เที่ยวน่านแบบโลว์คาร์บอน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 24 เมษายน 2558 00:00:04 น.

ไปท่องเที่ยวเมืองน่านปลายเดือนมีนา คมที่ผ่านมา องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดทริปพิเศษ "เที่ยวแบบไม่เอาถ่าน" (Low Carbon Tourism) กับโครงการ "Opinion Leader ผู้นำทางความคิด ปีที่ 3" มีคณะสื่อมวลชนไปกับ มิ้นท์-มณฑล กสานติกุล บล็อกเกอร์และนักเขียนบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางภายใต้ชื่อ "I Roam Alone" เธอฉายเดี่ยวแบกเป้ท่องไปรอบโลกแล้วกว่า 70 ประเทศ และ สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสิรฐกุล หนุ่มนักคิด นักเขียน เจ้าตัวนิยามตัวตนไว้ชัดเจนในอินสตาแกรมว่าเป็นหนุ่มนักเดินทางด้วยคำว่า "Journeyman"

ทั้งสองถือเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ร่วมทริปในฐานะผู้นำความคิด เพราะฮอตในโลกออนไลน์ สำหรับแฟนเพจวรรณสิงห์มียอดผู้ติดตามทะลุแสนไลค์ไปแล้ว ส่วนมิ้นท์เองก็มีคนตามเพจเธอเกินครึ่งแสน ทั้งคู่มีสไตล์ท่องเที่ยวใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่ง อพท.หวังว่าชาวโซเชียลที่หลงรักมิ้นท์และสิงห์จะซึมซับแนวคิด ดูทั้งสองเป็นตัวอย่าง อยากทำ อยากไปเที่ยวแบบลดโลกร้อนเหมือนเขาบ้าง

แอ่วเมืองน่านทริปนี้ เริ่มที่การเข้าไปเยี่ยมชมอาคารรังสีเกษม โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา อาคารศิลปะสถาปัตยกรรมโคโลเนียล หาดูได้ยากในเมืองน่าน หิรัญ อุทธวงค์ ครูผู้สอนคอยต้อนรับและพาไปย้อนอดีตเมืองน่านสมัยที่อิทธิพลตะวันตกเข้ามายังดินแดนขอบสุดของล้านนาตะวันออก มีทั้งหอประวัติศาสตร์โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา, นิทรรศการ "ของใช้เมืองน่านเมื่อวันวาน" แสดงขวานหินอายุมากกว่า 4,000 ปี พบใกล้แหล่งน้ำ ดอยภูซาง หรือผ้าห่มตาโก้งของคนสมัยก่อน ใช้คลุมไหล่หน้าหนาว เอกลักษณ์มี 3 สี แดง ดำ ขาว

รวมถึงภาพโบราณภายในตึกรังสีเกษม มีภาพรอยพระบาทแรกในหลวงพระราชินีเสด็จออกหน้ามุขที่ว่าการอำเภอสา จังหวัดน่าน ภาพเก่าอายุ 100 ปี หญิงน่านกำลังอิดฝ้าย ภาพไม้ร่องแม่น้ำน่าน ภาพตลาดแห่งแรกของน่านหน้าวัดพระธาตุช้างค้ำ ทำให้พวกเราตื่นตาตื่นใจในประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านที่รากฝังลึก โต๊ะ เก้าอี้ กระดานดำในห้องเรียนยังเก็บรักษาไว้เหมือนเมื่อครั้งก่อน

ปีนี้ตึกรังษีเกษมครบ 100 ปี เป็นความพยายามของกลุ่มมิชชันนารีน่านที่เดินทางเข้ามาน่านเมื่อปี 2439 เพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์ สอนหนังสือ และรักษาพยาบาลผู้ป่วย หลังสร้างอาคารเรียนถาวรสำหรับนักเรียนชายเสร็จ เป็นที่รู้จักในนาม ตึกแดงหรือตึกลินกัล์น เป็นตึกเรียนหลังแรกในน่าน ก็สร้างโรงเรียนหญิงขึ้นปลายปี 2459 ครูหิรัญชี้ถึงสิทธิผู้หญิงมีมากขึ้น ปีต่อมาจอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เสด็จเยี่ยมน่านและประทานนามว่า โรงเรียนรังษีเกษม ก่อนมีการต่อเติมปีกซ้ายเป็นที่พักมิชชันนารีและหอพักนักเรียน ปีกขวาขยายห้องเรียนเพิ่ม ปัจจุบันตึกรังษีเกษมกำลังปรับปรุงเป็นหอประวัติศาสตร์ กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 20 พ.ค.นี้ แต่เปิดให้เข้าชมได้โดยนัดหมายล่วงหน้า ติดต่อ โทร. 08-7178-2588

หลังจากนั้นไปวัดพระเกิด ไหว้พระขอพรพระประธานในวิหาร พร้อมเรียนรู้วิถีชุมชนคนน่านกับกิจกรรมทำตุงล้านนา "ตุงก้าคิง" ตามความเชื่อในล้านนา ความยาวของตุงเท่าความสูงเจ้าของตุง ใช้เพื่อสืบชะตา ลวดลายบนผืนตุงจำลองรูปแบบของคน มีปีนักษัตรของผู้ทำตุง พวกเรา รวมถึงมิ้นท์และสิงห์สร้างตุงขึ้น โดยมีคุณป้าคุณลุงผู้ทำหัวตุง หางตุง ตอกตัดลายตุงเตรียมไว้ให้ก่อนแล้วคอยแนะนำข้างๆ

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ร่วมแคมเปญแอ่วม่วนใจ๋ ไม่เอาถ่าน ยังมีพระธาตุแช่แห้ง วัดสวนตาล วัดกู่คำ พระธาตุช้างค้ำ วัดภูมินทร์ วัดมิ่งเมือง วัดพญาวัด วัดศรีพันต้น พิพิธภัณฑ์น่าน โฮงเจ้าฟองคำ วัดพระธาตุเขาน้อย เราได้ไปหลายๆ แห่ง วันรุ่งขึ้นยังได้ปั่นจักรยานชมวัดชมตลาดเช้าด้วย

"ไม่เคยมาน่าน ตอนแรกคิดว่าเป็นจังหวัดโปรโมตใหม่ น่าจะเหมือนปายหรือเชียงคานที่มีเกสต์เฮาส์เยอะๆ มีถนนคนเดินขายของทุกคืน พอมาเห็นจริงๆ รู้สึกที่นี่ยังรักษาเอกลักษณ์ไว้ ประทับใจได้ทำตุง ได้ไปหัดทอผ้า เห็นคุณค่าของผ้าผืนหนึ่งใช้เวลาเป็นเดือน ไปวัดภูมินทร์ก็ชอบภาพจิตรกรรมฝาผนัง แล้วยังได้ปั่นจักรยาน ไม่ใช้รถ ที่น่านทำให้จับต้องได้ มีพาสปอร์ตให้เดินทางไปที่ต่างๆ เรามีส่วนช่วยลดการปล่อยคาร์บอน" มิ้นท์ บล็อกเกอร์สาวบอก

อำเภอเมืองน่านมีเรื่องราวในอดีตซ่อนอยู่ทุกแห่ง อย่างที่ชุมชนบ่อสวก ตำบลบ่อสวก มีเตาเผาโบราณอายุถึง 750 ปี จะไม่ไปเที่ยวได้ยังไง ที่บ้านสวกพัฒนา จ่าสิบตำรวจนมัส ติคำ วัย 62 ปี ผู้เห็นคุณค่าด้านโบราณคดี พาเราไปชมเตาเผาโบราณภายในบริเวณบ้านตัวเอง พร้อมอธิบายเรื่องของเตาโบราณได้อย่างมีชีวิตชีวา

"ในบริเวณบ้านมี 7 เตา ขุดแค่ 4 เตา เตาจ่ามนัสสมบูรณ์ที่สุด ใหญ่ที่สุดในล้านนา อายุ 750 ปี อีก 3 เตาเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังขุดขึ้นมาได้อีก ชุมชนบ่อสวกมีอายุไม่ถึง 200 ปี พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ พบเครื่องปั้นดินเผากระจัดกระจาย เพราะดอยเฟื้องหม้อริมลำน้ำสวกแห่งนี้ อดีตเป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยชาม ผมพยายามฟื้นฟูความรู้เครื่องปั้นดินเผาคืนมา ทำค่ายเยาวชน ชวนเด็กๆ มาตำดิน หมักดิน ร่อนดิน นวด ปั้น เผา นักศึกษาก็มาดูแหล่งเตาล้านนา" จ่ามนัสยืนยันจะอนุรักษ์ต่อไป

เรายังเดินไปดูพิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่น สัมผัสบ้านโบราณสวยงามของคนบ่อสวก ก่อนเดินทางสู่แหล่งเรียนรู้ชุมชนคนปั้นดินถิ่นฐานโบราณคดี ร่วมกิจกรรมปั้นดินกับคุณยายกลุ่มเครื่องปั้นดินเผา ที่นี่ อพท.หนุนให้เกิดการท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรม เป็น 2 วันที่เปิดประสบการณ์พิเศษ ได้พัก กิน เที่ยวแบบโลว์คาร์บอน อย่างสลัดผัก 1 จานที่ร้านโอวีโอสลัด วัตถุดิบมาจากชาวบ้านที่หันมาปลูกผัก ไม่ต้องถางป่าปลูกข้าวโพด หยุดภูเขาหัวโล้นเมืองน่าน ถ้าปั่นจักรยานหรือนั่งสามล้อมามีส่วนลดด้วย

"การรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญมาก เราจะต้องทำให้เห็นผลได้ชัดเจนมากกว่าเป็นแค่เทรนด์ แล้วก็เริ่มที่คนรุ่นใหม่ น่านทำให้เห็นว่าทุกคนมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ผมได้ปั่นจักรยานรอบเมือง ชอบมาก เป็นเมืองแห่งสโลว์ไลฟ์ของจริง" วรรณสิงห์ หนุ่มนักเดินทางเผย

นอกจากพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ทั้งมิ้นท์และสิงห์ยังมีคิวเดินทางท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอนในพื้นที่พิเศษของ อพท.อีก 5 พื้นที่ คือ หมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง เมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง พื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร พื้นที่พิเศษเลย และเมืองโบราณอู่ทอง ทั้งสองจะพูดคุยส่งต่อเนื้อหาในบล็อก เฟซบุ๊ก โพสต์อินสตา แกรม ติดตามอ่านกันได้ ถ้าอ่านแล้วมีอาการลงแดง กระสับกระส่าย อยากจะเที่ยวก็เก็บกระเป๋าเดินทางกันเลย.

บรรยายใต้ภาพ
เรียนรู้ผ้าทอเมืองน่านที่งดงามด้วยศิลปวัฒนธรรม
สิงห์-มิ้นท์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ไปดูแหล่งเตาเผาโบราณเมืองน่าน
มิ้นท์-มณฑล กสานติกุล ตั้งใจทำตุงก้าคิงที่วัดพระเกิด
ปั่นจักรยานท่องเที่ยวในตัวเมืองน่านแทนการใช้รถยนต์ ลดปล่อยคาร์บอน
เที่ยวชมหอประวัติศาสตร์ รร.น่านคริสเตียนศึกษา
โฮงเจ้าฟองคำ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวร่วมแคมเปญไม่เอาถ่าน
ตึกรังษีเกษม ศิลปะสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ปีนี้ครบ 100 ปี
ห้องเรียนภายในอาคารรังษีเกษม ปรับปรุงเป็นห้องจัดแสดงน่าชม
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวบันเทิงล่าสุด »