รามาฯผ่าตัดหัวใจเทียมสำเร็จ

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 20 มกราคม 2560 00:00:24 น.

รามาฯ * รพ.รามาฯ ประสบความสำเร็จผ่าตัดหัวใจเทียมในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้ายรายแรกของไทย แต่ค่าใช้จ่ายสูง หากในรายผู้ป่วยไม่สามารถจ่ายได้ มูลนิธิรามาธิบดีจะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย

ที่ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เมื่อวันที่ 19 ม.ค. มหาวิทยาลัยมหิดลแถลงข่าวความสำเร็จ "การผ่าตัดรักษาโรคหัวใจด้วยหัวใจเทียม Heart Mate 3 ครั้งแรกในประเทศไทย"

โดย ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณะบดีคณะแพทย ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จของ รพ.รามาฯ ในการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้ายด้วยเครื่องหัวใจเทียม Heart Mate 3 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผ่านการรับรองให้ใช้สำหรับช่วยพยุงการทำงานของหัวใจ หรือเรียกอีกชื่อว่า LVAD โดยเครื่องจะทำการปั๊มเพิ่มแรงดันส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายให้สามารถทำงานได้ตามปกติ การทำงานดังกล่าวจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่มีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ โดยในช่วงแรกราคาสูงถึง 8 ล้านบาท และปัจจุบันเหลือ 6 ล้านบาท ดังนั้นในผู้ป่วยที่ไม่สามารถจ่ายได้ ทางมูลนิธิรามาธิบดีจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย โดยการพิจารณาความจำเป็นจากคณะแพทย์

รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาฯ กล่าวว่า การรักษาด้วยวิธีนี้จำเพาะผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวระยะสุดท้ายที่มีภาวะน้ำท่วมปอด หรือผู้ป่วยอยู่ระหว่างรอเพื่อรับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและมีอาการหนัก โดยไม่มีหัวใจจากผู้บริจาคที่เหมาะสม หรือเป็นผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ซึ่งจากข้อบ่งชี้ดังกล่าว ประกอบกับ รพ.รามาฯ มีเคสที่เข้าข่ายคือ พล.อ.ณรงค์ จารุเศรณี ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่จำเป็นต้องผ่าตัดด้วยวิธีดังกล่าว

นพ.ธีรภัทร ยิ่งชนม์เจริญ หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับอายุการใช้งานของเครื่องดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 10 ปี แต่จากข้อมูลของรุ่นเก่าสามารถทำงานได้ถึง 17 ปี แต่การใช้เครื่องมีการใช้แบตเตอรี่ชาร์จจากภายนอกอยู่ จึงยังติดเรื่องความคล่องตัว ซึ่งหวังว่าในอนาคตอาจมีการพัฒนาเครื่องให้คล่องตัวมากกว่านี้ ซึ่งเครื่องมือนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของไทย

ผศ.นพ.ครรชิต ลิขิตธนสมบัติ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาฯ กล่าวว่า พล.อ.ณรงค์ได้เข้าผ่าตัดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 8 เดือนแล้ว โดยผู้ป่วยรายนี้ เมื่อ 5 ปีที่แล้วเข้ารักษาจากอาการเหนื่อยหอบง่ายด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ทาง รพ.จึงได้ผ่าตัดทำบอลลูน อาการก็ดีขึ้น แต่ปีที่แล้วผู้ป่วยก็เริ่มมีอาการเหนื่อยหอบกลับมาอีก คณะแพทย์จึงวินิจฉัยและเสนอทางเลือกในการรักษาด้วยวิธีนี้ ซึ่งหลังผ่าตัดผู้ป่วยอยู่ในห้องไอซียูประมาณ 3 สัปดาห์ และพักฟื้นใน รพ.อีก 1 เดือน และหลังจากออกจาก รพ. คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเด่นชัด

ด้าน พล.อ.ณรงค์กล่าวว่า หลังผ่าตัดอาการดีขึ้นมาก ตอนแรกเมื่อมีอาการเช่นนั้น และทราบว่ามีทางเลือกการผ่าตัดหัวใจเทียม แต่มีค่าใช้จ่ายสูง ตอนนั้นรู้สึกไม่อยากผ่าตัด แต่ด้วยครอบครัวมีความต้องการให้ทำ จึงได้รับการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ และปัจจุบันคุณภาพชีวิตดีขึ้น ก่อนหน้านี้เดินได้แค่ 100 เมตรก็เหนื่อยหอบ แต่ตอนนี้เดินได้เป็นกิโลเมตรเลย ร้องเพลงได้อีก.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง