ข่าวอินโฟเควสท์
18:09 สนช.ลงมติไม่เลือกบอร์ด กสทช.ชุดใหม่ตามบัญชี 14 รายชื่อที่กรรมการสรรหานำเสนอ   สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภา…
18:07 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex ดีดตัวเกือบ 100 จุด ปรับตัวขึ้นตามภูมิภาค   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียดีดตัวขึ้นเกือบ 100 จุดในวันนี้ โดยปร…
18:04 โบรกเกอร์มาร์เก็ตแชร์ 10 อันดับสูงสุดประจำวันที่ 19 เม.ย. 2561   สูงสุดประจำวันที่ 19 เม.ย. 2561 บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด มีมาร์เก็ต…

คอลัมน์: คุยนอกรอบ: สราวุธ เล้าประเสริฐ ประสบการณ์ 21 ปีสู่กูรูด้านคลังสินค้า

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560 00:00:00 น.

ในยุคหนึ่งคลังสินค้าคงไม่ได้มีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจใมากนัก เน้นเรื่องของงานขาย และงานการผลิตมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ ภาพของคลังสินค้ากลายเป็นเพียงแค่สถานที่จัดเก็บของ จึงไม่ได้คำนึงเกี่ยวกับคุณภาพ หรือต้องบอก ว่าโลจิสติกส์คือการส่งออก นำเข้า และขนส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ได้มองเรื่องของการเคลื่อนที่ของภายในคลังสินค้ามากนัก

จากการบรรยายดังกล่าวของ "สราวุธ เล้าประเสริฐ" ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอสเอสไอ เชฟเฟอร์ ซิสเต็มส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะประธานชมรมเทคโนโลยีคลังสินค้าและระบบจัดการ คงพอจะทำให้นึกภาพออกว่าก่อนหน้าคลังสินค้าอาจไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ตอนนี้คำว่า "อินทราโลจิสติกส์" กำลังจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นในเมืองไทย

"สมัยก่อนกิจกรรมการขนส่งเกิดขึ้นในบริเวณท่าเรือ และสนามบิน หรือสินค้าอาจถูกขนส่งจากบริษัทไปหาลูกค้า ยังไม่มีเทคโนโลยีเท่าไหร่ เน้นเรื่องของการจัดเก็บของให้ได้มากที่สุด และความยุ่งยากจะน้อย จะไม่มากเท่าทุกวันนี้ แต่ละแห่งก็ต้องใช้ความสูงมาก หรือมาตรฐานแค่ 6 เมตร และพื้นที่การรับน้ำหนักก็น้อย"

หลังจากจบการศึกษาจากคณะสังคมวิทยาและมานุษย วิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็บินลัดฟ้าไปศึกษาต่อที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา และจุดเริ่มต้นการทำงานก็เข้ามาสู่เอสเอสไอ เชฟเฟอร์ ซิสเต็มส์ เป็นแห่งแรก ทำให้ "สราวุธ" เป็นกูรูด้าน

คลังสินค้าและระบบจัดการ เนื่องจากผ่านหลายสถานการณ์มาเป็นระยะเวลากว่า 21 ปีแล้ว

"ในช่วงที่ผ่านมาสัก 10 ปี เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะช่วงลดค่าเงินบาททำให้ทุกบริษัทจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้น ทุน จะต้องลดไขมันต่างๆ นานา มีการเข้มงวด ซึ่งเกิดการเปลี่ยน แปลงในทุกๆ แขนง โดยคลังสินค้าเป็นอีกหน่วยหนึ่งของซัพ พลายเชนและโลจิสติกส์ ถูกขับเคลื่อนโดยยักษ์ใหญ่ของภาคผลิตหลายราย"

สำหรับในต่างประเทศบางแห่งมีการพัฒนาไปไกลกว่าประเทศไทยค่อนข้างมาก บางแห่งยังอยู่ระดับเท่ากับเมืองไทย แต่ต้องยอมรับว่าไทยเป็นผู้ตามอย่างห่างๆ เพราะไม่ได้เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี และวิชาการเรื่องโลจิสติกส์ก็ยังมีไม่มากพอ เป็นได้แค่ผู้ใช้เทคโนโลยี

สราวุธเล่าต่อว่า บริษัทเรา อยู่ในภาคของอินทราโลจิสติกส์ เป็นผู้ทำเทคโนโลยี และการจัดการในคลังสินค้า อย่างเช่น มีบริษัทผลิตสินค้าเครื่องดื่มเขาก็ต้องมีการนำขวดเปล่าและน้ำมาบรรจุมาเก็บที่คลังสินค้า และกระจายให้ยี่ปั๊ว แต่เราทำเรื่องของการกระจายสินค้าในคลังสินค้า

เท่านั้น ปัจจุบันมูลค่าตลาดในกลุ่มอินทราโลจิสติกส์ทั่วโลก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในประ เทศไทยหากเป็นกิจกรรมในคลังสินค้าอย่างเดียวน่าจะราว 5,000 ล้านบาท แต่ถ้ารวมการยกของ เก็บของ เคลื่อนที่สินค้า คงมีมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท

"ตอนนี้เมืองไทยอยู่ในช่วงของการเติบโตในธุรกิจนี้ มีปัจจัยบวกจากอีคอมเมิร์ซในเรื่องของความเร็วในการเข้าหาลูกค้า และการลดต้นทุนในการใช้เทคโนโลยี และราคาเริ่มจับต้องได้ ทุกคนเริ่มแสวงหาและรู้จัก แต่ละปีน่าจะโตไม่เกิน 10% ขยายตัวตามธุรกิจ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีจะมีรอบอยู่ที่ประมาณ 10 ปี"

สราวุธกล่าวปิดท้ายว่า ในชีวิตการทำ งานมีเหตุการณ์และความท้าทายหลายอย่างผ่านเข้ามา แต่ละช่วงก็แตกต่างกันไป ทั้งเรื่องการเมือง ลดค่าเงิน เศรษฐกิจ น้ำท่วม มีหลายรูปแบบ แต่เราตอบสนองวิกฤติได้ดีมาระดับหนึ่ง และมีความคงเส้นคงวา รวมถึงความมีวินัยของทุกคน ไม่ใช่ผมแค่คนเดียว ยึดตามหลักปรัชญาของบริษัทเป็นที่ตั้ง "ความคิดนอกกรอบ แต่ไม่ลืมพื้นฐานจุดกำเนิดของตัวเอง".

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง