ปชป.หนุนจนท.รัฐแจ้งบัญชี

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2560 00:00:07 น.

สามเสน * "องอาจ" หนุนเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ แจ้งบัญชีทรัพย์สิน จี้บิ๊กตู่เร่งดำเนินการ หวังจัดการปัญหาโกงในแวดวงราชการ ชี้เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่ทุจริต 3 ฝ่าย การเมือง-เจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ และนักธุรกิจเอกชน

เมื่อวันอาทิตย์ นายอง อาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงราชการ

นายองอาจกล่าวว่า การ แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐ และข้า ราชการควรทำตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเข้าทำงานและควรแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินทุกๆ 4-5 ปี เพื่อแสดงว่ามีทรัพย์ สินเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ในกรณีที่ถูกร้องเรียนว่าข้าราชการคนใดร่ำรวยผิดปกติ จะได้นำข้อมูลที่แจ้งไว้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

"การให้เจ้าหน้าที่รัฐทุก คนแสดงบัญชีทรัพย์สินและ หนี้สินเป็นเรื่องดีที่จะป้องกัน การทุจริตได้ระดับหนึ่ง เนื่อง จากเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นหนึ่ง ในห่วงโซ่ทุจริตที่สำคัญ 3 ฝ่าย อันประกอบด้วย 1.ฝ่าย การเมือง 2.ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ 3.ฝ่ายนักธุรกิจ เอกชน เมื่อฝ่ายข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ถูกตรวจสอบมากขึ้น ก็จะทำให้การทุจริตยากมากขึ้นตามไปด้วย อันจะช่วยทำให้การทุจริตเบาบางลงตามสมควร" นายองอาจกล่าว

นายองอาจกล่าวต่อไปว่า ขอฝากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เสริมสร้างมาตรการขจัดการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยให้ได้ผลมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ครั้งที่ 2/2560 การเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยจัดเก็บไว้กับส่วนราชการที่สังกัด โดยใช้ระบบดิจิทัล ซึ่งสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้มีการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอให้นำไปศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน

รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า การแสดงบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการที่เสนอเป็นการป้องกัน ข้าราชการที่ เริ่มรับราชการต้องชี้แจงก่อนเข้ามามีทรัพย์สินอะไรบ้าง เนื่องจากพอทำงานไปสักระยะก็จะต้องชี้แจงอีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อ เป็นการป้องกันและปิดโอกาสให้ได้ยั้งคิด และการดำเนินการครั้งนี้ถ้าจะทำต้องทำทุก กลุ่มเป้าหมาย กำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง