กทม. คลอดแบบแฟลตรูปฝักข้าวโพดเร่งแก้ไขปัญหาสลัม

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พุธที่ 20 กันยายน 2543 09:26:33 น.
กรุงเทพฯ--20 ก.ย.--กทม.

นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เมื่อวานนี้ (19 ก.ย.43) ว่า ขณะนี้กทม.โดยสำนักการโยธา ได้ออกแบบอาคารที่อยู่อาศัยสำหรับแก้ไขปัญหาเรื่องที่อาศัยของประชาชนในชุมชนแออัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีลักษณะเป็นแฟลตรูปฝักข้าวโพด สูง 7 ชั้น อยู่ในพื้นที่ขนาด 1,600 ตร.ม. โดยเป็นพื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,000 ตร.ม. ส่วนที่เหลือประมาณ 600 ตร.ม.จะทำเป็นสวนสีเขียวสำหรับพักผ่อน รวมทั้งใต้ถุนโล่งจะปลูกต้นไม้ทำสวนหย่อมซึ่งชั้นบนสามารถมองลงมาจากเฉลียงกลางตึกโดยรอบ สำหรับขนาดของห้องจะออกแบบไว้หลาย ๆ ขนาดตามขนาดของครอบครัว โดยอาคาร 1 หลัง สามารถรับได้ 96 ครอบครัว เป็นครอบครัวใหญ่ 24 ครอบครัว และครอบครัวเล็ก 72 ครอบครัว ไม่มีที่จอดรถ เพราะจัดสร้างสำหรับคนที่มีรายได้น้อยจริงๆ

ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีหลายจุดที่สามารถสร้างแฟลตรูปข้าวโพดได้ ซึ่งตนได้ติดต่อประสานเรื่องที่ดินไว้แล้วหลายที่ ทั้งในส่วนที่ดินของทรัพย์สินฯ ที่ดินกรมธนารักษ์ และที่ดินของกทม.เอง อีกทั้งที่ดินของเอกชนหลายรายที่เสนอขายให้ ซึ่งที่ดินของราชการนั้นสามารถทำได้ก่อน โดยใช้วิธีการเช่าเป็นระยะเวลา 30 ปี ส่วนที่เอกชนจะใช้วิธีซื้อขาย ทั้งนี้ ตนได้วางแนวทางไว้แล้วว่าจะเริ่มทำจากจุดใดก่อน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

สำหรับแฟลตที่จะสร้างนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขสลัมโดยตรง โดยกทม.จะจัดหาที่ว่างเป็นอยู่อาศัยชั่วคราวให้ชุมชนในสลัมย้ายออกจากไปชั่วคราว และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ตั้งสลัมเหล่านั้นให้เป็นแฟลตรูปฝักข้าวโพดที่มีสวนเขียว เมื่อก่อสร้างแฟลตเสร็จแล้วจึงย้ายกลับเข้ามาอยู่ใหม่ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้ามาอยู่จับจองซื้อแฟลตโดยการผ่อนชำระดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากธนาคารออมสิน และธนาคารสงเคราะห์ จะให้เงินกู้สำหรับซื้อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 8.5% ผ่อนชำระได้นาน 20-30 ปี สามารถผ่อนชำระได้โดยประมาณ 2,000 กว่าบาท/เดือน เนื่องจากมีเงินอนุเคราะห์สลัมจากรัฐบาลด้วย

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า การย้ายสลัมออกไปชั่วคราว เพื่อปรับปรุงใหม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่นั้น เป็นนโยบายการจัดการคนให้ได้อยู่ในเมืองเหมือนเดิม ไม่ต้องออกไปอยู่ชานเมืองไกลๆ เนื่องจากคนในชุมชนส่วนใหญ่อยากจะอยู่ที่เดิมไม่อยากย้ายไปไกลๆ เพราะที่เดิมเป็นที่ที่ทำมาหากิน ซึ่งจะต้องมีการเริ่มต้นดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงตั้งแต่ขณะนี้ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่ของคนจนได้ ซึ่งวิธีดังกล่าวข้างต้นนั้นกทม.จะนำไปใช้แก้ไขปัญหาสลัมทั่วกทม. ยกเว้นสลัมคลองเตยซึ่งประชาชนไม่ต้องการให้ไปเปลี่ยนแปลงเพราะมีการพัฒนาดีอยู่แล้ว--จบ--

-นศ-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง