เผยคนกรุงเดิน800ม./วัน เตรียมพัฒนาเส้นทางเท้าเพิ่ม3แห่ง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 00:00:57 น.

ปทุมวัน * กทม.เล็งพัฒนาเส้นทางเดินเท้าในเมืองหลวง 3 แห่ง ทั้งเกาะรัตนโกสินทร์ สยามปทุมวัน และเยาวราช เอื้อคนกรุงใช้ทางเท้าเพิ่มมากขึ้น เร่งเดินหน้าจัดระเบียบทางเท้าหาบเร่แผงลอย นักวิชาการเผยผลสำรวจพบถนนราชวงศ์น่าเดินมากสุดในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี ระยะที่ 2 ซึ่งศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาโครงการเพื่อหาแนวทางการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเมืองให้ส่งเสริมการเดินเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีจำนวนประชาชนใช้วิธีสัญจรด้วยการเดินเท้าจำนวน 17 ล้านเที่ยวคนต่อวัน อันเนื่องมาจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ดีขึ้น มีจุดเชื่อมต่อสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งย้ายจากการใช้รถโดยสารประจำทางมาใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น เพราะมีความสะดวกรวดเร็วกว่า

อย่างไรก็ดี จากการคาดการณ์เชื่อว่าปี 2572 คนเมืองจะใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้นหลายเท่า และจะมีคนใช้วิธีเดินเท้ามากขึ้นตามไปด้วย แต่สิ่งสำคัญคือเส้นทางจะต้องได้รับการปรับปรุงพัฒนาให้เอื้อต่อการเดินเท้า สิ่งที่ กทม.ต้องดำเนินการเพื่อพัฒนาเส้นทางเดินเท้าคือการสร้างสกายวอล์ก การคุมกำเนิดรถยนต์ส่วนตัว และการจัดระเบียบแผงค้าบนทางเท้า ซึ่ง กทม.กำลังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนมีพื้นที่เดิน

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาโครงการดังกล่าว กทม.จะนำมาต่อยอดพัฒนาต่อไป โดยเฉพาะใน 3 พื้นที่ซึ่งมีศักยภาพมากที่สุด คือ เกาะรัตนโกสินทร์ สยาม-ปทุมวัน และเยาวราช ส่วนพื้นที่อื่นๆ นั้นต้องพิจารณาตามความเหมาะสม เนื่องจาก กทม.มีอุปสรรคหลายด้าน อาทิ เส้นทางขาดความร่มรื่น ปัญหาหาบเร่แผงลอย เป็นต้น ซึ่งต้องใช้เวลาแก้ไข

น.ส.นิรมล กุลศรีสมบัติ หัวหน้าโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี กล่าวว่า จากผลการศึกษาในระยะที่ 1 คือการศึกษาพื้นที่เดินได้ ชี้ชัดว่าพื้นที่เมืองของกรุงเทพฯ ที่สามารถเดินได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพารถยนต์กระจายตัวอยู่ในระยะที่เดินถึงส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เขตชั้นใน อาทิ ย่านรัตนโกสินทร์ ย่านสยาม ปทุมวัน สาทร ย่านบางรัก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ย่านเยาวราช สำเพ็ง เป็นต้น จากการศึกษาพบว่า ระยะทางที่คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เดินต่อวันอยู่ที่ 800 เมตร หรือประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นการเดินเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนที่พัฒนาขึ้นมา

"ในระยะ 2 เป็นการศึกษาเมืองเดินดี คือเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย สะดวกและมีชีวิตชีวา จากการสำรวจพบว่า 5 อุปสรรคที่ทำให้เมืองเดินได้ แต่ยังไม่ดี คือทางเดินเท้ายังมีสิ่งกีดขวาง ขาดร่มเงาบดบังแสงแดดและฝน ไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ ทางเท้าสกปรก และสภาพของถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยผลการศึกษาได้มีข้อเสนอให้มีการปรับปรุง 3 ขั้นตอน คือ 1.หน่วยงานภาครัฐกำหนดแผนยุทธศาสตร์ พัฒนาทาง เดินเท้า 2.สร้างหลักเกณฑ์กำหนด มาตรฐานและวิเคราะห์พื้นที่ และ 3.วางแผน และออกแบบพื้นที่นำร่องเพื่อพัฒนาต่อไป" น.ส.นิรมลกล่าว

นายพรสรร วิเชียรประดิษฐ์ หนึ่งในผู้ศึกษาโครงการ กล่าวว่า ในระยะที่ 2 ได้ทำการสำรวจเส้นทางถนนจำนวน 965 ถนน ใน 34 พื้นที่ พบว่ามีถนน 134 เส้นทาง หรือร้อยละ 14 เป็นเส้นทางที่สามารถพัฒนาให้เป็นทางเดินดี โดยมี 3 แห่งที่มีประชาชนใช้เส้นทางจำนวนมาก และมีศักยภาพสูงเพียงพอในการพัฒนาให้เป็นเส้นทางเดินดีในอนาคตได้ คือ บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ สยาม-ปทุมวัน และเยาวราช ทั้งนี้ สำหรับเส้นทางเดินดีที่โครงการได้สำรวจโดยจัดเป็น 5 อันดับ คือ 1.ถนนราชวงศ์ 2.ถนนจักรพงษ์ 3.ถนนพระรามที่ 1 4.ถนนสีลม และ 5.ถนนพระอาทิตย์.

ADVERTISEMENT
ข่าวบันเทิงล่าสุด »