คอลัมน์: ทรรศนะ: ราชาแห่งเสียงเพลง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2560 00:00:52 น.
ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์
(1)

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา...วันพุธที่ 16 สิงหาคม ว่ากันว่าตรงกับวันตายของราชาเพลงร็อกเพลงป๊อป ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก นั่นคือคุณพี่ เอลวิส เพรสลีย์ และก็แปลกแต่จริงอยู่พอสมควร ที่ดันมาตรงกับวันเดียวกันที่ราชาเพลงลูกทุ่งไทย คุณน้า สุรพล สมบัติเจริญ ได้ลาละสละไปจากโลกใบนี้ ต่างกันแค่ พ.ศ. คือคุณน้า สุรพล ท่านไปก่อน ไปเมื่อ 16 สิงหาคม พ.ศ.2511 หลังจากนั้นคุณพี่   เอลวิส ถึงได้ตามไปในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2520...

(2)

แต่ไม่ว่าใครจะไปก่อน-ไปหลัง...ทั้งคุณน้า สุรพล และคุณพี่ เอลวิส ต่างถือเป็นผู้ที่สถิตในดวงใจอันตัวข้าพเจ้าเองมาโดยตลอดด้วยกันทั้งสิ้น แม้ว่าระหว่างเพลงร็อกของฝรั่งกับเพลงลูกทุ่งไทย อาจถือเป็นคนละเรื่อง คนละม้วน แต่ถ้าว่าถึงความไพเราะเพราะพริ้ง ความสนุกสนาน เมามันซ์ซ์ซ์ ความดื่มด่ำ ประทับใจ ก็คงเป็นอันเดียวกันนั่นแหละ คือต่าง เป็นเพลงที่เป็นเพลง ไม่ได้ง้องๆ แง้งๆ พึมๆ พัมๆ แบบหัวนมกำลังติดคอ เหมือนอย่างบรรดาเพลงรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าไทยหรือเทศ หรือไม่ว่าจะจัดอยู่ในประเภทใดก็ตามแต่...

(3)

คุณพี่ เอลวิส นั้น...ว่ากันว่าแต่แรกเริ่มเดิมที ท่านไต่ระดับขึ้นมาจากนักร้องประจำโบสถ์ คือประเภทเคยร้องเพลงประสานเสียงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าอะไรทำนองนั้น และคุณลักษณะที่ว่านี้ดูจะติดตัว ตรึงตรา กับตัวท่านมาโดยตลอด แม้จะสามารถเรียกเสียงกรี๊ดๆ กร๊าดๆ จากบรรดาแฟนเพลงประเภทขาร็อก ประเภทโยกๆ คลึงๆ ได้อย่างสุดลิ่มทิ่มริดสีดวงทวารก็ตาม แต่สำหรับเพลงประเภทสรรเสริญพระเจ้า หรือเพลงที่เกี่ยวกับศาสนาแล้ว ใครที่เคยได้ฟังเพลงประเภทนี้ ซึ่งถูกขับขานมาจากกระเดือกลูกคอของคุณพี่ เอลวิส ไม่ว่าจะเป็นเพลง Crying in the Chapel, Precious lord-Take my hand, White Christmas, He touch me  หรือแม้แต่ Amazing Grace  ฉบับเวอร์ชั่น เอลวิส ด้วยแล้ว ฯลฯ รับรองว่า เผลอๆ...อาจตัดสินใจออกบวชวันใด-วันหนึ่ง เอาเลยก็ไม่แน่...

(4)

แต่นอกจากการโตมาจากความเป็นนักร้องประจำโบสถ์ ว่ากันว่า...เพลงของพวกผิวสี หรือพวกแอฟริกัน-อเมริกัน อย่างประเภทเพลงบลูส์ทั้งหลาย ยังมีส่วนแทรกซึมเข้าไปในสายเลือดและไขกระดูกของคุณพี่ เอลวิส มิใช่น้อย ซึ่งอาจทำให้ต่างไปจากนักร้องรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นก่อนหน้านั้นอยู่บ้าง บลูส์ อันเป็นสิ่งที่ถูกแปลความหมายเอาไว้ประมาณว่า คือเสียงแห่งความเจ็บปวดรวดร้าว อึดอัด คับข้อง ที่ถูกเปล่งออกมาจากวิญญาณภายใน ก็เลยถูกนำมาผสมผสานกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายในตัวของคุณพี่ เอลวิส กลายมาเป็นลีลาการโยก การคลึง ที่เล่นเอาพวกฝรั่งมังค่า บ้า กันไปทั้งโลก รวมทั้งเจ๊ก จีน จาม และไทยๆ อย่างบ้านเราด้วย...

(5)

ส่วนคุณน้า สุรพล ของเรานั้น...คงโตมาจากวัฒนธรรมไทยแท้แต่ดั้งเดิมของเรานั่นแหละ จากสภาพแวดล้อมที่ยังเต็มไปด้วยทุ่งนา ป่า เขา อันดลบันดาลให้เกิดดนตรีพื้นบ้าน ไม่ว่าเพลงโคราช ลำตัด ลิเก ตลอดไปจนเพลงไทยเดิม หรืออย่างที่พวกฝรั่งเขาเรียกว่า โฟล์ค นั่นเอง อันถือเป็นพื้นฐานของเพลงประจำโบสถ์ เพลงบลูส์ หรือแทบทุกๆ เพลง แม้แต่เพลงคลาสสิกก็ตาม ความดังระเบิดของคุณน้า สุรพล แม้จะอยู่ในวงแคบๆ คือเฉพาะไทยแลนด์ แดนสยาม ของบ้านเรา แต่ก็คงไม่ได้ต่างไปจากคุณน้า เอลวิส มากมายซักเท่าไหร่ คือต่างกำเนิดเกิดมาจากราก จากต้นกำเนิด ของสิ่งที่คล้ายๆ กันไปด้วยกันทั้งสิ้น...

(6)

คุณน้า สุรพล ของเรา...อาจต่างไปจากคุณพี่เอลวิส อยู่บ้างนิดหน่อย ตรงที่บางครั้ง บางครา สามารถแต่งเพลงขึ้นมาเอง ไม่ต้องไปเสียเวลาไหว้วานให้ใครช่วยเขียน แถมยังเป็นเพลงที่เข้าท่า เข้าทาง สร้างความเด่น ความดัง ให้กับตัวเองมิใช่น้อย ไม่ว่าประเภทเพลง รักพี่จงหนีพ่อ หรือเพลง สิบหกปีแห่งความหลัง ที่พยายามบรรยายอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองออกมาในระดับเสียงครางง์ง์ง์ก้องกังวานไปทั่วทั้งประเทศไทย ชนิดใครต่อใคร งั๋งๆๆ กันไปเป็นแถบๆ ทั้ง 2 ฝ่าย 2 ราย จึงถูกสถาปนาให้เป็น ราชา ไปด้วยกันทั้งคู่ แม้ว่าราชาอย่างคุณพี่ เอลวิส อาจมีอาณาเขต อาณาจักร ที่กว้างขวางใหญ่โตระดับพอๆ กับจักรวรรดิโลกก็ตามที แต่ในแง่ของการสร้างความสุขใจ อิ่มเอมใจ อันถือเป็นรากเหง้าแห่งความหมายของคำว่า ราชา ที่แท้จริงแล้ว ก็คงไม่ต่างไปจากกันมากมายซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้...ในช่วงวันที่ 16 สิงหาฯ ที่ผ่านมา การย้อนกลับไปรำลึก นึกถึง ราชาแห่งเสียงเพลง เหล่านี้ ย่อมถือเป็นสิ่งที่ชอบแล้ว เหมาะสมแล้ว ในฐานะไพร่ฟ้าที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองด้วยเสียงเพลงของทั้งคุณพี่ เอลวิส เพรสลีย์ และคุณน้า สุรพล สมบัติเจริญ มาก่อน จึงคงต้องขอร่วมตามแห่ ร่วมแซ่ซ้องสดุดี The King  ทั้งสองเอาไว้ ณ ที่นี้...

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง