ร้องรัฐพยุงราคามันสำปะหลังเกษตรกรเผยต่ำในรอบสิบปี/โคราชดึงโรงงานช่วยรับซื้อไปผลิตอาหารสัตว์

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 16 พฤศจิกายน 2559 00:00:51 น.

ภูมิภาค * เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง อ.ปะคำ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพยุงราคาให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 2.50-3 บาท พร้อมจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือไร่ละ 1-2 พันบาท เหมือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หลังนำผลผลิตไปขายตามลานได้เพียงกิโลกรัมละ 1.50 บาท ต่ำสุดในรอบสิบปี ส่วนที่โคราช สมาพันธ์ชาวไร่มันร่วมมือกับโรงงานเอทานอล เพื่อรับซื้อมันเส้นจากเกษตรกรวันละ 3,000 ตัน หวังดึงออกจากตลาดหัวมันสด 10% แก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำในพื้นที่

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจากหลายหมู่บ้านใน ต.หนองบัว อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ต้องเร่งเก็บกู้หัวมันสำปะหลังไปขายให้กับลานมันในพื้นที่ แม้จะได้ราคาต่ำเพียงกิโลกรัมละ 70 สตางค์ ถึง 1 บาท 50 สตางค์ ซึ่งต่ำกว่าราคารับซื้อที่ติดไว้หน้าลานมัน เนื่องจากผู้ประกอบการอ้างว่าเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งต่ำ ทั้งที่คุณภาพหัวมันก็ไม่ได้แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นราคาต่ำที่สุดในรอบสิบปี ไม่อยู่ที่จุดคุ้มทุน โดยเกษตรกรให้เหตุผลว่าต้องเร่งเก็บมันไปขายในช่วงนี้ เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปชำระหนี้สินและใช้จ่ายในครอบครัว จึงไม่สามารถชะลอการเก็บเกี่ยวตามที่ภาครัฐแนะนำได้

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าในเขตพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอยู่กว่า 12,000 ราย พื้นที่เพาะปลูกกว่า 300,000 ไร่ ปีนี้คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 1 ล้าน 2 แสนตัน อำเภอที่ปลูกมากที่สุดคือ อ.ปะคำ อ.โนนสุวรรณ อ.ละ หานทราย และ อ.บ้านกรวด จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาราคามันที่กำลังตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ก่อนที่ผลผลิตมันจะออกสู่ตลาดมากภายใน 1-2 เดือนข้างหน้านี้

นายทองใส แหวนมุก รองประธานชมรมผู้ปลูกมันสำปะหลัง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาราคามันที่ตกต่ำอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้เกษตรกรนำหัวมันไปจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการลานมัน ได้เพียงกิโลกรัมละ 70 สตางค์ ถึง 1 บาท 50 สตางค์เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรไม่สามารถอยู่ได้ เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต จึงขอให้รัฐบาลช่วยพยุงราคามันไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 2 บาท 50 สตางค์ ถึง 3 บาท พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันไร่ละ 1,000-2,000 บาท อย่างเช่น มาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปี เกษตรกรผู้ปลูกมันจึงจะอยู่รอดได้

วันเดียวกัน ที่นครราชสีมา ที่ห้องประชุมสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมในการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสมาพันธ์ชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กับโรงงานทีพีเคเอทานอล จำกัด อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากสภาวะราคามันสำปะหลังตกต่ำ โดยมีนายธีระชาติ เสยกระโทก เลขาธิการสมาพันธ์ชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กับนายอธิษฐ์ พุ่มเข็ม ผู้บริหารโรงงานทีพีเคเอทานอล จำกัด เป็นผู้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันครั้งนี้

นายวิเชียรกล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากราคามันสำปะหลังตกต่ำ ทางจังหวัดนครราชสีมาจึงได้ประสานโรงงานผลิตอาหารสัตว์ให้มารับซื้อมันสำปะหลังไปผลิตอาหารสัตว์แทนข้าวสาลี พร้อมตั้งคณะกรรมการเข้าไปเจรจากับโรงงานทีพีเคเอทานอล ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะจะทำให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่ามีตลาดรองรับมันเส้นแน่นอน ซึ่งในอดีตนั้นชาวไร่มันจะเคยทำมันเส้นกันเอง แต่เมื่อมีโรงงานแป้งมันเกิดขึ้นมาจำนวนมากในพื้นที่ก็ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป เกษตรกรส่วนใหญ่จึงนิยมนำหัวมันสดไปขายมากกว่า และทำมันเส้นไม่ค่อยเป็นกันแล้ว

"หลังจากนี้ผมจะได้ประสานไปยังเกษตรอำเภอ ให้แนะนำเกษตรกรที่อยู่ในโซนปลูกมันสำปะหลังรวมกลุ่มกันแล้วนำเงินที่รัฐบาลสนับสนุนให้หมู่บ้านละ 250,000 บาท ไปซื้อเครื่องสับมันสำปะหลังเพื่อแปรรูปเป็นมันเส้น และนำไปขายให้กับโรงงานเอทานอลแห่งนี้ ซึ่งสามารถรับซื้อมันเส้นได้อีกจำนวนมาก ก็จะทำให้ราคามันสำปะหลังโดยรวมของจังหวัดนครราชสีมาปรับเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างแน่นอน" นายวิเชียรกล่าว

นายธีระชาติกล่าวว่า เบื้องต้นทางโรงงานยืนยันว่าสามารถรับซื้อมันเส้นได้ประมาณวันละ 3,000 ตัน โดยให้ราคากิโลกรัมละ 5.50 บาท ส่วนหัวมันสดขณะนี้ทางโรงงานยังไม่พร้อมที่จะรับซื้อ แต่มีโครงการที่จะรับซื้อหัวมันสดในอนาคต ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันการขายหัวมันสดตกต่ำมาก โดยหัวมันสด 25% ขายได้ราคากิโลกรัมละ 1.65 บาทเท่านั้น เพราะโรงงานแป้งมันจะเป็นผู้กำหนดราคาทั้งหมด ซึ่งเกษตรกรไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ เนื่องจากมีผลผลิตออกมาสู่ตลาดในปริมาณมากพร้อมกัน.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง