ข่าวอินโฟเควสท์
21:21 สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนลดลง 1.2% ในเดือนต.ค.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื…
21:08 สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว   กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแ…
20:49 "โป๊ปฟรานซิส"เตรียมเสด็จเยือนเมียนมา,บังกลาเทศสัปดาห์หน้า หวังแก้ปัญหา"โรฮิงญา"   สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก จะเ…
20:16 ดอลลาร์ร่วงใกล้หลุด 112 เยน นักลงทุนวิตกความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เกาหลีเหนือ   ดอลลาร์ร่วงลงใกล้หลุดระดับ 112 เยนในวันนี้ โดยถูกกดดันจากความวิ…
19:55 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก บ่งชี้วอลล์สตรีทดีดตัวคืนนี้ ก่อนปิดทำการพรุ่งนี้ในวันขอบคุณพระเจ้า   ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลา…

คอลัมน์: คิดเหนือกระแส: การสื่อสารสาธารณะทางการเมือง

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2560 00:00:42 น.
รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา

พรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน จะต้องมีการสื่อสารสาธารณะทางการเมือง แม้แต่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เมื่อมาทำงานบริหารประเทศก็ต้องถือว่ามาทำงานทางการเมือง เพราะงานที่ทำนั้นเกี่ยวข้องกับการจัดสรรอำนาจ การแบ่งปันทรัพยากรของประเทศแก่ประชาชน ดังนั้นทุกคนที่ทำงานการเมืองจะต้องทำให้ประชาชนได้รับรู้นโยบาย โครงการ และผลงานต่างๆ ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าการทำงานบริหารประเทศนั้นเป็นการ ใช้อำนาจด้วยความชอบธรรม มีจริยธรรม เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และมีการจัดสรรแบ่งปันทรัพยากรของชาติอย่างเป็นธรรม ดังนั้น พรรคการเมือง รัฐบาล หน่วยงานราชการที่ทำงานเพื่อประชาชน จะต้องมีคณะทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพในการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับแนวทางในการทำงาน นโยบาย โครงการ และผลงานที่แสดงให้เห็นว่ามีแนวทางในการบริหารประเทศที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

คณะทำงานที่ทำหน้าที่ในการสื่อสารสาธารณะทางการเมืองจะต้องเป็นนักยุทธศาสตร์ในการวางแผนการสื่อสารสาธารณะทางการเมือง จะต้องมีความเข้าใจประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง จะต้องรู้วัตถุประสงค์ในการสื่อสารแต่ละครั้ง จะต้องเฝ้าระวังประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะรู้ว่าจะต้องสื่อสารเรื่องอะไรบ้าง จะวางยุทธศาสตร์ด้านเนื้อหาอย่างไร (what to say) จะต้องรู้ว่าเนื้อหาดังกล่าวนั้นจะสื่อสารโดยวิธีใด (how to say) เช่นจะแถลงข่าว จะแจกข่าว จะเขียนบทความ จะให้สัมภาษณ์ จะจัดสัมมนา จะทำสารคดี จะทำแผ่นพับใบปลิว จะทำวิดีโอ หรือจะทำเอกสารอธิบายความ นอกจากนั้นแล้วจะต้องวางแผนการส่งข่าวสารดังกล่าวนั้นไปถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเลือกช่องทางในการสื่อสารที่เหมาะสม สอดคล้องกับพฤติกรรมการหาข่าวสารของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย (where and when to say) ในการวางแผนการสื่อสารสาธารณะนั้น วัตถุประสงค์มีหลากหลาย เพื่อประกาศนโยบายทั้งการหาเสียง การสร้างความเข้าใจ การประกาศใช้ เพื่อทำให้นโยบายได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือในการปฏิบัติ เพื่อสร้างพื้นที่ข่าวให้กับกิจกรรมของบุคคล ของพรรค ของรัฐบาล เพื่อรายงานการทำงานและผลงานของบุคคล ของพรรค ของรัฐบาล เพื่อ นำเสนอความเป็นเอกภาพของพรรค ของรัฐบาล เพื่อแสดงให้เห็นว่าบุคคล พรรค รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย โครงการต่างๆ ของพรรค ของรัฐบาล

การทำหน้าที่ในการสื่อสารของคณะทำงานนั้น ผู้ทำหน้าที่ในการวางแผนจะต้องเข้าใจบทบาทของการสื่อสารสาธารณะทางการเมือง เพื่อจะได้รู้ว่าการสื่อสารสาธารณะนั้นจะมีหน้าที่ทำอะไรให้กับพรรคหรือให้กับรัฐบาล ทำให้สามารถใช้การสื่อสารสาธารณะเป็นเครื่องมีสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานทางการเมืองเดินหน้าอย่างราบรื่น ได้รับความร่วมมือและความสนับสนุนจากประชาชน บทบาทของการสื่อสารสาธารณะทางการเมืองทำหน้าที่รายงานความเป็นไปในสถานการณ์ปัจจุบัน เปิดเวทีการถกอภิปรายประเด็นปัญหา กระจายข่าวสารเรื่องที่ประชาชนควรรับรู้ สร้างความตื่นเต้นประเด็นทางการเมื่อเพื่อให้ประชาชนสนใจติดตาม ยืนยันความถูกต้องและความเหมาะสมของนโยบายและโครงการต่างๆ ยืนยันความถูกต้องของการแต่งตั้งบุคคลในการดำรงตำแหน่งต่างๆ ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่รัฐบาลหรือพรรคการเมืองต้องการเผยแพร่ สร้างทัศนคติที่เป็นบวกต่อบุคคล พรรค และรัฐบาล กำจัดทัศนคติเชิงลบต่อบุคคล พรรค และรัฐบาล สร้างความเข้าใจให้ประชาชนเกี่ยวกับการทำงานของพรรค ของรัฐบาล ให้การศึกษาเรื่องใหม่ๆ วิถีชีวิตใหม่ๆ แก่ประชาชน รณรงค์ให้เกิดทัศนคติและพฤติกรรมทางสังคมที่ต้องการ สร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงให้บุคคล พรรค และรัฐบาล

ในขณะที่การสื่อสารสาธารณะทางการเมืองเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานของพรรคและของรัฐบาล แต่งานด้านสื่อสารสาธารณะทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะทำได้ดีด้วยสัญชาตญาณหรือสามัญสำนึก แต่คณะทำงานจะต้องเป็นนักสื่อสารมืออาชีพที่ผสมผสาน 3 ปัจจัยเข้าด้วยกันอย่างมียุทธศาสตร์ นั่นคือ เนื้อหา (content) ยุทธศาสตร์การสื่อสาร (communication) และการใช้เทคโนโลยี (technology) ในขณะเดียวกันต้องเอาชนะปัญหาของการสื่อสารให้ได้ ปัญหาของการสื่อสารสาธารณะทางการเมือง ที่เห็นชัดๆ ก็คือ ประชาชนไม่ค่อยเชื่อเรื่องความโปร่งใสของคนทำงานการเมือง ประชาชนบางกลุ่มไม่สนใจการเมือง ไม่คิดที่จะรับรู้เรื่องราวทางการเมือง ความสับสนทางการเมืองที่ทำให้เกิดความยุ่งยากในการสื่อสาร แนวทางการสื่อสารติดขัดเรื่องระเบียบและขั้นตอนทางราชการ ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มและพรรคการเมือง ระหว่างพรรคการเมือง การสื่อสารบางเรื่องตกอยู่ภายใต้ความกดดันในเรื่องการได้คะแนนเสียง สื่อบางรายไม่ให้การสนับสนุน เพราะเป็นสื่อเลือกข้าง มีอคติ ภาพลักษณ์การเมืองที่เป็นลบในสายตาประชาชน ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ

ช่องทางการสื่อสารสาธารณะทางการเมืองในปัจจุบันสามารถใช้สื่อได้ถึง 4 แบบด้วยกันคือ สื่อที่ต้องใช้เงินซื้อพื้นที่ (paid media) ซื้อเวลาโดยใช้งบประชาสัมพันธ์ สื่อได้เปล่า (free media) ด้วยการทำเรื่องที่แปลก ใหม่ ใหญ่ ดัง ที่สื่อเห็นว่ามีความสำคัญและน่าสนใจ ซึ่งการจะได้สื่อได้เปล่านี้ พรรคหรือรัฐบาลจะต้องมีสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชนในการให้ข่าว และการให้สัมภาษณ์และจะต้องมีเรื่องราวที่สื่อสนใจที่จะนำเสนอกับประชาชนสื่อที่ประชาชนพากันบอกต่อ (shared media) ทั้งในการพูดคุยและการนำเสนอเรื่องราวบนพื้นที่ดิจิทัล และสื่อที่พรรคหรือรัฐบาลทำเอง (owned media) ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของสื่อสารมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อดิจิทัล

พรรคการเมือง รัฐบาล กับสื่อสารมวลชน ต้องทำงานร่วมกัน อาศัยซึ่งกันและกัน พรรคการเมืองและรัฐบาลต้องอาศัยสื่อเป็นผู้ช่วยเผยแพร่ข่าวสารทางการเมืองสู่ประชาชน สื่อต้องการคนของพรรคการเมืองและของรัฐบาลเป็นแหล่งข่าว เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว คนของพรรคการเมืองและของรัฐบาล ต้องรักษาช่วงเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับสื่อมวลชนไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ผลประโยชน์ตามความต้องการของฝ่ายตน การสื่อสารสาธารณะทางการเมืองมีบทบาท มีหน้าที่ มีความสำคัญขนาดนี้พรรคการเมือง รัฐบาลคงต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารสาธารณะอย่างจริงจัง ทั้งการวางยุทธศาสตร์ การปฏิบัติ การทำงานให้มีเรื่องราวข่าวดีนำเสนอแก่ประชาชน และการสร้างสัมพันธ์กับสื่อ ในขณะเดียวกัน สื่อก็ต้องทำงานด้วยหลักจริยธรรม มีจรรยาบรรณของการทำงาน ไม่ใช้อคติในการทำหน้าที่ เพื่อช่วยกันนำพาชาติให้เดินหน้าด้วยความราบรื่น ปรองดอง สามัคคี เพื่อประเทศไทยของเรา.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง