สธ.แก้ระเบียบคุมรพ.เอกชนถอนตัวบัตรทอง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 29 สิงหาคม 2560 00:00:11 น.

สาธารณสุข * 'ปิยะสกล' เล็งแก้ระเบียบใหม่คุม รพ.เอกชนถอนตัวบัตรทอง แจ้งก่อน 1 ปี เผยไม่มีรายงานเพิ่ม หลัง รพ.มเหสักข์ออก ด้าน สปส.ยันมีมาตรการรองรับ 3 รพ.เอกชนไม่ร่วมประกันสังคม ชี้ไม่ได้ขาดทุน ระบุยันฮีออกเพราะอยากเป็นเฉพาะทาง

กรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร แจ้งข้อมูลเรื่องโรงพยาบาลมเหสักข์ ซึ่งเป็น รพ.เอกชน ดูแลประชาชน 109,717 คน ถอนตัวออกจากการให้บริการผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง และอีก 3 โรงพยาบาล คือ รพ.แพทย์ปัญญา รพ.วิภารามปากเกร็ด และ รพ.บางนา 1 ถอนตัวจากการเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อให้แก่คลินิกชุมชนอบอุ่นและหน่วยบริการย่อยอีก 18 แห่ง มีผู้ได้รับผลกระทบราว 1.4 แสนคนนั้น ซึ่งทาง สปสช.ยืนยันว่าได้จัด รพ.เตรียมพร้อมรองรับแล้วและไม่กระทบผู้ป่วยรวมกว่า 2.5 แสนคน

วันที่ 28 ส.ค. ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า การถอนตัวของ รพ.เอกชนมีมาตลอด กรณี รพ.มเหสักข์ขอถอนตัวจากปัญหาภายใน รพ. ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สปสช. กระทรวงสาธารณสุข และ กทม. ได้ร่วมกันหาทางออกเพื่อไม่ให้กระทบและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อยู่ในการดูแลของ รพ.ดังกล่าว ตนย้ำในการประชุมบอร์ด สปสช.เสมอว่าจะต้องไม่กระทบสิทธิของประชาชน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ได้รับรายงานในการประชุมบอร์ดครั้งล่าสุดว่า รพ.มเหสักข์ขอถอนตัว ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม ตนเห็นว่าตามระเบียบที่ รพ.เอกชนจะขอออกจากระบบต้องแจ้งภายใน 3 เดือนน้อยเกินไป เพื่อให้ระบบมีความพร้อมจะดำเนินการแก้ระเบียบใหม่ให้มีการแจ้งล่วงหน้า 1 ปี

วันเดียวกัน นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แถลงข่าวกรณีโรงพยาบาลเอกชน 3 แห่ง ได้แก่ รพ.ยันฮี รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และ รพ.ศรีระยอง จ.ระยอง ออกจากระบบประกันสังคมว่า มีสถานพยาบาลเข้าร่วมโครง การประกันสังคมจำนวน 236 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นของรัฐบาล 158 แห่ง เอกชน 78 แห่ง ในส่วนสถานพยาบาล 3 แห่งที่ไม่เข้าร่วมโครงการประกันสังคม สปส.ได้จัดสถานพยาบาลทดแทนเพื่อเป็นมาตรการรองรับผู้ประกันตน โดยในปี 2561 ได้กำหนดว่า ภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเลือกสถานพยาบาลได้ หากเกิน สปส.จะจัดสถานพยาบาลที่ใกล้สถานประกอบการให้ ซึ่งจะแจ้งผลแก่สถานประกอบการในวันที่ 17 ธ.ค.2560 ทั้งนี้ โดยสามารถตรวจสอบสิทธิได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และรับข้อความ sms แจ้งผลการเลือกของผู้ประกันตนมาตรา 39 และสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2561-31 มี.ค.2561

นพ.สุรเดชกล่าวว่า การที่มี รพ.เอกชนออกจากระบบทุกปี คาดว่าเพราะไม่ได้คุยกันเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องอัตราการจ่ายเงิน อาจมองว่า สปส.เอาเปรียบ ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม ต่อไปนี้ต้องคุยกันมากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่าที่ สปส.จ่ายอยู่นั้นไม่น้อยเกินไป ไม่ใช่ออกเพราะ รพ.ขาดทุน ซึ่ง 3 แห่งที่ออก เพราะ สปส.มีการกำหนดว่าหมอต้องมีกี่สาขา ประเภทใดบ้าง รพ.ยันฮีจึงออกเพราะต้องการเป็น รพ.เฉพาะทาง รพ.เกษมราฎษร์ รัตนาธิเบศร์ มีเจ้าของเดียวกันกับ รพ.การุญเวช รองรับผู้ประกันตนอยู่แล้ว ส่วนอีกแห่งนั้น สาเหตุจากจำนวนผู้ประกันตนอาจจะน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีเข้ามาใหม่อีก 2 แห่ง คือ รพ.เมโยหรือที่เปลี่ยนชื่อเป็น รพ.เปาโล และ รพ.มิชชั่น

"ผู้ประกันตนส่วนใหญ่อยู่ในเมืองใหญ่ มี รพ. รัฐและเอกชนอยู่แล้ว หาก สปส.จะสร้าง รพ.เอง รพ.เดียวจะเป็นการเลือกปฏิบัติ และถ้าสร้างเยอะก็ต้องสร้างในเมืองใหญ่ อีกทั้งจะดูดบุคลากรในชนบทเข้ามาในเมืองใหญ่เข้าไปอีก จะเกิดความเหลื่อมล้ำในภาพรวม ขณะนี้ได้มีการปรับการจ่ายเงินรักษาโรคยาก ซับซ้อนเพิ่มเติมให้กับ รพ.รัฐด้วย ซึ่ง รพ.เอกชนก็ได้ด้วยแน่นอน" นพ.สุรเดชกล่าว.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง