ทร.โต้พท.ซื้อเรือดำน้ำจีทูจีจริง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 16 พฤษภาคม 2560 00:00:01 น.

ไทยโพสต์ * เพื่อไทยร้อง สตง.สอบเรือดำน้ำ ชี้จีทูจีเก๊-ไม่ปฏิบัติตามหลักวินัยการเงินการคลัง ขีดเส้น 2 สัปดาห์ก่อนยื่น ป.ป.ช.ฟัน ครม.ทั้งคณะ "ทัพเรือ" ยันบริษัทจีนเป็นรัฐวิสาหกิจ ทำถูกต้องตามกฎหมาย

ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่น ดิน (สตง.) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโร ภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการจัด หาเรือดำน้ำว่า มีการใช้เงินแผ่น ดินเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยมีนางชลาลัย สุขสถิตย์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 1 เป็นผู้รับเรื่อง

นายเรืองไกร กล่าวว่า ขอให้ สตง.ตรวจสอบเพิ่มเติมคือ การจัดซื้อด้วยวิธีรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีจริงหรือไม่ เพราะบริษัท ไชน่า ชิป บิวดิ้ง แอนด์ ออฟชอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งทำสัญญากับกองทัพเรือในกรณีนี้ เคยเป็นคู่สัญญากับรัฐบาลไทยมาก่อนในลักษณะข้อตกลงระหว่างกองทัพบกกับบริษัทผู้ขายโดยตรงไม่ใช่กับรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลโครงการดังกล่าวเกี่ยวกับตัวเลขการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณวงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท แตกต่างจากโครงการอื่น ที่มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลอย่างไม่ปิดบัง อีกทั้งยังเห็นว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวของคณะรัฐมนตรีเป็นการใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ทั้งนี้ จากการหาข้อมูลเกี่ยว กับเรือดำน้ำผ่านระบบอินเทอร์ เน็ตจะพบข้อมูล 3 ชิ้น คือ 1.พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไปประเทศจีนเรื่องเอฟ 26 จี 2.ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีให้ทำเองขนาด เล็ก และ 3.เรื่องการวิจัยพัฒนาและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งสงสัยว่าข้อมูลที่ 3 นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับโครงการจัดหาเรือดำน้ำ โดย พล.อ.ประวิตรทำหนังสือเสนอเข้า ครม.เพื่อรับทราบในวันที่ 7  เม.ย.2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผล บังคับใช้แล้ว ดังนั้นการดำเนินโครงการนี้ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรม นูญปี 60 ด้วย หาก สตง.ไม่ดำเนินการอะไรภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เอาผิด ครม.ทั้งคณะ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และรัฐธรรมนูญมาตรา 244 กรณีไม่ปฏิบัติตามหลักวินัยการเงินการคลัง

ด้านนางชลาลัยยืนยันว่า สตง.ได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และจะนำข้อมูลของนายเรืองไกรไปประกอบการตรวจสอบด้วย ซึ่งวันที่ 15 พ.ค. ผู้ตรวจสอบ โครงการนี้จะสรุปผลตรวจสอบในเรื่องงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างให้นายพิศิษฐ์รับทราบและพิจารณาว่าจะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างไรหรือไม่ โดยจะมีการแถลงผลอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะในเร็วๆ นี้

ขณะที่ พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า กองทัพเรือได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและมีการตรวจรับรองเอกสารของเจ้าหน้าที่ (Notary Public) แล้ว ว่าบริษัท ไชน่า ชิปบิวดิ้งฯ เป็นบริษัทที่จดทะเบียนเป็นรัฐ วิสาหกิจของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน และหน่วยงานรัฐ State Administration of Science, Technology and Industry for Natio nal Defence สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีหนังสือมอบอำนาจให้บริษัท ดำเนินการโครงการจัดหาเรือดำน้ำในลักษณะรัฐบาลกับรัฐบาลอย่างถูกต้องแล้ว

นอกจากนี้ กองทัพเรือขอ ยืนยันว่า งบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการจัดหาเรือดำน้ำในครั้งนี้ ได้รับการจัดสรรและบรรจุไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 และได้ชี้แจงแสดงเอกสารรายละเอียดด้านงบประมาณให้กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอย่างครบถ้วนทุกประการแล้ว.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง