หลังปฏิบัติการ 'ปล้น' ครั้งใหญ่ของ 'บีอาร์เอ็น' กอ.รมน.ต้องทำการบ้านอย่างเร่งด่วน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560 00:00:47 น.
เมือง ไม้ขม รายงาน

สถานการณ์ที่อาร์เคเค หรือโจรใต้ นำกำลังเข้าปล้น วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ เต็นท์ขายรถมือสอง ที่ ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ยึดรถไปได้ 6 คัน เพื่อนำไปประกอบเป็น คาร์บอมบ์ ก่อวินาศกรรมในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมจับตัวเจ้าของและลูกจ้าง จำนวน 4 คน โดยนำทั้งหมดไป ยิงทิ้ง ในพื้นที่ ต.ห้วยปริง อ.เทพา ซึ่งกลายเป็นข่าว พาดหัวใหญ่ ของ สื่อ ทุกแขนงไปแล้วนั้นประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนี้ อยู่ที่ 1.การปล้นรถยนต์เพื่อทำ คาร์บอมบ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่อง ปกติ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา 13 ปีที่ผ่านมา แต่การปล้นครั้งนี้ไม่ ปกติ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มีการปล้นเต็นท์รถ และยึดรถไปทีเดียว 6 คัน ซึ่งลักษณะอย่างนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ที่ อาร์เคเค ซึ่งเป็น โจร ในสังกัดของขบวนการบีอาร์เอ็นปฏิบัติการ2.ก่อนหน้าที่จะมีการปฏิบัติการครั้งนี้ ถ้าย้อนรอยกลับไปจะพบว่า หน่วยข่าวความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนให้กองกำลังในพื้นที่ระวังป้องกันการก่อเหตุของ โจรใต้ ตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม ดังนั้น โจรใต้ จึงฉวยโอกาสลงมือปฏิบัติการในครั้งนี้ ในวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งหมดเขตของการแจ้งเตือนแล้ว โดยเชื่อว่ากำลังในพื้นที่จะต้องลดความเข้มงวดในการเฝ้าระวังป้องกัน

3.ปฏิบัติการของ โจรใต้ หรือ อาร์เคเค ในครั้งนี้ที่ล้มเหลว ไม่ใช่เป็นความ เก่งกาจ ของเจ้าหน้าที่ เพราะในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ เสี่ยง ที่มีอำเภอนาทวีรวมอยู่ด้วย ไม่ได้มีการป้องกันเหตุเท่าที่ควร และงาน การข่าว เองก็แจ้งเตือนแบบ เหวี่ยงแห ไม่ได้ ลงลึก ในส่วนของ เป้าหมาย แต่อย่างใด4.จุดเปลี่ยนของความ ล้มเหลว ของปฏิบัติการ คาร์บอมบ์ จชต.ของ อาร์เคเค ในครั้งนี้ อยู่ที่ 1 กำลังคนที่นำไปมีจำนวนแค่ 7-8 คน แต่ปล้นรถยนต์ไปถึง 6 คัน ทำให้มี โจร ที่ทำหน้าที่ควบคุม เชลย คือ เจ้าของเต็นท์รถ และลูกจ้าง อยู่เพียงคนเดียว และเป็นคนในกลุ่ม หน้าขาว ที่ยังมีความ โหดเหี้ยม ในการ ฆ่าคน ไม่พอ จึงทำให้ เชลย จำนวน 2 คน ฉวยโอกาสในความ ไม่พร้อม ของ โจร วิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ทัน

สมมุติว่า โจร ไม่ผิดพลาดในเรื่องการ จัดการ กับ เชลย ทั้ง 4 คน กว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะทราบว่าเต็นท์รถถูกปล้น กว่าจะพบศพของ เชลย ที่ถูก ยิงทิ้ง รถทั้ง 6 คัน และรวมคันที่ปล้นมาจาก อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งใช้เป็น พาหนะ ในการเดินทางมาปล้นเต็นท์รถ รวม 7 คัน ก็จะถูกประกอบเป็น คาร์บอมบ์ และเชื่อว่าในตอนบ่ายของวันที่ 16 สิงหาคม จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็น ข่าวใหญ่ ของ คาร์บอมบ์ ทั้ง 7 จุด และจะต้องเกิดความสูญเสียต่อทรัพย์สิน และชีวิตของประชาชนอย่างใหญ่หลวง

5.ดังนั้นการที่ความสูญเสียเกิดไม่มาก การปฏิบัติการของ โจรใต้ ในครั้งนี้ เป็นเพราะแผนของ โจรใต้ ผิดพลาด ในขั้นตอนของการนำ เชลย ไปยิงทิ้ง จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รู้เรื่องเหตุร้าย จึงได้ทำการติดตามไล่ล่า ให้จุดตรวจสกัดกั้นได้ทันท่วงที

6.ทำไม อาร์เคเค จึงเลือกเต็นท์รถในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เป็นที่ก่อเหตุในการ ปล้น สาเหตุเนื่องจากใน 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งประกอบด้วย อ.สะบ้าย้อย, เทพา, จะนะ และนาทวี พื้นที่ อ.นาทวี เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากการปฏิบัติการของ โจรใต้ มากที่สุด เพราะเหตุร้ายมักเกิดในพื้นที่เทพา, สะบ้าย้อย และจะนะ ส่วนนาทวี ในรอบ 13 ปี มีเหตุการณ์ที่เกิดจาก อาร์เคเค น้อยมาก ทำให้ภาครัฐและเอกชนต่างเชื่อว่า เป็นพื้นที่ปลอดการปฏิบัติการจาก โจรใต้ งานการป้องกันและการข่าวจึง หลวม กว่าในพื้นที่อีก 3 อำเภอ7.โจรใต้ หรือ อาร์เคเค ชุดนี้เป็นคน หน้าขาว หมายถึงคนที่เป็น เซลล์ รุ่นใหม่ ซึ่งศัพท์ความมั่นคงเรียกว่า หน้าขาว ที่เพิ่งเข้าสู่ขบวนการ ยังไม่มีประวัติการก่อเหตุในแฟ้มของฝ่ายความมั่นคงแต่อย่างใด ซึ่งหลังเกิดเหตุมีการตรวจพบว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มี อาร์เคเค รุ่นเก่า ซึ่งชำนาญในเรื่อง คาร์บอมบ์ อยู่ 4-5 คน ส่วนที่เหลือเป็นคน หน้าขาว ที่มีใจ ฮึกเหิม แต่ยังขาดประสบการณ์ในการทำงานใหญ่ จึงทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่สมบูรณ์

8.สิ่งที่สนับสนุนให้เห็นถึงการสร้าง เซลล์ รุ่นใหม่เข้าสู่ขบวนการ เพื่อทดแทนคนรุ่นเก่า ที่ส่วนหนึ่งถูกขบวนการ ปลดระวาง และส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงมีประวัติ มีหมายจับ ทำให้ยากในการเคลื่อนไหว คือ โจรใต้ ที่เสียชีวิตจากการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นนักศึกษาการศาสนา ที่เรียนจบชั้น ซานาวี หรือชั้น 12 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด เป็นคนที่สังคมยกย่องว่าเป็น คนดี มีอาชีพเป็นพ่อค้าปลาในตลาดปัตตานี เรียนจบจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาชื่อดังในพื้นที่ ซึ่งบุคคลเหล่านี้คือผลิตผลของบีอาร์เอ็น เพราะเป็นผู้ที่เข้าสู่ขบวนการด้วย อุดมการณ์ และ จิตวิญญาณ9.แม้ว่า โจรใต้ หรือ อาร์เคเค ผู้นี้ จะเสียชีวิตจากการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ โดยภายในรถมีถังแก๊สที่ประกอบเป็นระเบิดน้ำหนัก 70 กิโลกรัม และมีน้ำมันเบนซินบรรจุใน แกลลอน ถึง 10 แกลลอน เพื่อเสริมอานุภาพของระเบิด ให้มีอำนาจการทำลายล้างสูง เป็นระเบิดเพลิงที่เผาผลาญบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

แต่..ในการนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนามีนัยที่สำคัญยิ่ง นั่นคือไม่มีการ อาบน้ำศพ ซึ่งพิธีการฝังศพเช่นนี้เรียกว่า ซะอีด หมายถึงผู้ตายเป็นนักรบ เป็นผู้ พลีชีพเยี่ยงวีรบุรุษ โดยมีประชาชนทั้งหมู่บ้านไปร่วมพิธีศพ ซึ่งหลายครั้งที่ โจรใต้ ที่เสียชีวิตจากการ ปะทะ กับเจ้าหน้าที่ หรือถูก วิสามัญ จะมีการฝังศพในลักษณะนี้ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น หน่วยงานความมั่นคง ผู้นำศาสนา ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะทำการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น มีการ ชี้ผิด ชี้ถูก ให้กับคนในพื้นที่ รวมทั้งญาติๆ ของผู้เสียชีวิต เพราะการฆ่าคน การประกอบระเบิดเพื่อก่อวินาศกรรม เพื่อสร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สิน ย่อมไม่ใช่ นักรบ และไม่ใช่ วีรบุรุษ อย่างแน่นอน ไม่ว่าด้วย หลักการ ศาสนา และหลักการ มนุษยธรรม ก็เป็นไปไม่ได้ และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่กล้าที่จะทำเรื่องเหล่านี้ให้ถูกต้อง ผู้ที่ได้ชัยชนะใน สงครามประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ บีอาร์เอ็น10.อาร์เคเค หรือ โจรใต้ มีพัฒนาการในการก่อการร้าย ด้วยการเปลี่ยน ยุทธวิธี ไปเรื่อยๆ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องระวัง รวมทั้งประชาชน ผู้ขับรถยนต์บนท้องถนน คือการถูกปล้นรถยนต์เพื่อไปทำ คาร์บอมบ์ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ด้วยวิธีการที่ ซ้ำซาก คือการแต่งกายเลียนแบบตำรวจ ทหาร และตั้งด่านเพื่อปฏิบัติการ ประเด็นนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะป้องกันอย่างไร

11.สิ่งที่เป็นข้อสังเกตคือ ปัจจุบัน โจรใต้ หรือ อาร์เคเค ที่มีคดีติดตัว ไม่ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ในมาเลเซียเหมือนในอดีต จะทำการ หลบซ่อน อยู่กับ เครือข่าย ภายใน หมู่บ้าน โดยได้รับการ ช่วยเหลือ ในการให้ที่ หลบซ่อน และพาหลบหนี ซึ่งประเด็นนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องแก้ให้ได้ จะด้วยวิธี ถุงมือกำมะหยี่ หรือจะด้วย กำปั้นเหล็ก ก็ตาม เพราะถ้า โจรใต้ เหล่านี้ยัง เคลื่อนไหว ในพื้นที่ สถานการณ์ความรุนแรงและความเลวร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่มีทางลดระดับลงได้อย่างถาวร

ดังนั้นปฏิบัติการ ปล้นกลางแดด เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงยังไม่ใช่ปฏิบัติการครั้งสุดท้ายของ โจรใต้ เพราะตราบใดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยัง กลัดกระดุมผิดเม็ด ยัง ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ เชื่อเถอะ ไฟใต้ ไม่มีวัน มอดดับ อย่างเด็ดขาด.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง