไม่ขนกลับต่างจังหวัดอีกเพียบ!!

เมื่อสถานการณ์ได้เปรียบแล้ว บ่าย ๑๒ ก.พ. บิ๊กชายชุดเขียวจึงตั้งคำ ถามแบบเสียวสันหลังกับ ผบ.ชายชุดดำที่เข้าพบว่า

"ทำไมคดียิงขวัญควายทำงานรวดเร็ว ทั้งที่คดีอื่นๆ ที่มีการทำร้ายประชา ชน หลักฐานชัดเจน แต่กลับไม่มีความคืบหน้า?"

นักรบย่อมได้กลิ่นสัญญาณลมหายใจออกแรงที่พัดออกจากจมูกนักรบด้วยกันดี!!!

บิ๊ก ๓ สีฝังแค้นที่ปูเน่ากับสมุนเคยแอบไปหารือ กกต. ๒ คนว่าจะขออนุมัติย้ายชาย ๓ สีใหญ่ๆ สัก ๓-๔ คน แต่ กกต.ไม่ยอมและข่าวรั่ว ทำให้ลมออกหูถึงขั้นบิ๊กสีเขียวชี้หน้าด่าปูเน่าในห้องประชุม จนปูเน่าน้ำตาคลอ

และเขารู้ว่าหากปูเน่าและบริษัทเผาไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลเทียมอีกครั้ง พวกเขาก็จะมีอำนาจต่อรองลดลงและอาจถูกปลดย้ายได้

ดังนั้น เมื่อจุดอ่อนศัตรูถูกเปิดเผย ไฉนเลยชาย ๓ สีจะไม่จู่โจม ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุม ครม.ที่สถานที่ของชาย ๓ สี จึงได้มีการส่งสัญ ญาณพูดชัดเจนกับปูเน่าว่าให้ลาออก เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งรัฐบาลชั่วคราว เพื่อปฏิรูปประเทศ เพราะชาย ๓ สีประคองและอดทนต่อไปไม่ไหว  ความชอบธรรมหมดสิ้นไปแล้ว โดยฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ปูเน่าต้องไปจากอำนาจ คือ

๑.ทุกข์ของชาวนาที่ถูกโกงจำนำข้าว ทำให้ชาวนาฆ่าตัวตายแทบทุกวัน โดยรัฐอั้งยี่แดงกู้ยืมเงิน ๑.๓ แสนล้านมาคืนหนี้ให้ชาวนาไม่ได้

๒.ข้าวในโกดัง ๑๕-๑๘ ล้านตัน มีสต็อกลมเหลืออยู่ไม่ครบจำนวนจริง หรือมีคุณภาพแย่ จึงเกิดการเผาข้าวในโกดังข้าวขึ้น ข้าวสารติดไฟยาก แต่ข้าวเปลือกติดไฟง่าย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ การฉีดน้ำไปมากๆๆ ข้าวจะได้เน่าเสียเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถขายได้ นี่คือกลโกงที่แท้จริง!!!

กว่าจะระบายข้าวออกมาทัน ความมั่นคงประเทศสั่นคลอนหนัก เพราะทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดินของพ่อ

๓.ฟางอีกเส้นคือ การที่ชายดูไบเรียกประชุมสมุนโจรที่ไว้ใจที่พม่า เพื่อวางยุทธศาสตร์ในการต่อรอง วางกำลังโจรที่จะป่วนประชาชน และวางคนที่จะรับตำแหน่งสำคัญต่อไป เพื่อรักษาอำนาจ

เพราะนั่นมันชี้ให้เห็นถึง "ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง" รัฐอั้งยี่แดงอย่างแท้จริง เป็นหลักฐานกระทบความมั่นคงของประเทศ! ทำให้ชาย ๓ สีอยู่เฉยๆ ต่อไม่ได้แล้ว จึงพร้อมใจออกมายื่นคำขาดให้ปูเน่าลาออก เพราะหมดความชอบธรรมทุกประการแล้ว โดยให้เวลาปูเน่าไม่เกิน ๒๑ ก.พ. มิฉะนั้นจะไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เพราะขณะนี้กำลังพลหลักๆ เข้ามาดูแลพระนครหมดแล้ว..ใครขืนถือหางรัฐอั้งยี่แดงตอนนี้ ทั้ง ผบ.ชายชุดดำ ริดสีดวง ฯลฯ เตรียมม้วนเสื่อ รอดูหนังฉายรอได้เลย

เสธ.ได้ข่าวว่าแก๊งแดงสู้แล้วรวย จะแสร้งทำทีนัดกันทำบุญในวันที่ ๑๔ ก.พ.นี้ ที่จุดก่อสร้างหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ใกล้โบนันซ่า เขาใหญ่ เพื่อซักซ้อมกันใช้กองกำลังติดอาวุธที่เหลือเพียงน้อยนิดกรำศึกใหญ่กับชาย ๓ สี...

ซึ่งงานนี้วิเคราะห์ว่า คงมีชายไร้สีนิรนามถือถุงข้าวโพด ไปเยี่ยมแกนนำเหมือนขวัญควาย โกตี๋ แน่ๆ เพราะรอจังหวะออกมาจากห้างแถวลาดพร้าวนานแล้ว เพื่อมอบความเป็นธรรมครบมือหูดับตับไหม้ให้

แก้กรรมมันแก้ยาก..แก้สันดานชั่วมันง่ายกว่า!รูปูถูกอุดจนหมดแล้วทุกทาง ขาปูถูกหักจนเดินไม่ได้แล้ว โอกาสแบบนี้ เขาให้ลงดีๆ ขืนยังไม่ลง ก็จะต้องเจอรองเท้าบูตถีบหน้าหงายตกจากเก้าอี้

@ เสธ น้ำเงิน ที่มา: https://www.facebook.com/topsecretthai
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง